"คุณจะตามรังควานฉันไปถึงไหนคะ คุณอัคคี"
เสียงหวานที่ราบเรียบเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันของห้องรับรองส่วน ภายในเรือนพักรับรองริมทะเลสาบที่ถูกจองไว้เป็นพิเศษ แรงปะทะทางอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองรุนแรงเสียจนราวกับอากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงจนเฉียบขาด ม่านไหมยืนกอดอก แว่นตากันแดดถูกถอดออกวางไว้บนโต๊ะเผยให้เห็นดวงตากลมโตที่ผ่านเรื่องราวเจ็บช้ำมามากมายจนแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ เธอไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่จะยอมก้มหน้าร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว
อัคคีสะท้านเฮือก หัวใจของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกบีบรัดเข้าหากันอย่างรุนแรงจนเจ็บแปลบ ภาพจำของอดีตภรรยาผู้เงียบงัน ยอมทนรองรับความเย็นชาและความผิดหวังซ้ำซาก ซ้อนทับกับหญิงสาวตรงหน้าที่ยืนหยัดอย่างสง่างามในเวลานี้ เธอไม่อ่อนแอต่อหน้าเขาอีกแล้ว... และนั่นคือสิ่งที่บาดลึกหัวใจเขามากที่สุด
"ผมไม่ได้ตามรังควาน... ม่านไหม" ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีลังเลที่คนอย่างอัคคีไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต ดวงตาคมเข้มคู่นั้นแดงก่ำ ร่องรอยความเหนื่อยล้าและความสำนึกผิดฉายชัดเจนบนใบหน้าคมสัน "ผมแค่... ตามหาหัวใจของตัวเอง"
"หัวใจของคุณมันเน่าเฟะไปตั้งแต่คุณปล่อยให้ผู้หญิงคนอื่นเข้ามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันแล้วค่ะ" ม่านไหมสวนกลับทันควัน น้ำเสียงสั่นน้อยๆ ด้วยเศษเสี้ยวความเจ็บปวดในอดีตที่ต่อให้พยายามกลบฝังมากแค่ไหน มันก็ยังคงกรีดลึกอยู่ในใจ "อย่ามาพูดคำว่ารักหรือคำว่าหัวใจกับฉันอีกเลย มันน่าสมเพช..."
คำว่า *'น่าสมเพช'* จากปากผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งราวกับไม่มีค่ากระแทกเข้ากลางใจอัคคีอย่างจัง เขากลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากเย็น ความอัดอั้นตันใจที่สะสมมาแรมปีพรั่งพรูออกมาพร้อมกับหยาดน้ำตาของผู้ชายที่แข็งกระด้างที่สุดคนหนึ่ง นี่คือบทลงโทษที่สาสมที่สุด... การต้องยืนรับฟังถ้อยคำเชือดเฉือนจากคนที่ตนรักสุดหัวใจ โดยไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะแก้ตัว
"ผมรู้... ผมรู้ว่าผมมันเลวแค่ไหน" อัคคีทรรุดตัวลงคุกเข่าข้างหนึ่งต่อหน้าเธอ ท่ามกลางความตกตะลึงของม่านไหม ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลยอมทิ้งศักดิ์ศรีทั้งหมดที่มีเพื่ออดีตภรรยาที่เขาเคยเหยียบยละเลย "ผมมันโง่เง่า ตาบอด และใจร้ายที่สุด... วันที่ไม่มีคุณ ผมเพิ่งรู้ว่าลมหายใจของผมมันไม่มีความหมายอะไรเลย ม่านไหม... โปรดมองผม มองความเสียใจของผมในตอนนี้บ้าง เถอะนะ"
ม่านไหมเบือนหน้าหนี หยดน้ำตาที่เธอพยายามกลั้นไว้ร่วงหล่นลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่ ความรู้สึกรักและเกลียดตีรวนกันจนปั่นป่วนในอก เธอก้มมองอดี สามีที่กำลังก้มหน้าร้องไห้อย่างหมดสภาพ ภาพความทรงจำอันโหดร้ายไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ วันที่เธออุ้มท้องโตหนีออกจากบ้านอย่างไร้จุดหมาย วันที่เธอเจ็บปวดจนแทบขาดใจในห้องคลอดโดยไม่มีเขาอยู่เคียงข้าง
"คุณร้องไห้ทำไมคะ... คุณอัคคี" ม่านไหมแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา เสียงของเธอบาดลึกหัวใจคนฟัง "คุณไม่ได้เสียใจเพราะรักฉัน... คุณแค่เสียใจเพราะคุณเพิ่งรู้ว่าคุณสูญเสียของเล่นชิ้นโปรดที่คอยรองรับอารมณ์ไปต่างหาก!"
