กลิ่นอายความเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศในห้องทำงานหรูหราใจกลางเมือง ไม่ได้ระคายผิวของอัคคีแม้แต่น้อยในวินาทีนี้ หัวใจของประธานหนุ่มผู้เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาดั่งก้อนน้ำแข็ง กำลังแหลกสลายและหลอมละลายกลายเป็นความเจ็บปวดเจียนตาย ภาพของเด็กชายตัวน้อยวัยสี่ขวบที่มีดวงตากลมโตและริมฝีปากหยักลึกถอดแบบมาจากเขาพิมพ์เดียวกัน ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดซ้ำไปซ้ำมา ราวกับค้อนเหล็กที่ทุบลงกลางอกซ้ำๆ
*ต้นกล้า... ลูกของฉัน*
คำคำนี้ก้องกังวานอยู่ในหัว ละอองความรู้สึกผิดพวยพุ่งขึ้นมาจุกอกจนแทบหายใจไม่ออก อัคคีเพิ่งตระหนักในวินาทีนี้เองว่า ความโง่เขลาและความเย่อหยิ่งจองหองของตนเอง ได้ทำลายสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตด้วยมือคู่นี้อย่างไร ม่านไหม... ภรรยาที่เขาเคยผลักไส ไล่ส่ง และมองข้ามความรู้สึกมาตลอดหลายปี เธอต้องอุ้มท้องลูกของเขาหลบหนีไปเผชิญโลกกว้างลำพังด้วยความหวาดกลัวและโดดเดี่ยวเพียงใด
เสียงเคาะประตูดังขึ้นสามครั้งเบาๆ ก่อนที่เลขาคนสนิทจะก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าลังเล
"ท่านประธานคะ... คุณม่านไหมติดต่อกลับมาแล้วค่ะ เธอนัดให้คุณไปพบที่ร้านกาแฟริมแม่น้ำในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้าค่ะ"
ดวงตาคมกริบของอัคคีทอประกายวับวับขึ้นมาทันที ราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ท่อนไม้สุดท้าย หัวใจที่เคยด้านชากลับมากระหน่ำเต้นรัวด้วยความหวังระคนหวาดหวั่น *เธอจะยอมฟังคำอธิบายไหม? เธอจะเกลียดจนไม่อยากแม้แต่จะมองหน้าเขาอีกหรือเปล่า?*
ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูง คว้าเสื้อสูทเนื้อดีมาสวมด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย ความเป็น "อัคคีผู้ไม่เคยเกรงกลัวใคร" ได้มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงชายผู้สำนึกบาปและพร้อมจะทำทุกวิถีทางเพื่อกราบขอขมาอดีตภรรยาและลูกน้อย
ณ ร้านกาแฟสไตล์มินิมอลบรรยากาศอบอุ่นริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่างระหงของม่านไหมในชุดเดรสยาวสีครีมเรียบหรู นั่งไขว่ห้างจิบชาด้วยท่าทีสงบนิ่งและสง่างามดั่งเพชรแท้ที่ผ่านการเจียระไนผ่านไฟร้อน รังสีความแกร่งกล้าที่แผ่ออกมาจากตัวเธอนั้น ทำให้ชายหนุ่มผู้ก้าวเข้ามาหยุดชะงักไปชั่วขณะ
ม่านไหมในวันนี้ไม่ใช่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนเดิมที่เอาแต่วิ่งตามและร้องไห้อ้อนวอนขอความรักจากเขาอีกต่อไปแล้ว แววตาของเธอนิ่งสนิท เยชา และเต็มไปด้วยกำแพงสูงชันที่ยากจะทะลวงผ่าน
อัคคีสูดลมหายใจเข้าลึก, ก้าวเท้าย่างสามขุมเข้าไปใกล้ ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ตรงข้ามอย่างระมัดระวังราวกับกลัวว่าภาพตรงหน้าจะเป็นเพียงความฝัน
"ม่านไหม..." เสียงทุ้มต่ำที่เคยทรงอำนาจ บัดนี้กลับสั่นพร่าและแหบแห้งอย่างน่าใจหาย
ม่านไหมวางถ้วยแบล็กทีลงช้าๆ ปลายตากวาดมองอดีตสามีด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่มุมปาก รอยยิ้มนั้นบาดลึกหัวใจของอัคคีจนหยดเลือดซึม
"ไม่ต้องมาเรียกชื่อฉันสนิทสนมขนาดนั้นหรอกค่ะคุณอัคคี มีอะไรก็ว่ามาเลยดีกว่า เวลาของฉันมีค่า ไม่เหมือนคุณที่ดูเหมือนจะว่างงานจนตามราวีฉันไม่เลิกรา" น้ำเสียงหวานใสแต่เฉียบคมราวน้ำแข็งพุ่งตรงเข้าเสียบแทงใจดำ
"พี่... ขอโทษ" คำพูดคำเดียวที่เคยคิดว่าชาตินี้ไม่มีวันออกจากปากอัคคี บัดนี้มันหลุดออกมาอย่างง่ายดาย พร้อมกับแววตาที่เต็มไปด้วยความสำนึกผิดขั้นสุด "พี่เพิ่งรู้ความจริง... พี่ขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ผ่านมา ขอโทษที่ใจร้ายกับเธอ ขอโทษที่มองไม่เห็นค่าในสิ่งที่เธอทำเพื่อพี่เลย..."
ม่านไหมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ ในลำคอ ดวงตากลมโตคู่สวยฉายแววเย้ยหยันชัดเจน
"คำขอโทษเหรอคะ? มันมีค่าอะไรกับหยาดน้ำตาหลายล้านหยดที่ฉันต้องเสียไปตอนที่อุ้มท้องลูกหนีหัวซุกหัวซุนล่ะค่ะคุณอัคคี? ตอนที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านอย่างไร้เยื่อใย ตอนที่คุณควงผู้หญิงคนอื่นเย้ยหยันฉันหน้าสื่อ คุณเคยคิดถึงคำว่าขอโทษบ้างไหม?"
คำถามนั้นเปรียบเสมือนฝ่ามือหนาที่ตบฉาดลงบนใบหน้าของอัคคีจนชาหนึบ เขากำมือแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความเจ็บปวดในอดีตที่ม่านไหมพรั่งพรูออกมา มันคือหลักฐานฟ้องความเลวร้ายของเขาเอง
"พี่รู้ว่าพี่มันเลว... พี่มันโง่เง่าและตาบอด" อัคคีเอื้อมมือหนาหมายจะไปกุมมือเรียวบางที่วางอยู่บนโต๊ะ แต่กลับถูกม่านไหมชักมือหลบอย่างรวดเร็วราวกับรังเกียจเดียดฉันท์ ปลายตาสื่อความหมายชัดเจนว่า *อย่ามาแตะต้อง*
"ถ้ารู้ตัวว่าเลว ก็ควรจะรู้ด้วยนะคะว่า 'ความผิดพลาด' บางอย่าง... มันไม่มีวันให้อภัย" ม่านไหมโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย กดสายตามองเขาด้วยความดุดันที่ไม่เคยมีมาก่อน "ลูกคือดวงใจของฉันคนเดียว คุณไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเข้ามาในชีวิตของต้นกล้า!"
"ไม่ได้นะม่านไหม! นั่นลูกพี่ ลูกสายเลือดไทยแท้ๆ ของพี่เหมือนกันนะ!" อัคคีผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ ลืมมาดประธานบริษัทผู้สุขุมไปเสียสนิท ความหวงแหนและตื่นตระหนกเข้าครอบงำ "เธอจะกีดกันไม่ให้พ่อได้เจอหน้าลูกไม่ได้!"
