หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 29

ผลตรวจที่เปลี่ยนโลกทั้งใบ

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กระดาษแผ่นเล็ก ๆ ในมือของม่านไหมสั่นเทา ราวกับมันมีน้ำหนักร้อยชั่งถ่วงรั้งหัวใจที่เคยด้านชาให้กลับมาเจ็บแปลบขึ้นอีกครั้ง ตัวอักษรหมึกพิมพ์สีดำสนิทบนหัวกระดาษจากห้องปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ ปรากฏผลการตรวจวิเคราะห์สารพันธุกรรมอย่างชัดเจนถ้วนถี่จนไม่มีช่องว่างให้สงสัยได้อีกต่อไป *ความน่าจะเป็นในการเป็นพ่อ-ลูก: 99.99%* ลมหายใจของหญิงสาวสะดุดกく เธอหลับตาลงช้า ๆ เพื่อสกัดกั้นหยาดน้ำใสที่เอ่อรันขึ้นมาคลอหน่วย ทว่าความรู้สึกในอกกลับซับซ้อนเกินกว่าจะบรรยายออกมาเป็นคำพูด ความจริงที่เธอพยายามปกปิด ซ่อนเร้น และวิ่งหนีมาตลอดสี่ปี บัดนี้ถูกตีแผ่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างไร้ความปรานี น้องต้นกล้าไม่ใช่เพียงเด็กชายหน้าตาดีที่บังเอิญมีรอยยิ้มพิมพ์เดียวกับอดีตสามี หากแต่เขาคือเลือดเนื้อเชื้อไขของอัคคี... ผู้ชายคนที่เคยเหยียบย่ำหัวใจเธอจนไม่เหลือชิ้นดี ผู้ชายคนที่เคยมองว่าเธอเป็นเพียงภาระน่ารำคาญในชีวิตแต่งงานที่ไร้ซึ่งความรัก "แม่จ๋า... ทำไมหน้าซีดจาง คนเก่งทำให้แม่จ๋าไม่สบายใจเหรอครับ" เสียงใสแจ๋วของเด็กชายวัยสี่ขวบดังขึ้น พร้อมกับมือป้อม ๆ ที่เอื้อมมาแตะหลังมือของเธอเบา ๆ ดวงตากลมโตใสแจ๋วคู่นั้นมองมาด้วยความกังวลระคนห่วงใย ภาพของอัคคีซ้อนทับขึ้นมาในเสี้ยววินาทีที่เธอก้มลงมองลูกชาย ดวงตาคู่นั้น สสันจมูกโด่งรั้นนั้น และแม้กระทั่งมุมปากยามที่เขาเม้มเข้าหากันยามใช้ความคิด ทุกอย่าง... คือพิมพ์เดียวกันอย่างไร้ที่ติ ม่านไหมรีบซ่อนกระดาษแผ่นนั้นลงในซองเอกสารสีน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ก่อนจะคลี่รอยยิ้มอ่อนโยนที่สุดเท่าที่จะทำได้ออกมาเพื่อไม่ให้เด็กน้อยต้องตื่นตระหนก มือเรียวสั่นเทาเอื้อมไปลูบกลุ่มผมนุ่มของลูกชายอย่างทะนุถนอม หัวใจดวงน้อย ๆ ของเธอบีบตัวแน่นด้วยความหวาดกลัว... หากอัคคีล่วงรู้ความจริงข้อนี้ ชีวิตที่สงบสุขของเธอและลูกคงจบสิ้นลงอย่างแน่นอน เขาผู้ทรงอิทธิพลและเย็นชาคนนั้น จะไม่มีทางปล่อยสายเลือดตระกูลอัคนีคีรินทร์ให้เติบโตนอกคฤหาสน์หลังใหญ่เป็นอันขาด *ก๊อก ๆ ๆ* เสียงเคาะประตูกระจกห้องทำงานส่วนตัวในสำนักงานกฎหมายดังขึ้น ขัดจังหวะความคิดอันฟุ้งซ่านของหญิงสาว ม่านไหมสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อเรียกสติและปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติก่อนจะเอ่ยอนุญาต "เชิญค่ะ" ประตูเปิดออกเผยให้เห็นร่างสูงโปรดของทนายความหนุ่มรุ่นพี่ผู้เป็นทั้งที่ปรึกษาและพี่ชายที่เธอไว้วางใจ สีหน้าของอีกฝ่ายดูเคร่งเครียดไม่น้อยในมือถือแฟ้มเอกสารอีกชุดหนึ่งก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงาน "ม่านไหม... พี่เพิ่งได้ข่าววงในมา" ทนายภูวดลเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง ทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงข้าม "ทางฝั่งคุณอัคคีเริ่มเคลื่อนไหวเรื่องสิทธิ์การถือครองหุ้นในบริษัทลูกที่เรากำลังฟ้องร้องอยู่ และดูเหมือนว่า... เขาจะเริ่มสงสัยเรื่องอายุของน้องต้นกล้าแล้วด้วย มีคนตาดีเห็นเขาแอบให้คนสืบประวัติช่วงที่คุณย้ายไปอยู่ต่างจังหวัดเมื่อสี่ปีก่อน" หัวใจของม่านไหมกระตุกวาบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่างกำลังร้องเตือนว่าภัยร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ทุกที "เขาจะไม่มีวันได้รู้ค่ะพี่ภู" ม่านไหมเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น แม้ว่าในใจจะปั่นป่วนดั่งพายุ "เอกสารทุกอย่างถูกปิดผนึกอย่างดี และตัวตนของต้นกล้าในทะเบียนราษฎร์ก็เป็นชื่อของฉันคนเดียว" "แต่กระดาษแผ่นนั้นล่ะ... ผลตรวจ DNA" ภูวดลมองไปยังซองเอกสารสีน้ำตาลที่วางอยู่บนตักของหญิงสาว "ผลมันเพิ่งออกวันนี้ไม่ใช่เหรอ ม่านไหม... ความลับไม่มีในโลกหรอกนะ ยิ่งกับคนอย่างอัคคี ถ้าระดับเขาอยากได้อะไร เขาไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด" ม่านไหมนิ่งเงียบ เธอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับฝ่ามือ ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจอีกครั้ง วันที่เธออุ้มท้องโตหนีออกมาจากคฤหาสน์หลังนั้นด้วยความอัปยศอดสู ไม่มีแม้แต่คำลา ไม่มีแม้แต่ความเหลียวแลจากสามีผู้เพียบพร้อม เขากำลังควงแขนอยู่กับรตา หญิงสาวผู้เพียบพร้อมที่เหมาะสมกันทุกประการในสายตาของครอบครัวเขา ขณะที่เธอกลั้นใจร้องไห้ลำพังในห้องพักเล็ก ๆ ต่างเมือง พร้อมกับอุ้มท้องลูกน้อยที่ไม่มีแม้แต่พ่อเหลียวแล แล้ววันนี้... วันที่เธอสร้างกำแพงหัวใจขึ้นมาใหม่จนแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ วันที่เธอยืนหยัดได้ด้วยลำแข้งของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ เขากับกลายร่างเป็นชายหนุ่มผู้สำนึกบาป วิ่งวอนขอโอกาส คลั่งรัก และพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อดึงเธอกลับไป แต่มันสายเกินไป... สายเกินกว่าที่ผู้หญิงคนนี้จะยอมก้มหัวให้อีกแล้ว "ต่อให้เขารู้... เขาก็ไม่มีสิทธิ์ในตัวลูกของฉันค่ะ" ม่านไหมเงยหน้าขึ้นสบตารุ่นพี่ด้วยแววตาเด็ดเดี่ยว แข็งกร้าว และทอประกายความเจ็บแค้นที่ถูกเก็บกดไว้ลึกสุดขั้วหัวใจ "สี่ปีที่ผ่านมา เขาตายไปจากชีวิตเราแล้ว และมันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง" บรรยากาศภายในห้องเงียบงันลงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบา ๆ ทว่าความตึงเครียดกลับปกคลุมหนาแน่น จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานของม่านไหมแผדเสียงดังขึ้นทำลายความเงียบ หญิงสาวก้มมองหน้าจอแสดงสายเรียกเข้า หัวใจที่เพิ่งสงบลงกลับเต้นระรัวขึ้นมาอีกครั้งอย่างบ้าคลั่ง เมื่อชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอไม่ใช่ใครอื่น... *อัคคี* มือเรียวชะงักค้าง ไม่กล้าแม้แต่จะกดรับ ทว่าเสียงเรียกเข้ากลับดังซ้ำแล้วซ้ำเล่า ราวกับผู้โทรมาที่อยู่อีกด้านของสายไม่มีวันยอมแพ้ "รับสียัยไหม..." ภูวดลพยักเพยิดหน้าเบี่ยงเบนความสนใจ "ลองดูว่าเขามาไม้ไหน หลบเลี่ยงไปก็รังแต่จะทำให้เขาได้ใจ" ม่านไหมสูดลมหายใจเข้าลึกเป็นครั้งที่ร้อยของวัน นิ้วเรียวสั่นเทากดรับสายแล้วแนบเข้ากับใบหู ความเงียบงันปกคลุมชั่ววินาทีก่อนที่ทุ้มต่ำอันคุ้นเคยและเต็มไปด้วยแรงอารมณ์จะดังลอดผ่านลำโพงออกมา "ม่านไหม... ผมรู้ว่าคุณอยู่ที่ไหน และผมรู้เรื่องผลตรวจนั่นแล้ว" น้ำเสียงของอัคคีไม่ได้เย็นชาเหมือนวันเก่า หากแต่มันแหบพร่า สั่นเครือ และเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นจนแทบขาดใจ ทว่าสิ่งที่ทำให้เลือดในกายของม่านไหมเย็นเฉียบจนชาไปทั้งร่าง คือประโยคต่อมาที่เขาเอ่ยกระซิบแผ่วเบาราวกับยืนอยู่ตรงหน้าเธอ "เปิดประตูห้องทำงานออกไปสิ... ม่านไหม ลูกชายของเรา... กำลังวิ่งมาหาผมแล้ว" *ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก* เสียงเคาะประตูด้านนอกดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงหัวใจของม่านไหมที่ร่วงหล่นลงไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อบานประตูกระจกถูกผลักเปิดออกโดยฝ่ามือเล็ก ๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบที่เพิ่งวิ่งออกไปเล่นกับเลขาข้างนอก... และด้านหลังของเด็กน้อย คือร่างสูงสง่าของประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล ที่กำลังยืนจ้องมองเธอด้วยหยาดน้ำตาคลอเบ้าและแววตาสั่นระริกเต็มไปด้วยความสำนึกผิดขั้นสุด *ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและเจ็บปวดไปกับหัวใจของม่านไหมนะคะ* *ละอองดาวเดือนเก้า*
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%