"ไม่ใช่! ไม่ใช่แบบนั้นเลย!" อัคคีพุ่งเข้าไปคว้ามือเรียวบางทั้งสองข้างมากุมไว้แนบอกของตนเอง แรงสะอื้นไห้ของชายหนุ่มทำให้ม่านไหมรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดที่แทรกซึมออกมาจากจิตวิญญาณของเขา "ผมรักคุณ... ม่านไหม ผมรักคุณเข้ากระดูกดำมานานแล้ว แต่ความโง่เขลาและความทิฐิของผมมันบังตา ทำให้ผมทำร้ายคนที่ผมรักที่สุดลงไปได้..."
บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดนิ่ง มีเพียงเสียงลมหายใจหอบสะท้านและหยาดน้ำตาที่รินไหลเป็นเครื่องยืนยันความอัดอั้นที่ถูกปลดปล่อยออกมาจนหมดสิ้น ทั้งสองสบตากันผ่านม่านน้ำตา ความเงียบงันที่ยาวนานนับชั่วโมงถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจที่เต้นระรัวในจังหวะเดียวกัน ความโหยหาที่ถูกกักเก็บไว้ภายใต้กำแพงแห่งความหยิ่งทะนงพังทลายลงในค่ำคืนนี้
อัคคีโน้มใบหน้าลงช้าๆ หน้าผากของเขากดแนบชิดกับหน้าผากมนของเธอ ลมหายใจอุ่นร้อนปะปนกลิ่นอายความเศร้าสร้อย รสสัมผัสของหยาดน้ำตาที่ปลายจมูกช่างขมปร่า แต่มันกลับเป็นความจริงที่ทั้งคู่ต่างโหยหา ม่านไหมไม่ได้ขัดขืน ปล่อยให้ความอ่อนแอครอบงำเธอบ้างเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
เรียวปากหยักลึกทาบทับลงบนริมฝีปากนุ่มที่สั่นระริกแผ่วเบາในตอนแรก ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้ง เร่าร้อน และเปี่ยมไปด้วยความโหยหาที่อัดอั้นมาเนิ่นนาน อัคคีประคองใบีนวลเนียนของเธอไว้ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างทะนุถนอม ราวกับเธอกลัวว่าเธอจะเป็นเพียงภาพฝันที่จะสลายหายไปหากเขาบีบแรงเกินไป รสจูบที่ทั้งหวานล้ำและเจือด้วยคราบน้ำตา ดึงดูดสติสัมปชัญญะของทั้งคู่ให้จมดิ่งลงสู่ห้วงอารมณ์ปรารถนาอันลึกซึ้ง
มือเรียวของม่านไหมที่เคยทุบตีและผลักไไส กลับค่อยๆ เปลี่ยนเป็นกำสาบเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นขึ้น เรียวแขนแกร่งโอบกอดร่างบางเข้ามาแนบชิดจนแทบหลอมรวมเป็นร่างเดียวกัน ความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นและความยินยอมพร้อมใจถูกปลุกเร้าท่ามกลางแสงเทียนสลัว อุณหภูมิในห้องไต่ระดับความร้อนแรงขึ้นตามจังหวะหัวใจที่โหมกระหน่ำ สัมผัสแนบเนื้อ สัมผัสแห่งความโหยหา และลมหายใจที่สอดประสานกันเนิ่นนานเนิบนาบดึงพวกเขาทั้งคู่เข้าสู่ดินแดนแห่งการไถ่บาปที่เต็มไปด้วยความสุขสมและคราบน้ำตาแห่งความเข้าใจ
ทว่า... ในขณะที่ค่ำคืนอันแสนลึกซึ้งกำลังดำเนินไปสู่จุดสูงสุดของการเยียวยาหัวใจ เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างกระชั้นชิดจากด้านนอก ขัดจังหวะความหวามไหวและทำลายบรรยากาศทั้งหมดลงในพริบตา
"คุณคีย์คะ! ดิฉันรตาเองค่ะ... เปิดประตูให้รตาหน่อยนะคะ รตามีเรื่องด่วนที่สุดเกี่ยวกับ 'น้องต้นกล้า' ที่คุณต้องรู้เดี๋ยวนี้ค่ะ!"
เสียงกรีดร้องปนสะอื้นของอดีตคู่หมั้นที่ดังลอดเข้ามาจากเบื้องหน้า ทำให้ร่างที่กำลังแนบชิดกันบนเตียงใหญ่สะلุกเฮือก ม่านไหมชะงักกึก ดวงตากลมโตที่ฉายแววความอ่อนหวานเมื่อครู่กลับมาเย็นชาดั่งน้ำแข็งในเสี้ยววินาที ขณะที่อัคคีเบิกตากว้างด้วยความตกใจระคนโกรธจัดเมื่อได้ยินชื่อลูกชายถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือในยามวิกาลเช่นนี้
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ละอองดาวเดือนเก้า" เสมอมานะคะ
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 38
ค่ำคืนแห่งการเปิดใจ
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!