"พ่อเหรอคะ?" ม่านไหมลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขาเช่นกัน ความสูงที่ต่างกันไม่ได้ทำให้เธอเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยเชิดขึ้นอย่างทระนง "วันที่ลูกร้องเรียกหาพ่อ วันที่คุณปล่อยให้ผู้หญิงอย่างรตามาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของฉันและลูกในท้อง คุณเคยทำหน้าที่พ่อหรือยังคะ?!"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางสายตาของลูกค้าในร้านที่เริ่มหันมามอง อัคคีเจ็บแปลบไปทั้งทรวงอก ความรู้สึกคลั่งรักและอยากชดใช้ตีรวนขึ้นมาจนสติแทบกระเจิง เขาก้าวเข้าไปประชิดตัวเธอด้วยความเร่าร้อนและดุดันในแบบฉบับของหมาป่าที่ถูกต้อนจนมุม
"ถ้าเธอเกลียดพี่นัก... จะเอาพี่ไปลงทัณฑ์ยังไงพี่ก็ยอมทั้งนั้น" อัคคีก้มลงกระซิบชิดริมหูของเธอ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอระหงจนม่านไหมสะท้านเยือก "แต่อย่าหวังเลยว่าพี่จะยอมปล่อยมือจากเธอและลูก... ไม่มีวัน!"
ดวงตาคมกริบของทั้งสองคู่ประสานกันอย่างดุเดือด เพลิงอารมณ์แห่งความรัก ความแค้น และความโหยหาปะทะกันรุนแรงจนเกิดประกายไฟในอากาศ ม่านไหมผงะถอยหลังเล็กน้อยด้วยความหวั่นไหวชั่ววูบ แต่ก็รีบดึงสติกลับมาแล้วเชิดหน้าขึ้นท้าทาย
"งั้นก็ลองดูค่ะ ว่าคุณจะมีปัญญาชนะฉันได้ไหม..."
เธอกล่าวจบก็สะบัดหน้าหนี เตรียมจะก้าวเดินออกจากร้านทันทีเพื่อตัดปัญหา แต่อัคคีไว,กว่า เขารวบเอวบางเข้าหาตัวด้วยท่อนแขนแข็งแรงอย่างรวดเร็ว ร่างทั้งสองแนบชิดกันจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นและจังหวะหัวใจที่เต้นรัวระทึกของกันและกัน
"ปล่อยนะ!" ม่านไหมตื่นตระหนก ทุบกำปั้นลงบนอกแกร่ง
"ไม่ปล่อย... จนกว่าเธอจะยอมฟังข้อเสนอของคนสารเลวคนนี้" อัคคีก้มหน้าลงกระซิบชิดริมฝีปากอิ่มที่เม้มแน่นอย่างดื้อรั้น กลิ่นกายหอมกรุ่นของเธอยิ่งปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวเขาให้ตื่นขึ้นอย่างเต็มพิกัด
ทว่า... ในวินาทีที่อัคคีกำลังจะโน้มใบหน้าลงไปหมายจะขโมยจูบพิสูจน์รัก ประตูร้านกาแฟก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหวานใสอันคุ้นเคยที่ดังแทรกบรรยากาศตึงเครียดขึ้นมา
"พี่คีย์คะ! รตาตามหาซะทั่วเลย... เอ๊ะ!"
รตาหยุดยืนตัวแข็งทื่อ ดวง เบิกกว้างด้วยความตกตะลึงเมื่อเห็นภาพอดีตสามีภรรยาคู่นี้กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างแนบชิด และที่เลวร้ายยิ่งกว่านั้น... คือสายตาของอัคคีที่หันขวับมามองเธอด้วยรังสีอำมหิตราดรดด้วยเพลิงโทสะที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งให้เป็นจุล!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจสั่นไปกับอัคคีและม่านไหมนะคะ
ละอองดาวเดือนเก้า
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 31
รุกหนักจัดเต็ม
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!