หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 36

ความเด็ดขาดของอดีตสามี

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
"ฉันไม่สนว่าคุณจะอ้างเหตุผลอะไร รตา... นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ระหว่างเราไม่มีคำว่า 'เรา' อีกต่อไปแล้วค่ะ" น้ำเสียงของอัคคีไม่ได้ตึงเครียดหรือเกรี้ยวกราด ทว่ามันกลับเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลกที่ถูกแช่มานับแรมปี ประโยคประกาศิตนั้นเฉียบคมราวนำมีดมากรีดลงบนความสัมพันธ์ที่เคยผูกพันกันไว้ลวกๆ รตาถึงกับหน้าถอดสี ดวงตาคู่คมที่เคยพยายามฉายแววเวทนาและออดอ้อนบัดนี้เบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเธซีดเผือดลงจนแทบไร้สีเลือด เมื่อตระหนักชัดเจนว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ได้เอ่ยเล่นๆ ห้องรับรองพิเศษในโรงแรมหรูที่ตกแต่งอย่างประณีตบัดนี้กลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก รตาก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว มือเรียวที่สวมแหวนเพชรเม็ดโตสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ "คีย์คะ... คุณพูดอะไรออกมา รู้ตัวไหมคะ? เรา... เราคบหากันมาตั้งแต่..." "ผมรู้ดีว่าผมกำลังพูดอะไร และรู้ด้วยว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมโง่เง่าแค่ไหนที่ปล่อยให้ผู้หญิงหน้าซื่อใจคดอย่างคุณเข้ามาปั่นหัวครอบครัวของตัวเอง" อัคคีตัดบทอย่างไร้เยื่อใย นัยน์ตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทอดมองอดีตคู่หมั้นด้วยความรังเกียจอย่างไม่ปิดบัง "คุณจงใจสร้างภาพให้ม่านไหมเข้าใจผิด คุณคอยเสี้ยมให้ผมผลักไสภรรยาตัวเองลงหลุมพรางแห่งความเย็นชา... และที่เลวร้ายที่สุด คือคุณกล้าดียังไงถึงส่งคนไปคุกคามม่านไหมกับลูก!" คำว่า 'ลูก' กระแทกกระทั้นหัวใจของอัคคีจนเจ็บแปลบ ภาพเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน ลอยวนเวียนอยู่ในห้วงความคิด ความรู้สึกผิดที่ถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นพายุทำให้เขารู้สึกหายใจไม่ออก ผู้ชายที่เคยหยิ่งผยองและมั่นใจในตัวเองสูงลิ่วอย่างอัคคี ในยามนี้กลับสำนึกรู้ซึ้งถึงบาปกรรมที่ตนเองได้ก่อไว้ ม่านไหมต้องทนทุกข์ทรมานเพียงลำพัง ท้องลูกของเขาโดยที่เขาไม่เคยเหลียวแลแถมยังหยิบยื่นแต่ความโหดร้ายให้ รตาที่เป็นต้นเหตุของรอยร้าวทั้งหมดจึงสมควรได้รับการชดใช้ที่สาสมที่สุด "คุณเอาผู้หญิงคนอื่นมาเทียบกับฉันเหรอคะคีย์? นังม่านไหมมันมีดีอะไร มันก็แค่ผู้หญิงไร้ค่าที่เกาะคุณกิน!" รตาหมดความอดทน เผลอหลุดเสียงแหลมสูงออกมาด้วยความริษยาที่แผดเผาจนขาดสติ "หุบปาก!" อัคคีตวาดลั่น นัยน์ตาวาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวจนรตาต้องสะดุ้งสุดตัว "ม่านไหมมีค่ามากกว่าผู้หญิงใจแคบอย่างคุณเป็นร้อยเท่าพันทวี และต่อจากนี้ ต่อให้คุณจะใช้มารยาทร้อยเล่มเกวียนแค่ไหน ก็ไม่มีวันได้เข้าใกล้ชีวิตของผม หรือแม้แต่ปลายเล็บของลูกกับภรรยาผมอีก! คนขับรถ! พาตัวแขกที่ไม่ได้รับเชิญออกไปจากที่นี่ซะ!" สิ้นคำสั่งเด็ดขาด บอดี้การ์ดร่างยักษ์สองนายก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวรตาทันที แรงฉุดกระชากแม้จะไม่ได้รุนแรงแต่ก็เด็ดขาดพอที่จะทำให้รตารู้ว่า เธอไม่มีอำนาจใดๆ จะต่อรองกับประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจใหญ่อีกต่อไปแล้ว รตาพยายามกรีดร้องและโวยวายด้วยความอับอาย แต่ร่างของเธอก็ถูกพาตัวออกไปพ้นจากสายตาอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงความเงียบงันที่กดทับหัวใจของอัคคีให้จมดิ่งลงเรื่อยๆ ในขณะเดียวกัน ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ในย่านชานเมืองอันเงียบสงบ ม่านไหมกำลังนั่งอยู่บนโซฟาเนื้อนุ่มในห้องนั่งเล่น มือเรียวบางกำลังลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของน้องต้นกล้าที่กำลังนอนหนักตักหลับปุ๋ยด้วยความเหนื่อยจากการวิ่งเล่นในสวน บรรยากาศภายในบ้านอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ที่เธอปลูกไว้ริมระเบียง ม่านไหมทอดสายตามองบุตรชายแก้วตาดวงใจด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเด็ดขาด เส้นทางที่เธอเลือกเดินในวันนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย การหลุดพ้นจากเงาของอัคคีและการสร้างชีวิตใหม่ให้ลูกด้วยสองมือของตัวเองคือเครื่องพิสูจน์ว่า เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครเหยียบย่ำอีกต่อไปแล้ว รอยแผลเป็นจากอดีตหล่อหลอมให้หัวใจของเธอแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ ที่ไม่ว่าจะผ่านการเจียระไนหรือมรสุมใด ก็ไม่มีวันแหลกสลาย แต่กระนั้น ลางสังหรณ์บางอย่างก็ทำให้หัวใจของเธอกระตุกวูบ เสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านดังขึ้นแผ่วเบา ตามด้วยเสียงฝีเท้าหนักแน่นที่ก้าวเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูใหญ่ ม่านไหมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ยามวิกาลเช่นนี้ ใครกันที่จะมาเยือนบ้านของเธอ? ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก... เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนและหนักแน่นขึ้น ราวกับเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่เบื้องหลังบานไม้นั้นกำลังพยายามรวบรวมความกล้าทั้งหมดในชีวิต เพื่อเผชิญหน้ากับบาปที่ตนเองเป็นผู้ก่อ ม่านไหมค่อยๆ วางศีรษะของลูกน้อยลงบนหมอนอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ แล้วเดินตรงไปที่ประตูบ้านด้วยหัวใจที่เต้นระรัว มือเรียวบิดกลอนประตูแล้วดึงเปิดออกกว้าง... ทว่าภาพของคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ลมหายใจของม่านไหมสะดุดกึก ร่างกายแข็งทื่อราถูกสาปให้กลายเป็นหิน ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง เมื่อพบว่าผู้ชายที่ยืนตากลมหนาวอยู่หน้าบ้านในยามดึกดื่นคือนัยน์ตาคู่คมที่เธอคุ้นเคยเป็นอย่างดี—อัคคี! อัคคียืนนิ่งสนิท นัยน์ตาคมกริบแดงก่ำด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสำนึกผิด อาลัยอาวรณ์ และความรักที่อัดแน่นจนล้นอก ริมฝีปากหยักลึกสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นตรงหน้าเธอ ชายหนุ่มผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ยอมลดศักดิ์ศรีทั้งหมดลงเพื่อขอโอกาสจากผู้หญิงที่เขาเคยทอดทิ้ง "ม่านไหม..." เสียงทุ้มต่ำพยายามเอื้อnเอ่ยออกมาอย่างยากเย็น "ผมมาเพื่อขอร้อง... ขอโอกาสให้ผมได้ดูแลลูก และไถ่โทษความผิดทั้งหมดที่ผมเคยทำกับคุณ... ได้โปรดเถอะนะ" ม่านไหมมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ชาหนึบ ความเจ็บปวดในอดีตย้อนกลับมาฉายชัดในหัว ทว่าก่อนที่เธอจะได้เอ่ยปากปฏิเสธความใจร้ายที่เขย่าขวัญเธอนับครั้งไม่ถ้วน เสียงเล็กใสของเด็กชายตัวน้อยที่เพิ่งตื่นนอนก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง "คุณปู่... เอ๊ย! คุณอาใจดีคนนั้น มาทำอะไรที่บ้านเราเหรอครับแม่?" --- โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ มาร่วมลุ้นกันว่าหัวใจที่เคยแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ของม่านไหม จะยอมใจอ่อนให้กับอดีตสามีที่สำนึกผิดแล้วหรือไม่อย่างไรค่ะ! ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุน "ละอองดาวเดือนเก้า" เสมอมานะคะ
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%