กลิ่นหอมกรุ่นของคุกกี้เนสด์สดที่อบอวลอยู่ทั่วห้องครัวขนาดกะทัดรัด ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศความตึงเครียดในห้องนั่งเล่นผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย ม่านไหมยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว ดวงตากลมโตมองลอดผ่านช่องกระจกใสไปยังร่างสูงใหญ่ของอดีสามีที่กำลังนั่งคุกเข่าลงบนพรมขนสัตว์สีครีม เพื่อต่อเลโก้ร่วมกับเด็กชายตัวน้อย
ภาพนั้นช่างอบอุ่นและบาดลึกในเวลาเดียวกัน...
"คุณพ่อเก่งจังเลยครับ! ต้นกล้าต่อรถไฟตามแบบไม่ได้เลย แต่วันนี้คุณพ่อช่วยต่อจนเสร็จยาวตั้งสามเมตรแน่ะ!"
เสียงใสแจ๋วของน้องต้นกล้าดังขึ้นด้วยความตื่นเต้น ดวงตาคู่กลมโตที่ถอดแบบมาจากอัคคีราวกระจกเงาสะท้อนความสุขบริสุทธิ์ออกมาอย่างไร้เดียงสา มือเล็กๆ ป้อมๆ เอื้อมไปคว้าแขนเสื้อของชายหนุ่มเขย่าด้วยความดีใจ อัคคีในยามนี้ไม่มีมาดประธานบริษัทผู้เย็นชาและไร้หัวใจหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงสายตาที่ทอประกายอ่อนโยนจนแทบละลาย และรอยยิ้มบางเบาที่มอบให้บุตรชายเพียงคนเดียว
รอยยิ้มนั้น... เป็นสิ่งที่ม่านไหมไม่เคยได้รับเลยตลอดเวลาสามปีในฐานะภรรยา
"ถ้าต้นกล้าชอบ วันหลังพ่อจะมาทำให้ดูอีกครับ... มาทุกวันเลย ดีไหมครับ"
อัคคีเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ นัยน์ตาคมกริบเงยขึ้นสบตากับร่างบางที่ยืนนิ่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ครัว ความรู้สึกผิดและสำนึกบาปที่กัดกินหัวใจเขามาตลอดหลายเดือนสะท้อนไหวอยู่ในแววตานั้น เขายอมลดตัวลงมาทุกอย่าง ยอมทิ้งอีโก้และความหยิ่งยโสทั้งหมด เพื่อแลกกับการได้เข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของสองแม่ลูก
แต่ม่านไหมกลับก้าวถอยหลังหนึ่งก้าวอย่างระแวดระวัง เธอยกถาดชาอุ่นๆ ขึ้นวางบนโต๊ะรับแขกด้วยมือที่มั่นคง แม้หัวใจจะสั่นไหวกับภาพตรงหน้าเพียงใด เธอก็ไม่ยอมให้ความเปราะบางในอดีตมาทำลายกำแพงที่เธอสร้างขึ้นเพื่อปกป้องลูกและตัวเองเด็ดขาด
"ชาค่ะ" น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเรียบเฉย ไร้ซึ่งความยินดีหรือความโกรธเกรี้ยว มีเพียงความห่างเหินที่เยียบเย็นยิ่งกว่าสายลมหนาว
อัคคีผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขารับถ้วยชามาจากมือเรียว ปลายนิ้วของทั้งคู่บังเอิญเฉียดกันเพียงเล็กน้อย แต่กลับทำให้ชายหนุ่มสะع้านไปทั้งร่าง รสชาติความขมปร่าตีตื้นขึ้นมาในลำคอเมื่อเห็นรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือของเธอ... แผลที่เกิดจากความสะשלในอดีตที่เขาไม่เคยใส่ใจไยดี
"ม่านไหม..." อัคคีเรียกชื่อเธอด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ดวงตาคู่คมจดจ้องใบหน้างดงามที่เรียบเฉยราตุ๊กตาเคลือบ "ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมทำลงไปในอดีตมันให้อภัยไม่ได้... แต่ผมขอโอกาสได้ไหม ให้ผมได้ทำหน้าที่พ่อ และ... สามีที่ดีกว่าเดิม"
ม่านไหมแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน มีเพียงความสมเพชเวทนาในคำพูดที่ช้าเกินไป
"สามีที่ดีเหรอคะคุณอัคคี? คำนี้มันดูตลกมากเลยนะคะสำหรับคนที่เคยเซ็นใบหย่าให้ฉันโดยไม่แม้แต่จะชายตามอง แถมยังไล่ฉันออกจากบ้านทั้งที่กำลังอุ้มท้องลูกอยู่..." ม่านไหมก้าวเข้าไปประชิดตัวเขา ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยประกายความแข็งแกร่งดั่งเพชรแท้ที่ผ่านไฟมาแล้ว "คุณบอกว่าอยากได้โอกาส... งั้นเหรอคะ?"
