หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 35

การปรากฏตัวของอดีตคู่หมั้น

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ถ้าคิดว่าจะใส่หน้ากากทำตัวเป็นผู้หญิงน่าสงสารแล้วลอบกัดคุณคีย์ลับหลังได้ล่ะก็... คิดผิดถนัดแล้วค่ะม่านไหม!" เสียงแหลมสูงที่เจือด้วยความเกรดกราดดังแทรกผ่านความเงียบสงบของร้านกาแฟและเบเกอรีสไตล์มินิมอล ภายในโซนวีไอพีที่ถูกจัดแต่งอย่างประณีตด้วยโทนสีอบอุ่น แรงกระแทกจากฝ่ามือที่ฟาดลงบนเคาน์เตอร์ไม้เนื้อดีทำให้ถ้วยเซรามิกสั่นไหว กาแฟลาเต้อาร์ตอุ่นๆ กระเซ็นเล็กน้อยเปรอะเปื้อนขอบถ้วย ดึงดูดสายตาของลูกค้าโต๊ะข้างเคียงให้หันมามองเป็นตาเดียว ม่านไหมวางพู่กันแต่งหน้าเค้กในมือลงอย่างใจเย็น เธอมิได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตางอนงามเงยขึ้นสบตาผู้มาเยือน นัยน์ตาคู่คมฉายแววเรียเฉย ทว่าลุ่มลึกและเต็มไปด้วยความนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในยามไร้ลมพัดผ่าน รตาในชุดสูทเข้ารูปแบรนด์ดังหรูหรา ยืนหอบหายใจด้วยความโกรธเกรี้ยว ใบหน้าที่ผ่านการศัลยกรรมมาอย่างประณีตบิดเบี้ยวด้วยความริษยา ลมหายใจกระชั้นกระอเชือกบ่งบอกถึงการควบคุมอารมณ์ที่พังทลายลงสิ้นเชิง "คุณรตาคะ ที่นี่คือสถานที่ทำธุรกิจ ไม่ใช่สนามเด็กเล่นที่คุณจะมาส่งเสียงกรีดร้องโวยวายตามอำเภอใจ หากคุณต้องการสั่งเค้ก เชิญเลือกจากแคตตาล็อกได้เลยค่ะ แต่ถ้ามารบกวนเวลาทำงานของฉัน... ดิฉันคงต้องเชิญคุณออกไป" น้ำเสียงของม่านไหมนุ่มนวล ทว่าทรงพลังและเฉียบคมราวกับคมมีดที่อาบยาพิษ เธอไม่ได้ตะคอกกลับ แต่ความเยือกเย็นนั้นยิ่งทวีความเดือดดาลให้แก่หญิงสาวตรงหน้าเป็นทวีคูณ "ปากดีขึ้นนี่! ตั้งแต่หย่ากับคุณคีย์ไป กล้าบินหนีไปซุกหัวอยู่ที่อื่นแล้วกลับมาทำตัวเป็นแม่พระผู้สูงส่งอย่างนั้นเหรอ? คิดว่าทำตัวสงบเสงี่ยมแล้วคุณคีย์เขาจะหันกลับมามองหรือไง? บอกให้รู้ไว้ซะนะว่า ผู้ชายอย่างอัคคีไม่มีวันชายตามองผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอหรอก เขาก็แค่รู้สึกผิดชั่วครั้งชั่วคราวเพราะความเป็นสุภาพบุรุษเท่านั้นแหละ!" รตาแค่นหัวเราะเสียงแหลม ก้าวเข้าไปประชิดเคาน์เตอร์หมายจะปัดข้าวของบนโต๊ะให้ร่วงหล่น ทว่าม่านไหมไวishกว่า เธอขยับตัวเพียงเล็กน้อยพร้อมเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงกดต่ำที่แฝงไปด้วยรัศมีอันน่าเกรงขาม "ระวังมือของคุณด้วยนะคะ... ของทุกชิ้นในร้านนี้มีราคาแพง และถ้ามันเสียหาย คุณคงต้องจ่ายชดใช้ตามมูลค่าที่แท้จริง ซึ่งดิฉันเกรงว่ากระเป๋าแบรนด์เนมใบเก่งของคุณอาจจะไม่พอจ่าย" "นัง... นังม่านไหม!" รตากัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคือง มือเรียวที่สวมแหวนเพชรกระชากเข้าหากันแน่นจนสั่นเทา "เธอคิดว่าเธอวิเศษวิโสมาจากไหน ถึงกล้ามาหยามฉัน? รู้ไหมว่าฉันกับคุณคีย์เราเติบโตมาด้วยกัน ผู้ใหญ่หมั้นหมายกันไว้ตั้งแต่เด็ก ตำแหน่งคุณนายอัคคีควรจะเป็นของฉันมาโดยตลอด ถ้าไม่ใช่เพราะความหน้าด้านของเธอที่เข้ามาแทรกกลางในวันนั้น!" ม่านไหมแค่นยิ้มหยันในใจ ความเจ็บปวดในอดีตที่เคยถูกตราหน้าว่าเป็น "ส่วนเกิน" ในชีวิตแต่งงานไหลย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำราวกับสายน้ำเชี่ยวกราก แต่ทว่า... วันนี้ เธมิใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาเหยียบย่ำหัวใจได้อีกต่อไปแล้ว รอยแผลเป็นจากอดีตได้หลอมรวมให้เธอกลายเป็นเพชรแท้ที่ไม่มีวันแหลกสลาย "ถ้าตำแหน่งนั้นมันดีเลิศและมั่นคงนัก ทำไมคุณถึงรักษาเอาไว้ไม่ได้ล่ะคะ?" ม่านไหมเอ่ยถามเสียงเรียบ ดวงตาคู่สวยจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ร้อนรนของอีกฝ่าย "ในวันที่ฉันแต่งงานเข้าไป ฉันไม่เคยแย่งชิงอะไรมาจากใคร เพราะใบทะเบียนสมรสในมือนั้น... คนที่คุณเรียกว่า 'คุณคีย์' เป็นคนยื่นมันมาให้ฉันด้วยตัวเอง และในวันที่ฉันเลือกจะเดินออกมา ฉันก็เป็นคนเดินออกมาตัวเปล่าโดยไม่เคยเรียกร้องอะไรจากเขาเลยสักบาท... แล้วตอนนี้ คุณยังมีหน้ามาทวงสิทธิ์อะไรจากอดีตสามีชาวบ้านเขาอีกคะ?" คำพูดที่แทงใจดำทำเอารตาหน้าชาดล ปากสั่นระริกด้วยความโกรธจัดจนพูดไม่ออก แรงอิจฉาริษยาตีรวนขึ้นมาถึงขั้วหัวใจ เมื่อเห็นว่าม่านไหมในยามนี้ช่างสง่างาม แข็งแกร่ง และเปี่ยมด้วยเสน่ห์เย้ายวนใจแบบที่ผู้หญิงอ่อนแอคนเดิมไม่มีวันเทียบติด ยิ่งคิดว่าอัคคี อดีตคู่หมั้นหนุ่มผู้เย่อหยิ่งและเย็นชา บัดนี้กลับกลายเป็นหมาบ้าคลั่งรักที่คอยตามตื้อตามง้ออดีตภรรยาจนแทบพลิกแผ่นดิน รตากยิ่งรู้สึกเหมือนถูกกรีดด้วยมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า "แก... แกมันนังมารร้าย!" รตากรีดร้องสุดเสียง เงื้อมือขึ้นหมายจะตบลงบนใบหน้าเรียวสวยของม่านไหมที่ยืนอยู่อีกฝั่งของเคาน์เตอร์ ทว่า... ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะได้สัมผัสผิวแก้มของม่านไหม ข้อแขนของรเอกลับถูกมือหนาของใครบางคนคว้าหมับไว้แน่นด้วยแรงบีบมหาศาลจนกระดูกแทบแหลก! "ทำบ้าอะไรของเธอ รตา!" เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดีดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับรัศมีแห่งความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งบริเวณ บรรยากาศในร้านราวกับถูกแช่แข็งลงในฉับพลัน อัคคีปรากฏตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครล่วงรู้ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มสั่งตัดพิเศษยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลังรตา นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือดที่กำลังโกรธเกรี้ยวขั้นสุด รตาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ หันขวับไปมองชายหนุ่มด้วยความดีใจปนหวาดกลัว "คุณคีย์... คุณคีย์มาได้ยังไงคะ? ช่วยรตาด้วยค่ะ ผู้หญิงคนนี้..." "หุบปากซะ!" อัคคีตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงที่ทรงพลังจนรตาสสะดุ้งสุดตัว แรงเหวี่ยงที่เขาผลักแขนเธออกทำเอารตาเซถอยหลังไปหลายก้าวเกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น ดวงตาคมกริบของประธานหนุ่มทอดมองอดีตคู่หมั้นด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์อย่างไม่ปิดบัง "ฉันเตือนเธอหลายครั้งแล้วนะรตา ว่าอย่ามายุ่งกับชีวิตของม่านไหม อย่ามาเหยียบที่นี่อีก ถ้าเธอยังไม่เลิกทำตัวไร้สาระแบบนี้... ก็อย่าหาว่าฉันไม่เตือนว่าตระกูลของเธอจะไม่มีที่ยืนในสังคมธุรกิจนี้อีกต่อไป!" คำขู่ที่เฉียบขาดและจริงจังทำเอารตาหน้าซีดเผือด เธอกัดริมฝีปากจนห่อเลือดด้วยความคับแค้นใจ มองหน้าอัคคีที่ยืนบังม่านไหมไว้ราวกับจะปกป้องจากภยันตรายทั้งปวง