หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 32

ของขวัญชิ้นใหญ่ให้ลูก

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
เสียงหัวเราะใสกระจ่างดั่งระฆังแก้วของเด็กชายตัวน้อย ดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างของคฤหาสน์หรู ทว่าเสียงนั้นกลับบาดลึกลงไปในโสตประสาทของม่านไหม ยิ่งทำให้หัวใจดวงที่เคยด้านชาจนแทบไม่เหลือความรู้สึก กลับต้องกระตุกวูบด้วยความหวาดหวั่นระคนเจ็บแปลبي ภาพตรงหน้าคืออดีตสามีผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยียบเย็นและไร้หัวใจ... อัคคี ประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพล บัดนี้กำลังนั่งคุกเข่าลงบนพรมราคาแพงอย่างไม่นึกเสียดายเสื้อผ้าแบรนด์ดังราคาหลักแสน สองมือหนาที่เคยใช้ถือปากกาเซ็นแฟ้มธุรกิจมูลค่ามหาศาล บัดนี้กำลังประคองหุ่นยนต์ของเล่นบังคับวิทยุราคาแพงลิบลิ่ว ซึ่งเขาเพิ่งสั่งนำเข้าจากต่างประเทศมาหมาดๆ เพื่อเอาใจเด็กชายวัยสี่ขวบโดยเฉพาะ "คุณคีย์คะ ฉันคิดว่าของเล่นชิ้นนี้มันเกินความจำเป็นสำหรับเด็กวัยนี้ไปนะคะ" ม่านไหมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมให้ราบเรียบที่สุด ดวงตาคู่คมกริบดั่งเพชรแท้ที่ผ่านการเจียระไนด้วยมรสุมชีวิต จ้องมองร่างสูงใหญ่ที่เงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของอัคคีในยามนี้ไม่มีความถือตัวหรือความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความเวทนาแกมเอาอกเอาใจ ซึ่งมันทำให้เธอยิ่งรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง "สำหรับต้นกล้า ไม่มีอะไรคำว่าเกินจำเป็นหรอกครับ... เอ๊ย... สำหรับผม ลูกอยากได้อะไร ผมหามาให้ได้ทั้งหมดแหละ" อัคคีรีบเปลี่ยนคำสรรพนามแทบไม่ทัน เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของอดีตภรรยาหรี่ลงด้วยความไม่พอใจ "ผมแค่อยากชดเชย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยแผ่วเบา เจือความสำนึกผิดที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายเดือน "ชดเชยเหรอคะ?" ม่านไหมแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างงดงามทว่าบาดลึก "คุณเอาอะไรมาพูดคะคุณอัคคี เวลาสี่ปีที่คุณปล่อยให้ฉันอุ้มท้องลำพัง... เวลาสี่ปีที่คุณไม่เคยเหลียวแล... คุณคิดว่าเงินตราหรือของเล่นราคาแพงพวกนี้ จะซื้อมันกลับคืนมาได้งั้นเหรอคะ?" คำพูดเชือดเฉือนนั้นไม่ได้ทำให้อัคคีโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อย เขายอมรับมันทุกถ้อยคำด้วยหัวใจที่แหลוสลาย เพราะรู้ดีว่าตัวเขาเองคือผู้ทำลายทุกอย่างลงด้วยมือคู่ Nี้นี่เอง "แม่จ๋า... พี่คีย์... เอ่อ คุณพ่อใจดีจังเลยครับ" น้องต้นกล้าที่กำลังนั่งยองๆ อยู่ข้างอัคคี เงยหน้าขึ้นมองมารดาด้วยแววตาออดอ้อน ดวงตากลมโตคู่นั้นถอดแบบมาจากผู้เป็นพ่อราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่มีผิดเพี้ยน ยิ่งเวลาที่เด็กน้อยทำหน้าเวงวอน มันช่างทรงพลังและทำลายกำแพงในใจของคนเป็นแม่ได้ราบคาบทุกครั้ง "ต้นกล้าคะ ลูกเรียกเขาว่าอะไรนะ?" ม่านไหมย่อตัวลงนั่งเสมอระดับลูกชาย