อัคคีพยักหน้ารับทันทีอย่างไม่มีข้อแม้ "ผมยอมทำทุกอย่าง ขอแค่คุณบอกมา"
"ดีค่ะ..." ม่านไหมเหยียดยิ้มเย็นชา "ถ้าคุณอยากพิสูจน์ตัวเองว่าเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ กฎข้อแรกคือ... ห้ามก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของฉันกับลูก ห้ามใช้ใช้อำนาจเงินหรืออิทธิพลมาบีบบังคับฉันเหมือนที่เคยทำ และที่สำคัญที่สุด..."
เธอเว้นจังหวะ เลื่อนสายตาคมกริบมองสบตาเขาตรงๆ
"คุณต้องผ่านการบำบัดรักษาจิตใจในเรื่องการควบคุมอารมณ์และความเห็นแก่ตัว... ตามใบรับรองแพทย์ของจิตแพทย์ที่ฉันไว้วางใจเสียก่อน ถึงวันนั้น ค่อยมาคุยกันเรื่องสถานะระหว่างเราอีกทีค่ะ"
อัคคีชะงักงัน นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความคาดไม่ถึงกับการยื่นคำขาดที่เด็ดเดี่ยวและไร้ซึ่งช่องว่างให้ต่อรองของเธอ ร่างสูงแข็งทื่อราวกระทบกับกำแพงเหล็กกล้าที่หนาแน่นจนเจาะไม่เข้า
ในขณะที่บรรยากาศกำลังตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ เสียงหัวเราะคิกคักของน้องต้นกล้าก็ดังแทรกขึ้นมา เด็กน้อยวิ่งเตาะแตะเข้าไปกอดขาอัคคี พร้อมกับเงยหน้าออดอ้อน
"คุณพ่ออย่าเพิ่งกลับนะคะ วันนี้คุณพ่อต้องอ่านนิทานให้ต้นกล้าฟังก่อนนอนนะ!"
อัคคีจำต้องทอดสายตาลงมองลูกชายด้วยความรักท่วมท้น ก่อนจะหันกลับมาสบตากับอดีตภรรยาที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง ม่านไหมไม่มีท่าทีใจอ่อนแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยียบเย็นบนเรียวปากสวยคือคำตอบสุดท้ายที่ชัดเจนที่สุด
ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ เขารู้ดีว่าหนทางไถ่บาปครั้งนี้มันยาวนานและยากลำบากเพียงใด แต่นึกถึงดวงตาสดใสของลูกชายและใบหน้าดื้อรั้นที่แสนงดงามของอดีตภรรยาแล้ว เขาก็ไม่มีวันยอมถอยเด็ดขาด
ทว่า... ในวินาทีที่อัคคีกำลังจะอ้าปากเอ่ยคำตกลง เสียงกริ่งหน้าประตูกลับดังขึ้นทำลายความเงียบงัน
*ติ๊งต๊อง!*
ม่านไหมขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ ใครกันที่จะมาหาเธอในยามวิกาลเช่นนี้ ร่างบางหันหลังเดินไปที่ประตูเพื่อจะเปิดต้อนรับ โดยมีสายตาคมของอัคคีมองตามด้วยความระแวง
มือเรียวบิดลูกบิดประตูแล้วดึงเปิดออกกว้าง... แต่ทว่า ภาพบุคคลที่ยืนยัดอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้เลือดในกายของม่านไหมเย็นเฉียบลงฉับพลัน ลมหายใจสะดุดกึกในลำคอ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึงระคนหวาดหวั่น
เมื่อรตา... อดีตคู่หมั้นสาวผู้เป็นต้นเหตุของมรสมชีวิตในอดีต ยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ที่หน้าประตู พร้อมกับถือซองเอกสารสีน้ำตาลลับบางอย่างในมือ โดยมีชายฉกรรจ์ในชุดสูทสีดำยืนประกบอยู่ด้านหลังถึงสองคน!
(ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและส่งกำลังใจให้ม่านไหมในทุกๆ ก้าวมา ณ ที่นี้นะคะ)
หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 33
ม่านไหมตั้งกำแพงแน่นหนา
ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!