หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก•ตอนที่ 23

แผนการตามตื้อฉบับท่านประธาน

ผลงานโดย ละอองดาวเดือนเก้า
กลิ่นอายของกาแฟคั่วบดชั้นดีผสมผสานกับความวุ่นวายยามบ่ายของย่านการค้าใจกลางเมือง ไม่ได้ทำให้คนที่นั่งไขว่ห้างอยู่หลังกระจกใสของร้านคาเฟ่ฝั่งตรงข้ามรู้สึกผ่อนคลายลงเลยแม้แต่น้อย สายตาคมกริบราวกับเหยี่ยวของอัคคีทอดมองไปยังป้ายร้านเบเกอรี่ขนาดกะทัดรัดที่มีชื่อสะดุดตาว่า *'Lalin’s Secret'* ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านประธานหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลแห่งอาณาจักรธุรกิจหมื่นล้าน ยอมทิ้งห้องทำงานหรูหราราคาแพงลิบลิ่ว ย้ายสัมภาระมาซุกตัวอยู่ในคอนโดมิเนียมเก่าๆ ขนาดสองห้องนอนที่ตั้งอยู่ถัดไปเพียงสามซอย เพียงเพื่อจะได้เฝ้ามองผู้หญิงคนเดียว... ผู้หญิงที่เขาเคยผลักไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี และในวันนี้เธอกลับกลายเป็นเพชรเม็ดงามที่ส่องประกายเจิดจ้าจนเขาแทบแสบตา เสียงกระดิ่งหน้าร้านเบเกอรี่กรุ๊งกริ๊งดังขึ้น พร้อมกับร่างระหงในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมของม่านไหม เธอรวบผมยาวสลวยไว้เป็นมวยหลวมๆ เผยให้เห็นลำคอระหงและผิวเนียนละเอียดที่ดูเปล่งปลั่งกว่ายามที่อยู่ใต้ชายคาเดียวกันในอดีต ความแกร่งกล้าที่ฉายชัดอยู่บนแผ่นหลังบอบบางนั้นคือเกราะป้องกันชั้นดีที่เธอบรรจงสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องหัวใจตัวเองจากผู้ชายอย่างเขา อัคคีขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน ความรู้สึกเจ็บแปลบแล่นริ้วขึ้นมาในอกทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มสดใสที่เธอมอบให้กับลูกค้าคนอื่น รอยยิ้มที่เขาไม่เคยได้รับมันเลยตลอดสามปีที่ใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน *‘คุณมันก็แค่น้ำแข็งไร้ค่าคนหนึ่ง... อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าข้าวเจ้าของฉัน’* คำพูดใจร้ายที่เขาเคยพ่นใส่หน้าเธอในคืนวันที่เธอพยายามทำอาหารรอคอยด้วยความหวัง วนเวียนกลับมาตบหน้าเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าในยามที่เขาต้องนั่งมองเธอจากมุมอับของความมืดมิดเช่นนี้ มันคือบทลงโทษที่สาสมยิ่งสำหรับคนโง่เขลาอย่างอัคคี พลัน สายตาของเขาก็ต้องชะงักกึก เมื่อร่างเล็กๆ ของเด็กชายวัยสี่ขวบในชุดนักเรียนอนุบาลวิ่งดุ๊กๆ เข้าไปในร้าน พร้อมกับเสียงใสแจ๋วที่ตะโกนเรียกมารดา "คุณแม่ครับ! วันนี้คุณครูชมต้นกล้าด้วยนะว่าวาดรูปสวยที่สุดในห้องเลย!" อัคคีรู้สึกเหมือนมีสายฟ้าฟาดลงกลางกบาล ลมหายใจของเขาติดขัดอยู่ในลำคอ ท้องฟ้าด้านนอกที่เคยปลอดโปร่งกลับคล้ายจะมืดลงทันตาเห็น เมื่อใบจิ้มลิ้มของเด็กชายคนนั้นหันมาด้านข้าง ใบหน้าถอดแบบมาจากเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นดวงตากลมโต คิ้วหนาเข้ม หรือแม้กระทั่งรอยยิ้มมุมปากที่เป็นเอกลักษณ์ เด็กคนนั้น... คือลูกของเขา! หัวใจของประธานหนุ่มกระหน่ำรัวราวกับกลองศึก ความตื่นตะลึงระคนความผิดบาปพุ่งพล่านจนปลายนิ้วสั่นเทา ตลอดเวลาที่ผ่านมา เขารู้แค่ว่าเธอยื่นใบหย่าและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า เธอกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเขาหนีไปไกลถึงเพียงนี้ และเด็กคนนี้... เติบโตมาโดยไม่มีเงาของคำว่า 'พ่อ' อยู่ในชีวิตเลยสักนิด ภาพที่ม่านไหมย่อตัวลงโอบกอดเด็กชายด้วยความรักท่วมท้น