ดวงตาสีเข้มของอัคคีเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย—เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นที่ความตระหนกวาบผ่านนัยน์ตาคู่นั้น ก่อนที่มันจะถูกแทนที่ด้วยคลื่นอารมณ์อันซับซ้อนจนยากจะคาดเดา
เบื้องหน้าของเขาคือเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบ ร่างป้อมในชุดเสื้อยืดลายการ์ตูนเก่าๆ ดวงตากลมโตใสแจ๋วและจมูกโด่งรั้นที่ถอดแบบพิมพ์เดียวมาจากใบหน้าของเขาอย่างไร้ที่ติ ราวกับส่องกระจกเงาเห็นตัวเองในวัยเด็ก ไม่ต้องมีกระดาษผลตรวจดีเอ็นเอแผ่นใดในโลกมายืนยัน ความจริงข้อนี้ก็แทงทะลุกลางใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยหวั่นไหวต่อสิ่งใด จนลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ
ม่านไหมยืนตัวสั่นเทาอยู่เบื้องหลังร่างเล็กของลูกชาย สองมือเรียวคว้าจับหัวไหล่บอบบางของต้นกล้าเข้าหาตัวโดยสัญชาตญาณ ราวกับแม่นกที่กำลังกางปีกปกป้องลูกน้อยจากเงื้อมมือของเหยี่ยวร้าย สีหน้าของเธซีดเผือดไร้สีเลือด แต่ในแววตาทอประกายความแข็งกร้าวและเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ความหวาดกลัวในอดีตถูกแทนที่ด้วยสัญชาตญาณความเป็นแม่ที่พร้อมจะแหลกสลายไปพร้อมกับลูก หากผู้ชายคนนี้คิดจะพรากแก้วตาดวงใจไปจากเธอ
"คุณ... เข้ามาในห้องของฉันได้อย่างไร ออกไปเดี๋ยวนี้!" น้ำเสียงของม่านไหมแหบพร่าแต่พยายามบังคับให้มั่นคงที่สุด แม้หัวใจจะเต้นรัวราดด้วยความหวาดหวั่น
อัคคีไม่ได้ยินเสียงทักท้วงนั้น สายตาคมกริบของเขายังคงตรึงอยู่ที่เด็กชายตัวน้อยที่เอียงคอมองเขาด้วยความสงสัยไร้เดียงสา
"คุณพ่อเหรอครับแม่... ทำไมผู้ชายคนนี้หน้าตาเหมือนผมจังเลยล่ะครับ" เสียงใสแจ๋วของน้องต้นกล้าเอ่ยถามมารดา พร้อมกับชี้เรียวนิ้วเล็กๆ มาที่ร่างสูงใหญ่ของอัคคี
คำพูดนั้นราวกับมีมือที่มองไม่เห็นมากระชากหัวใจของอัคคีจนเจ็บแปลบ เขาอยากจะเอ่ยปากปฏิเสธความรู้สึกเจ็บปวดหน่วงๆ ที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แต่มันกลับจุกแน่นจนพูดไม่ออก สี่ปีเต็มที่เขาปล่อยให้ความเย็นชาและความหยิ่งทะนงครอบงำ สี่ปีเต็มที่เขาขับไล่ผู้หญิงคนนี้ออกไปจากชีวิตโดยไม่เคยเหลียวแลว่าเธอจะมีสภาพเช่นไร และในวันนี้... ฟ้าดินกลับตบหน้าเขาอย่างฉาดใหญ่ด้วยการส่งสายเลือดเนื้อเชื้อไขที่เหมือนเขาราวกับแกะมาปรากฏตรงหน้า
อัคคีก้าวเท้าไปข้างหนтиหนึ่งก้าวตามสัญชาตญาณ ทว่าม่านไหมกลับถอยหลังกรูดพร้อมกับดันร่างลูกชายไว้ด้านหลังทันที
"ถอยไปนะ! อย่าเข้ามาใกล้ลูกฉัน!" เธอกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก น้ำตาที่กลั้นไว้เอ่อคลอเบ้าแต่ไม่มีวันยอมให้มันไหลต่อหน้าผู้ชายใจร้ายคนนี้เด็ดขาด "คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะมองหน้าเขา คุณลืมไปแล้วหรือไงว่าเราหย่ากันแล้ว... และคุณเป็นคนไล่ฉันออกจากบ้านหลังนั้นเอง!"