น้ำเสียงอ่อนลงทันiทีเมื่อพูดกับสายเลือดในไส้ "คุณพ่อไงครับ... คุณพ่อบอกว่า ซื้อหุ่นยนต์ตัวนี้ให้เป็นของขวัญต้อนรับที่พวกเราจะได้อยู่ด้วยกัน... แล้วคุณพ่อก็สัญญาว่าจะพาไปสวนสนุกด้วยนะแม่จ๋า นะครับ... ให้คุณพ่อไป1ด้วยนะ" เด็กชายตัวน้อยเอื้อมมือเล็กๆ ไปจับชายเสื้อของอัคคีอย่างแนบแน่น ความผูกพันที่ก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้แววตาของอัคคีไหววับด้วยความตื้นตัน เขาเอื้อมมือไปโอบไหล่เล็กของลูกชายไว้ ปลายจมูกโด่งรั้นชนเข้ากับผมนุ่มนิ่มของเด็กน้อยด้วยความรักที่ล้นปรี่ จนคนเป็นแม่ที่ยืนมองอยู่ถึงกับต้องเม้มริมฝีปากแน่นเพื่อสะกดกลั้นหยาดน้ำตาที่รื้นขึ้นมาขอบตา ตลอดหลายวันที่ผ่านมา อัคคีแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเขาไม่ได้มาเพื่อเรียกร้องสิทธิ์ตามกฎหมายอย่างเย็นชาเหมือนในอดีต แต่เขาใช้ความอ่อนโยน ความใส่ใจ และความอดทนเข้าหาลูกชายทีละน้อย จนเด็กน้อยที่เคยระแวดระวังผู้ชายแปลกหน้า กลับยอมเปิดใจและติดสอยห้อยตามอัคคีแจราวกับลูกเป็ดเดินตามแม่ ทว่า... ความอบอุ่นที่ปลอมประโลมหัวใจเด็กชาย กลับเป็นยาพิษที่กรัดกร่อนความมั่น 9 ในหัวใจของม่านไหม เธอไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่า ภาพของสองพ่อลูกที่กำลังนั่งประกอบหุ่นยนต์ด้วยกันอย่างสนุกสนานนั้น มันช่างงดงามและเติมเต็มส่วนที่ขาดหายไปในชีวิตของต้นกล้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน... น่ากลัวว่าหัวใจของเธอเอง ที่ปฏิญาณไว้ว่าจะไม่มีวันยอมจำนนให้ผู้ชายใจร้ายคนนี้อีก จะเผลอไผลโอนอ่อนตามความอบอุ่นจอมปลอม... หรือบางที มันอาจจะไม่ใช่ความปลอมปลอม แต่มันคือความจริงใจที่สายเกินไป? "แม่จ๋าไม่ชอบคุณพ่อเหรอครับ?" เสียงใสแจ๋วเอ่ยถามขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้ผู้ใหญ่ทั้งสองคนสะดุ้งเล็กน้อย ม่านไหมสบตาเข้ากับดวงตาคู่โตของลูกชาย หัวใจดวงน้อยๆ ของเธอเจ็บแปลบขึ้นมาทันที เธอย่อตัวลงตรงหน้าลูกชาย ยกมือขึ้นลูบแก้มนุ่มนิ่มด้วยความทะนุถอด "แม่ไม่ได้ไม่ชอบค่ะ... แต่ผู้ใหญ่มีเรื่องราวซับซ้อนมากกว่าที่ลูกจะเข้าใจนะคะคนเก่ง" "แต่คุณพ่อบอกว่า... คุณพ่อรักแม่จ๋านะครับ" คำพูดไร้เดียงสาของเด็กชายราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางใจของม่านไหม เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบขึ้นมองอัคคีทันที ชายหนุ่มรีบหลบสายตาเล็กน้อย ใบหน้าคมคายขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความประหม่าที่ถูกเด็กน้อยฟ้องความในใจ "ต้นกล้าครับ... ไปหยิบชิ้นส่วนตรงนั้นให้พ่อหน่อยสิครับ ลูกผู้ชายต้องช่วยกันนะ" อัคคีรีบเบี่ยงเบนความสนใจของเด็กชาย เพื่อไม่ให้สถานการณ์ระหว่างเขากับอดีตภรรยาตึงเครียดไปมากกว่านี้ "เย้! เป็นลูกผู้ชายต้องช่วยกัน!" เด็กน้อยร้องอย่างตื่นเต้น รีบวิ่งดุ๊กๆ ไปหยิบชิ้นส่วนพลาสติกตามที่อัคคีบอก ทิ้งให้ม่านไหมยืนนิ่งอยู่ลำพังท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึมครึม อัคคีค่อยๆ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาืหาหญิงสาวทีละก้าวอย่างระมัดระวัง