รอยจูบที่เธอบรรจงประทับลงบนหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม ยิ่งตอกย้ำให้เห็นว่าเธอทำหน้าที่ทั้งพ่อและแม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบเพียงใด โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้ชายใจร้ายอย่างเขาเลยแม้แต่น้อย ความรู้สึกหึงหวง ผสมผสานกับความโหยหาและสำนึกผิดตีรวนขึ้นมาจนแทบหายใจไม่ออก อัคคีผลักประตูร้านกาแฟออกไปอย่างไร้การควบคุม ขายาวก้าวฉับๆ ข้ามถนนมุ่งตรงไปยังเป้าหมายทันทีโดยไม่สนสายตาใคร แผนการตามตื้อที่เขาขบคิดมาตลอดหลายคืนถูกปัดตกไปในเสี้ยววินาที เมื่อสัญชาตญาณความเป็นพ่อและสามีเก่าผู้กระหายการไถ่บาปมันร้องเตือนว่า หากเขาช้าไปกว่านี้... เขาอาจไม่มีวันได้ยืนอยู่ในชีวิตของพวกเขาทั้งสองคนอีกเลย กระดิ่งหน้าร้านเบเกอรี่ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งอีกครั้ง แต่มันไม่ใช่เสียงของลูกค้าทั่วไป กลิ่นอายอันคุ้นเคยที่ลอยอบอวลเข้ามาพร้อมกับเงาสوงใหญ่ที่ทาบทับลงบนโต๊ะทำงานของเธอ ทำให้ม่านไหมที่กำลังก้มหน้าจัดขนมลงตู้ถึงกับชะงักมือ เธอนิ่งงันไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับผู้ชายที่เธอพยายามหนีหน้ามาตลอดสี่ปีเต็ม ดวงตาคมกริบของอัคคีแดงก่ำ ไร้ซึ่งมาดประธานหนุ่มผู้เย่อหยิ่งจองหอง มีเพียงความเว้าวอนและความเจ็บปวดร้าวลึกที่ฉายชัดอยู่ภายในนั้น ริมฝีปากหยักลึกเม้มเข้าหากันแน่นราวกับกำลังอดกลั้นความรู้สึกบางอย่างที่จุกอยู่เต็มอก "คุณ... มาทำไมที่นี่" เสียงหวานเอ่ยขึ้นเรียบสนิท ทว่าซ่อนความสั่นไหวไว้ภายใต้ความเย็นชาที่เธอจงใจสร้างขึ้น อัคคีกลืนก้อนสะอื้นลงคออย่างยากลำบาก สายตาของเขาเลื่อนจากใบหน้าสวยเฉี่ยว ลงไปยังร่างเล็กของน้องต้นกล้าที่ยืนหลบอยู่หลังชายผ้ากันเปื้อนของมารดา ดวงตากลมโตคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยความหวาดระแวงเล็กน้อย ซึ่งมันช่างบาดลึกเข้ามาในขั้วหัวใจของคนเป็นพ่อเหลือเกิน "ม่าน... พี่ขอคุยด้วยหน่อย" เสียงทุ้มแหบพร่าเอמהเอ่ยขอร้องอย่างไม่เหลือศักดิ์ศรี ม่านไหมแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาที่มองเขามีแต่ความว่างเปล่าและสมเพชระคนกัน "เราไม่มีอะไรต้องคุยกันค่ะคุณอัคคี ใบหย่าเราก็เซ็นกันไปนานแล้ว หรือว่าทางบริษัทของคุณมีปัญหาเรื่องเอกสารอะไรอีก ถึงต้องมาตามรังควานฉันถึงที่นี่" "ไม่ใช่เรื่องงาน..." อัคคีก้าวเข้าไปใกล้เธออีกก้าวหนึ่ง ทว่าม่านไหมกลับถอยหลังหนีด้วยสัญชาตญาณ พร้อมกับดึงร่างของลูกชายเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก ปฏิกิริยาป้องกันตัวนั้นทำให้หัวใจของเขาเจ็บปวดราวกับถูกกรีดด้วยมีดนับพันเล่ม "พี่รู้ว่าพี่มันเลว... รู้ว่าสิ่งที่พี่ทำกับม่านมันไม่มีวันให้อภัย" อัคคีเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ หยาดน้ำใสๆ เอ่อคลอขึ้นที่หน่วยตาคมอย่างไม่อายฟ้าดิน "แต่ได้โปรด... ให้โอกาสพี่ได้ไถ่บาป ให้โอกาสพี่ได้ทำหน้าที่... พ่อของเด็กคนนี้ด้วยเถอะนะ" ม่านไหมชะงักไปเล็กน้อย ดวงตากลมโตไหววูบชั่วขณะหนึ่งเมื่อได้ยินคำว่า 'พ่อ' หลุดออกมาจากปากของคนที่เคยประกาศกรวดว่าไม่ต้องการสายเลือดสกปรกจากผู้หญิงไร้ค่าอย่างเธอ แต่แล้ว... กำแพงแห่งความเจ็บปวดที่เธอใช้เวลาสร้างมันขึ้นมานานนับปี ก็กลับมาตั้งตระหง่านอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี "พ่อเหรอคะ?" ม่านไหมยิ้มหยัน