คำพูดเตือนสติราวกับคมมีดที่กรีดซ้ำลงบนแผลเดิม อัคคีชะงักฝีเท้าลง ดวงตาคมกริบไหวระริกด้วยความรู้สึกผิดที่เพิ่งกัดกินขั้วหัวใจ เขาจำได้แม่นยำ... วันที่เขาเซ็นใบหย่าอย่างไร้เยื่อใย วันที่เขาโยนเอกสารใส่หน้าเธอราวกับเธอเป็นเพียงสิ่งของไร้ค่า และวันนั้น... ม่านไหมกำลังอุ้มท้องลูกของเขาอยู่โดยที่เขาโง่เง่าเกินกว่าจะสังเกตเห็นอะไรเลย
"ม่านไหม... ผม..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นอย่างยากลำบาก มันแหบแห้งและเต็มไปด้วยความร้าวรานที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในชีวิตของนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพล "ผมขอโทษ... ให้โอกาสผมได้คุยกับคุณหน่อย"
"ไม่มีอะไรต้องคุยค่ะ ระหว่างเราจบลงตั้งแต่วันที่เราเซ็นใบหย่าแล้ว และเด็กคนนี้... ก็เป็นลูกของฉันคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคุณ!" ม่านไหมประกาศกร้าว น้ำเสียงสั่นเครือแต่แฝงไว้ด้วยความแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ที่ผ่านไฟมาแล้ว ไม่มีแววตาออดอ้อนเวทนาเหมือนในอดีตอีกต่อไป มีเพียงกำแพงหนาทึบที่ปิดตายไม่ให้เขาเข้าถึง
อัคคีมองใบหน้าที่เคยยอมจำนนต่อเขาเสมอ บัดนี้กลับเชิดขึ้นอย่างถือดี เธอยืนหยัดด้วยลำแข้งของตัวเอง ป้องกันลูกน้อยสุดชีวิต ความรู้สึกปวดร้าวแล่นริ้วไปทั่วสรรพางค์กาย เขาไม่เคยรู้เลยว่าการถูกปฏิเสธจากผู้หญิงที่เคยรักและเทิดทูนเขา มันจะทรมานเจียนตายได้ถึงเพียงนี้
ภาพความทรงจำย้อนกลับไปในคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เงียบเหงา ความว่างเปล่าที่เขาเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้ว่า... ต่อให้บ้านหลังนั้นจะกว้างใหญ่แค่ไหน มีทรัพย์สินเงินทองมากมายเพียงใด แต่มันก็ไร้ซึ่งความหมายทันที ไม่มีเสียงต้อนรับ ไม่มีรอยยิ้มเจียมเนื้อเจียมตัว และไม่มีกลิ่นอายความอบอุ่นของม่านไหมอีกต่อไปแล้ว มีเพียงความเงียบงันและห้องนอนที่เย็นเยียบดั่งสุสาน ซึ่งตอกย้ำความโง่เขลาของเขาในทุกค่ำคืน
"ผมจะไม่ไปไหนทั้งนั้น..." อัคคีสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นอารมณ์ที่กำลังปะทุ แววตาคมกริบฉายแววดื้อรั้นและมุ่งมั่นอย่างที่ไม่มีใครทัดทานได้ "ไม่ว่าคุณจะเกลียดผมแค่ไหน หรือพยายามผลักไสผมอย่างไร... ผมก็จะชดใช้ทุกอย่างให้พวกคุณแม่ลูกให้ได้"
พูดจบ อัคคีก็ทรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งลงกับพื้นห้องแคบๆ เพื่อให้ระดับสายตาเสมอกับเด็กชายตัวน้อยที่ยังคงมองเขาด้วยความงุนงง เขายื่นมือสั่นเทาออกไปหมายจะแตะแก้มนุ่มนิ่มของลูกชาย
ทว่า... ก่อนที่ปลายนิ้วจะได้สัมผัสแก้มนั้น ประตูห้องที่เปิดแง้มไว้ก็ถูกผลักกระชากเปิดออกอีกครั้งอย่างแรง พร้อมกับร่างของบุคคลที่ไม่คาดฝันก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและน้ำเสียงแหลมสูงที่ทำลายบรรยากาศตึงเครียดลงในพริบตา
"คีย์คะ! คุณมาทำอะไรอยู่ที่นี่คะเนี่ย รู้ไหมว่ารตาตามหาคุณทั่วกรุงเทพฯ แล้วนะ!"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของละอองดาวเดือนเก้าด้วยดีเสมอมานะคะ
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 5
ความว่างเปล่าในคฤหาสน์
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!