ก่อนจะหันไปถลึงตาส่งสัญญาณอาฆาตใส่ม่านไหม แล้วสะบัดหน้าหนีวิ่งออกไปจากร้านท่ามกลางความตกตะลึงของลูกค้าคนอื่นๆ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ม่านไหมถอนหายใจเบาๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เธอเบือนหน้าหนีไม่อยากสบตาชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้า หยิบผ้าสะอาดขึ้นมาเช็ดทำความสะอาดเคาน์เตอร์ราวกับว่าเขาเป็นเพียงอากาศธาตุ "ไหม..." เสียงเรียกที่แผ่วเบาและเจือความรู้สึกผิดอย่างเห็นได้ชัดดังลอดริมฝีปากของอัคคี เขาก้าวเข้าไปใกล้เคาน์เตอร์อีกนิด ทว่าไม่กล้าเอื้อมมือแตะต้องตัวเธอราวกับกลัวว่าเธอจะแตกสลายคามือ "คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่า? ผม... ผมขอโทษที่ปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นเข้ามาสร้างความวุ่นวายรบกวนคุณ" "คุณไม่ต้องมาขอโทษฉันหรอกค่ะคุณอัคคี" ม่านไหมเอ่ยตอบเสียงเรียบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมอง "เพราะคนที่อนุญาตให้ผู้หญิงคนนั้นกล้ามาอาละวาดถึงที่นี่... ก็คือความสัมพันธ์ที่รกรุงรังในอดีตของคุณเองไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าคุณจัดการปัญหาของคุณให้มันเด็ดขาดตั้งแต่แรก ฉันก็คงไม่ต้องมาเจอเรื่องน่ารำคาญใจแบบนี้" คำพูดเชือดเฉือนที่ตรงไปตรงมาทำเอาอัคคีเจ็บแปลบในอกราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง เขายอมรับทุกคำต่อว่า เพราะรู้ดีว่าตัวเองคือต้นเหตุของความเจ็บปวดทั้งหมดในชีวิตเธอ "ผมจัดการเด็ดขาดแล้ว... ผมตัดขาดกับทางนั้นทุกอย่างแล้วจริงๆ ไหม" อัคคีละล่ำละลักอธิบาย ดวงตาคู่คมฉายแววเวทนาและอ้อนวอนอย่างน่าสงสาร "ผมรู้ว่าผมมันเลว ผมรู้ว่าผมเคยทำร้ายคุณไว้มากแค่ไหน แต่ขอโอกาสให้ผมได้พิสูจน์ตัวเองอีกสักครั้งเถอะนะ ให้ผมได้ดูแลคุณกับลูก..." "ลูกของฉัน... ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับคุณค่ะ" ม่านไหมเงยหน้าขึ้นสบตาเขา แววตาของเธอนิ่งสนิทไร้ซึ่งความหวั่นไหวใดๆ "และโปรดจำใส่ใจไว้ด้วยนะคะคุณอัคคี ว่าคุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอ่ยชื่อถึงลูกของเรา" พูดจบ ม่านไหมก็หันหลังเดินเข้าหลังร้านไปทันที ทิ้งให้อัคคี đứng เคว้งคว้างอยู่ลำพังท่ามกลางความอ้างว้างในหัวใจ ร่างสูงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อสะกดกลั้นความเจ็บปวด ทว่าในจังหวะที่เขากำลังจะหันหลังเดินกลับออกไปด้วยความสิ้นหวัง สายตากลับเหลือบไปเห็นสมุดบันทึกเล่มหนาที่วางอยู่บนชั้นวางหนังสือเด็กมุมเล็กๆ สำหรับลูกค้าร้านกาแฟ หน้ากระดาษที่เปิดค้างไว้... เป็นภาพวาดฝีมือเด็กอนุบาล รูปครอบครัวพ่อแม่ลูกระบายด้วยสีเทียนสีสดใส และที่มุมกระดาษมีลายมือเด็กตัวยึกยือเขียนไว้ว่า... *'ต้นกล้ารักคุณพ่อครับ'* พร้อมกับรูปวาดผู้ชายตัวสูงใหญ่สวมชุดสูทซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับตัวเขาเองราวกับแกะ! อัคคีชะงักงัน ลมหายใจสะดุดกึกลงไปทันที นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนความดีใจที่พวยพุ่งขึ้นมาจนจุกอก... ละอองดาวเดือนเก้าขอกราบขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามอ่านและร่วมอินไปกับความรู้สึกของตัวละครในตอนนี้นะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%