ราวกับเธอกำลังยืนอยู่บนแผ่นน้ำแข็งบางเฉียบที่พร้อมจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ "ไหมครับ..." เสียงทุ้มต่ำเอמהเรียกชื่อเธอด้วยความนุ่มนวลอย่างที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อนในยามที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน "ผมรู้ว่าคำว่า 'ขอโทษ' ของผมมันไร้ค่าแค่ไหนเมื่อเทียบกับสิ่งที่ผมเคยทำร้ายคุณไว้... แต่สิ่งที่ผมทำกับต้นกล้า... ผมทำมันด้วยความจริงใจจริงๆ นะครับ ผมแค่อยากเป็นพ่อที่ดี... และอยากเป็นผู้ชายที่คุณสามารถพึ่งพาได้ในวันที่คุณเหนื่อย" ม่านไหมเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา แววตาคู่สวยไหวระริกด้วยความรู้สึกที่ตีรวนกันอยู่ในอก ทั้งโกรธ ทั้งเจ็บ ทั้งรัก และทั้งหวาดกลัว "คุณคิดว่าคำพูดแค่นี้ จะลบล้างความเจ็บปวดตลอดสี่ปีที่ฉันต้องกอดลูกร้องไห้ลำพังได้จริงๆ เหรอคะคุณอัคคี?" น้ำเสียงของเธоสั่นเครือเล็กน้อย ทว่ายังคงไว้ซึ่งความแข็งกร้าว "คุณอยากทำอะไรก็เชิญ... อยากซื้ออะไรให้ลูกก็เชิญ เพราะฉันไม่มีสิทธิ์กีดกันสายเลือดระหว่างคุณกับเขา แต่จำเอาไว้... อย่าหวังว่าแค่ความดีตื้นเขินแค่นี้ จะทำให้ฉันยอมกลับไปใช้ชีวิตร่วมกับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างคุณเด็ดขาด!" พูดจบ ม่านไหมก็สะบัดหน้าหนีเตรียมจะเดินเลี่ยงไปยังห้องครัว ทว่าจังหวะนั้นเอง... เสียงโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อสูทราคาแพงของอัคคีก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ อัคคีขมวดคิ้วเล็กน้อยควักเครื่องมือสื่อสารขึ้นมาดูหน้าจอ ก่อนที่ดวงตาคมกริบจะเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจระคนเคร่งเครียด ชายหนุ่มกดรับสายทันทีโดยไม่ลังเล "ว่าไง..." เสียงทุ้มตึงเครียดเอ่ยขึ้น "ท่านประธานครับ! แย่แล้วครับ!" เสียงปลายสายร้อนรนจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ "คุณรตา... เธอบุกมาที่บริษัทแล้วครับ! แถมเธอยัง... เธอยังถือเอกสารบางอย่างเกี่ยวกับประวัติของคุณม่านไหมและผลตรวจดีเอ็นเอของเด็กชายต้นกล้ามาด้วย เธอกำลังจะเอาเรื่องนี้ไปแถลงข่าวประจานครับ!" ร่างสูงของอัคคีชะงักงัน ดวงตาคมเข้มเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก เขารีบหันขวับกลับมามองม่านไหมที่ยืนหันหลังให้อยู่ในทันที ทว่า... ก่อนที่อัคคีจะได้เอ่ยปากบอกข่าวร้ายนั้น ประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างไร้มารยาท พร้อมกับร่างเพรียวระหงของรตา อดีตคู่หมั้นสาวที่ก้าวเข้ามาด้วยรอยยิ้มเยาะหยันบนใบหน้าที่แต่งแต้มอย่างจัดจ้าน ในมือเรียวถือซองเอกสารสีน้ำตาลหนาเตอะ "ว้าว... บรรยากาศอบอุ่นครอบครัวสุขสันต์ดีนี่คะพี่คีย์... แต่ก็น่าเสียดายนะฃะคะ ที่ความสุขจอมปลอมนี้ มันกำลังจะพังทลายลงในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้แล้ว!" ละอองดาวเดือนเก้า (ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ม่านไหมในทุกๆ ก้าวมา ณ ที่นี้นะคะ)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%