หยาดน้ำตาแห่งความคับแค้นใจเอ่อรื้นขึ้นมาขอบตา แต่เธอกลับเงยหน้าขึ้นกลั้นมันไว้ได้อย่างเด็ดเดี่ยว "วันที่คุณพูดคำว่าหย่า วันที่คุณไล่ฉันออกจากบ้านทั้งๆ ที่ฉันกำลังตั้งท้อง... คุณจำไม่ได้เหรอคะว่าคุณพูดอะไรไว้บ้าง!" บรรยากาศภายในร้านเงียบงัดลงทันที มีเพียงเสียงหายใจหอบถี่ของอัคคีที่ยืนนิ่งสนิทราวกับถูกสาบให้เป็นหิน "เด็กคนนี้ไม่มีพ่อค่ะ... และเขาก็ไม่ต้องการพ่อใจร้ายที่เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าตัวเองมีลูกหรอกค่ะ เชิญคุณกลับไปทางเดิมเถอะค่ะ... แล้วอย่ามาเหยียบที่นี่อีกเลย" พูดจบ ม่านไหมก็หันหลังคว้ามือเล็กๆ ของน้องต้นกล้าเตรียมจะเดินหนีเข้าหลังร้านทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้อดีตสามีได้แก้ตัวหรือเอ่ยคำใดออกมาอีก แต่อัคคีไม่มีวันยอมปล่อยให้โอกาสสุดท้ายนี้หลุดมือไปเด็ดขาด ร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปคว้าข้อมือเรียวบางของเธอไว้ด้วยความเร็วก่อนที่เธอจะทันได้ก้าวหนี ทว่าแรงดึงนั้นกลับทำให้ร่างทั้งร่างเซถลาเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของเขาอย่างจัง กลิ่นกายบุรุษเพศคุ้นเคยที่เธอเคยซบและร้องไห้คร่ำครวญอยู่ในอ้อมกอดนั้นลอยเข้าเตะจมูก ปลุกเร้าความทรงจำอันเจ็บปวดและวาบหวามในอดีตให้ตื่นขึ้นมาพร้อมกันในเสี้ยววินาที ม่านไหมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าใบหน้าคมคายของอัคคีอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดรดรินอยู่ข้างแก้มทำให้หัวใจที่ควรจะด้านชา กลับเต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่รักดี "ปล่อยนะ!" เธอตวาดเสียงกร้าว พยายามสะบัดข้อมือออกจากการเกาะกุม แต่แรงของชายหนุ่มมีหรือที่คนตัวเล็กกว่าจะสู้ไหว อัคคีกลับยิ่งกระชับวงแขนโอบเอวบางของเธอไว้แน่นขึ้นอย่างดื้อดึง ราวกับว่าหากปล่อยมือตอนนี้... เขาจะสูญเสียเธอไปตลอดกาล "ไม่ปล่อย... พี่ไม่มีวันปล่อยให้ม่านหนีพี่ไปไหนอีกแล้ว" อัคคีก้มลงกระซิบชิดริมหูกลิ่นอายหอมละมุนที่เขาโหยหามาตลอดสี่ปีเต็ม น้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความเว้าวอนอย่างสุดซึ้งทำให้ม่านไหมถึงกับขนลุกซู่ "คุณมันบ้าไปแล้ว..." เธอกัดริมฝีปากแน่น หัวใจดวงน้อยสั่นสะท้านอย่างรุนแรงเมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากฝ่ามือใหญ่ที่แนบอยู่บริเวณแผ่นหลัง ในจังหวะที่หัวใจของทั้งคู่กำลังปะทะกันด้วยแรงอารมณ์อันคุกกรุ่น สายตาของอัคคีก็เหลือบไปเห็นเงาร่างสูงโปร่งคุ้นตาของใครบางคนที่กำลังผลักประตูกระจกเข้ามาในร้าน พร้อมกับเสียงทุ้มนุ่มที่เอ่ยทักทายอย่างคุ้นเคย "ม่านไหมครับ... วันนี้ผมซื้อดอกไม้มาฝาก..." รตา... อดีตคู่หมั้นสาวที่เคยสร้างรอยร้าวฉานในอดีต ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่กลางร้านด้วยรอยยิ้มค้างเติ่ง เมื่อเห็นภาพบาดตาบาดใจของอดีตสามีภรรยาที่กำลังกอดกันกลมอยู่ตรงหน้า! อัคคีตวัดสายตากลับมามองผู้หญิงที่เข้ามาขัดจังหวะด้วยแววตาดุดันราวมัจจุราช ความโกรธเกรี้ยวพุ่งพล่านขึ้นมาถึงขีดสุดเมื่อรู้ว่าต้นเหตุทั้งหมดที่ทำให้เขาต้องสูญเสียครอบครัวไปในอดีต ยืนอยู่ตรงนี้แล้ว ด้วยรักและอินไปกับเรื่องราวด้วยกันนะคะ ละอองดาวเดือนเก้า
สารจากนักเขียน (ละอองดาวเดือนเก้า)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หย่าแล้วเชิญป้ายหน้า สามีเก่าอย่ามาทวงลูก นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%