หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 9

ข่าวลือที่ทำให้ใจกระตุก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"แกยังเก็บผู้หญิงจืดชืดคนนั้นไว้อยู่หรือเปล่า, คีย์?" เสียงทุ้มเจือความเย้าแหย่ของ 'ปรเมศ' เพื่อนสนิททางธุรกิจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของตึกระฟ้า กลิ่นอายของกาแฟพรีเมียมคั่วเข้มผสมผสานกับความตึงเครียดที่ลอยวนอยู่ในอากาศ อัคคีชะงักปลายนิ้วที่กำลังเลื่อนดูเอกสารสำคัญ ดวงตาคมกริบดั่งเหยี่ยวตวัดขึ้นมองเพื่อนรักนิ่งๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไร ทว่าคำถามเรียบง่ายนั้นกลับทำหน้าที่ราวกับใบมีดคมกริบที่กรีดลงบนรอยแผลเป็นที่เขาพยายามกลบฝังไว้ อัคคีแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบพร่าและเต็มไปด้วยความหยันเย้ยตัวเอง "แกก็รู้ว่าการแต่งงานของเรามันเป็นแค่เรื่องธุรกิจ... รสชาติจืดชืดแบบนั้น ไม่มีค่าพอให้ฉันต้องใส่ใจหรอก" "อ๋อเหรอ..." ปรเมศเลิกคิ้วขึ้นอย่างนึกสนุก พร้อมกับหมุนแฟ้มเอกสารในมือเล่น "แต่แปลกแฮะ ช่วงนี้ฉันเห็นข่าวลือในแวดวงสังคมไฮโซหนาหูว่าภรรยาตัวจริงของท่านประธานอัคคีหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยแถมยังหอบเอาเอกสารสำคัญบางอย่างติดมือไปด้วย... หรือว่าที่นายทำหน้าเคร่งเครียดเป็นยักษ์ถูกหวยช่วงนี้ เพราะกำลังตามหา 'ของตาย' ที่ดันบินหนีได้กันแน่ล่ะ?" ราวกับมีกระแสไฟฟ้าแรงสูงวิ่งพล่านเข้าสู่ประสาทสัมผัส อัคคีรู้สึกเหมือนถูกตบเข้าที่ใบหน้าอย่างแรงจนชาหนบ ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกระตุกวูบอย่างรุนแรง ภาพเงาร่างระหงของม่านไหมในชุดเรียบง่าย รอยยิ้มจางๆ ที่เต็มไปด้วยความอดกลั้น และแววตาสีรัตติกาลที่เคยทอดมองเขาด้วยความรัก—แต่บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชา—ผุดวาบขึ้นมาในหัวราวกับภาพยนตร์ซ้ำซากที่ฉายวนเวียน ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ อัคคีขบกรามแน่นจนสันนูนขึ้นชัดเจน ความรู้สึกแปลกประหลาดบางอย่างตีรวนขึ้นมาในอก มันไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยวอย่างที่เคยเป็น แต่เป็นความตื่นตระหนกที่ถูกซ่อนไว้ใต้ท่าทีเย่อหยิ่ง "เธอไม่มีทางไปไหนได้หรอก" อัคคีเฟ้นเสียงลอดไรฟัน ตอบเพื่อนสนิทด้วยความมั่นใจที่เริ่มสั่นคลอน "ม่านไหมเป็นผู้หญิงที่อ่อนแอและพึ่งพาฉันคนเดียว เธอไม่มีปัญญาแม้แต่จะหาเงินเลี้ยงดูตัวเองด้วยซ้ำ เธอจะไปไหนได้..." "แน่ใจเหรอวะ?" ปรเมศขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้น รอยยิ้มขี้เล่นจางหายไปจากใบหน้า "บางที... คนที่เราคิดว่ารู้จักดีที่สุด อาจจะเป็นคนที่เราไม่เคยรู้จักเลยสักนิดเดียว นายเคยลองมองลึกลงไปในตาเธอบ้างไหมวะคีย์? ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานจนถึงวันที่เธอเงียบหายไป... นายเคยใส่ใจเธอบ้างหรือเปล่า?" คำถามนั้นทรงพลังราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางใจ อัคคีชาวาบไปทั้งร่าง ประโยคสบประมาทที่เขาเคยพ่นใส่ภรรยาตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจในยามที่สายเกินแก้ *'เธอไม่มีค่าอะไรเลยนอกจากเป็นแค่เครื่องประดับไร้ราคาในบ้านหลังนี้'* แต่ในวินาทีนี้... วินาทีที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามว่างเปล่า ไร้เงาร่างระหงที่เคยนั่งรอเขาพร้อมสำรับอาหารอุ่นๆ ทุกค่ำคืน หัวใจของประธานหนุ่มผู้ไม่เคยเกรงกลัวใครกลับร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม เขากำปากกาในมือแน่นจนข้อต่อนิ้วขาวซีด ความคิดที่ว่า *'เธอเป็นของตาย'* ถูกบดขยี้จนแหลกละเอียดด้วยความจริงอันโหดร้ายที่ว่า... เขาต่างหากที่กำลังสูญเสียสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตไปอย่างถาวร "ฉันไม่ได้ต้องการเธอ..." อัคคีพยายามเค้นเสียงปฏิเสธเพื่อรักษามานะอันจอมปลอม ทว่าเสียงของเขากลับสั่นพร่าอย่างน่าสมเพชจนแม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกได้ "ปากแข็งให้ได้ตลอดเถอะวะ" ปรเมศถอนหายใจยาวพร้อมกับตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ เป็นเชิงเตือนสติ "ระวังเถอะ... วันที่นายตาสว่างและอยากก้มกราบขอร้องให้เเวL กลับมา ถึงตอนนั้น... อาจจะไม่มีที่ยืนสำหรับผู้ชายใจร้ายอย่างนายอีกต่อไปแล้วก็ได้" หลังเพื่อนสนิทเดินออกไปจากห้องทำงาน อัคคีทิ้งตัวลงพนักเก้าอี้หนังราคาแพงอย่างคนหมดแรง สายตาสีเข้มทอดมองออกไปนอกกระจกใสบานใหญ่ เบื้องล่างคือมหานครอันกว้างใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนนับล้าน แต่น่าแปลก... ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เขากลับรู้สึกอ้างว้างและโดดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มือหนายื่นไปหยิบลิ้นชักโต๊ะทำงานที่ถูกล็อกไว้อย่างแน่นหนา กุญแจดอกเล็กถูกไขเปิดออกเผยให้เห็นสมุดบันทึกเล่มเก่าปกสีครีมที่ม่านไหมมักจะถือติดตัวอยู่เสมอ... สมุดที่เขาเคยปัดทิ้งด้วยความรำคาญและบอกว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระของผู้หญิงว่างงาน อัคคีนิ่วหน้าด้วยความลังเล ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาเปิดอ่านอย่างเชื่องช้า ลายมือชื่อหวัดแกมบรรจงอันเป็นเอกลักษณ์ของม่านไหมปรากฏแก่สายตา หน้ากระดาษแต่ละแผ่นเต็มไปด้วยร่องรอยของหยดน้ำตาที่แห้งกรังจนกระดาษย่นยู่ และข้อความที่เขียนด้วยความเจ็บปวดเจียนตาย... *วันที่... เดือน... ปี* *'วันนี้คีย์กลับบ้านตีสามอีกแล้ว เขามีกลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงคนอื่นติดตัวมาด้วย... ฉันได้แต่บอกตัวเองให้อดทน เพื่อลูก... เพื่อครอบครัวที่เราสร้างขึ้นมา แต่หัวใจของฉันมันเริ่มด้านชาลงทุกทีแล้วจริงๆ คีย์คะ... คุณเคยรักฉันบ้างไหม หรือฉันเป็นแค่เงาในบ้านหลังนี้กันแน่'* ดวงตาคมกริบของอัคคีเบิกกว้างขึ้น หัวใจของเขาเต้นรัวระรัวจนแทบทะลุออกมานอกอก เมื่อสายตาเลื่อนไปอ่านเจอประโยคสำคัญที่ถูกขีดเส้นใต้ไว้ถึงสามชั้นในหน้าถัดมา *—ถ้าวันหนึ่งฉันต้องตัดสินใจเดินจากไป... ขอให้คุณรู้ไว้ว่าฉันไม่ได้หมดรักคุณ แต่เป็นเพราะความใจร้ายของคุณต่างหากที่เป็นคนฆ่าฉันให้ตายทั้งกลม... และจำไว้ให้ดี... คุณจะไม่มีวันได้เห็นหน้าลูกของเราอีกตลอดกาล—* "ลูก..." อัคคีพึมพำออกมาเบาหวิว ราวกับถูกสายฟ้าฟาดเข้ากลางแสกหน้า สมองของเขาขาวโพลนในชั่วพริบตา ความจริงอันน่าตกใจพรั่งพรูเข้ามาในหัว ม่านไหมท้อง? ภรรยาที่เขาเคยคิดว่าจืดชืดและไร้ค่า กำลังอุ้มท้องลูกของเขาหนีไปอย่างนั้นหรือ? และไอ้ท่าทีที่เธอชอบวางมือทาบท้องตัวเองทุกครั้งที่เขากล่าววาจาร้ายกาจใส่ในยามนั้น... มันไม่ใช่เพราะเธออ่อนแอ แต่เป็นเพราะเธอพยายามปกป้องสายเลือดของพวกเขาจากความโหดร้ายของเขาเอง! "โธ่เว้ย!" อัคคีสบถลั่นห้องด้วยความคลุ้มคลั่ง เขากวาดข้าวของบนโต๊ะทำงานร่วงหล่นลงพื้นกระจกแตกกระจายไม่เป็นชิ้นดี ความสำนึกผิดและความหวาดกลัวเข้ากัดกินขั้วหัวใจอย่างรุนแรงจนหายใจไม่ออก ในวินาทีที่เขากำลังจะคว้าโทรศัพท์มือถือเพื่อสั่งการให้ลูกน้องพลิกแผ่นดินตามหาตัวอภรรยา เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างสุภาพ ก่อนที่เลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ถือแท็บเล็ตหน้าจอเปิดภาพข่าวสังคมหน้าหนึ่งยื่นมาตรงหน้าเขา "ท่านประธานครับ... เกิดเรื่องใหญ่แล้วครับ!" เลขาร้องเสียงหลง "มีคนตาดีแอบถ่ายภาพคุณม่านไหมที่สนามบินต่างจังหวัด... และข้างกายเธอนอกจากกระเป๋าเดินทางแล้ว... ยังมีเด็กผู้ชายตัวเล็กๆ วัยประมาณสี่ขวบคนหนึ่ง... หน้าตา... หน้าตาถอดแบบพิมพ์เดียวกับคุณอัคคีไม่มีเพี้ยนเลยครับ!" อัคคีชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึก ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนยินดีระคนหวาดหวั่นจนแทบเสียสติ เมื่อภาพบนหน้าจอแท็บเล็ตปรากฏร่างของเด็กชายตัวน้อยแก้มป่องดวงตากลมโตที่กำลังซบหน้าลงกับอ้อมอกของม่านไหม... เด็กคนนั้น... คือเลือดเนื้อเชื้อไขของเขาจริงๆ ใช่หรือเปล่า? ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%