"ถ้าพี่จะคัดค้านเรื่องที่ฉันเอาแป้งสาลีไปทำหมั่นโถวขายในตลาดมืด ก็พูดออกมาตรงๆ เถอะค่ะ ไม่ต้องมานั่งทำหน้าถมึงทึงใส่กระด้งแป้งแบบนี้หรอก"
เสียงหวานใสแต่เด็ดเดี่ยวเอ่ยขึ้น ท่ามกลางบรรยากาศในห้องครัวคับแคบที่อบอวลไปด้วยไอความร้อนจากเตาฟืน หลินฟางเซียนปรายตามองสามีหนุ่มที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ มือหยาบกร้านของชายชาติทหารกำลังซ่อมแซมขาโต๊ะโยกเยกด้วยค้อนและตะปู ทว่าจังหวะการตอกกลับสะดุดลงเมื่อเจอสายตาคมกริบของภรรยา
จางหยางชะงักมือ ใบหน้าคมคายที่ผ่านการตากแดดตากลมจนผิวเป็นสีทองแดงปรากฏร่องรอยความอึดอัดใจ เขาวางค้อนลงบนพื้นช้าๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้เป็นภรรยา
"พี่ไม่ได้จะคัดค้านเรื่องทำมาหากิน... ฟางเซียน" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความระมัดระวัง นายทหารปลดประจำการอย่างเขาคุ้นเคยกับการออกคำสั่งในสนามรบ แต่กลับจนปัญญาเวลาต้องรับมือกับความเฉียบคมของภรรยาคนนี้ "แต่การเอาของจากมิติลับออกมาขายในยุคนี้ มันมีความเสี่ยง เธอเองก็รู้ว่าพวกคณะกรรมการหมู่บ้านกับสหกรณ์จัดสรรจับตาดูเราอยู่ โดยเฉพาะป้าสะใภ้ใหญ่... แกจ้องจะหาเรื่องรายงานความผิดฐาน 'ค้ากำไรเกินควร' อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน"
ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ หล่อนวางไม้คลึงแป้งลงกระทบเขียงไม้เสียงดังพอสมควร ร่างเพรียวระหงในชุดผ้าฝ้ายเก่าๆ แต่สะอาดสะอ้านหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับเขา ดวงตากลมโตฉายแวววาวโรจน์ด้วยความมั่นใจ
"แล้วถ้าฉันบอกว่า หมั่นโถวสูตรพิเศษไส้หมูสับเห็ดหอมจากห้องครัวอัจฉริยะของฉัน ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อย แต่ต้นทุนที่เราใช้มันแทบจะเป็นศูนย์ล่ะคะ? พี่คิดว่าความเสี่ยงที่พี่กังวล กับอนาคตของเจ้าตัวเล็กสองคนที่กำลังจะเปิดเทอม... อย่างไหนมันน่ากลัวกว่ากัน?"
คำพูดของฟางเซียนราวกับเข็มเล่มเล็กๆ ที่ทิ่มแทงเข้าตรงกลางความรู้สึกผิดในใจของจางหยาง ลูกชายและลูกสาวฝาแฝดวัยหวานอมขมกลืน รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ที่พื้นสึกจนเห็นอุ้งเท้า กับเสื้อผ้าปะชุนจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม คือสิ่งที่คนเป็นพ่ออย่างเขาเจ็บปวดทุกครั้งที่มองเห็น
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ไอสีขาวพวยพุ่งออกมาตามแรงลมหายใจในยามสายที่อากาศยังคงเย็นเยียบ เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำขยับเข้าไปใกล้ภรรยา กลิ่นอายบุรุษเพศและกลิ่นไอดินผสมกลิ่นเหงื่อจางๆ ลอยเข้าแตะจมูก
"เธอเป็นผู้หญิงตัวคนเดียว..." จางหยางเอื้อมมือหนาออกไปหมายจะแตะหัวไหล่บาง แต่แล้วก็ชะงักค้างกลางอากาศ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นกุมมือเรียวที่เปื้อนแป้งขาวโพลนไว้แทน "ถ้าจะมีใครสักคนต้องแบกรับความเสี่ยงเรื่องทำผิดกฎหมายค้ากำไร คนๆ นั้นควรเป็นพี่ ไม่ใช่เธอ"
ฟางเซียนกะพริบตาปริบๆ ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นพล่านขึ้นมาในอกอย่างกะทันหัน หล่อนมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่คมที่แม้จะแสดงความดื้อรั้นออกมา แต่กลับฉายชัดถึงความห่วงใยและปกป้องอย่างสุดหัวใจ สามีปากหนักคนนี้... แท้จริงแล้วกำลังยอมจำนนต่อเหตุผลและความกล้าหาญของหล่อนทีละน้อย
"ถ้าอย่างนั้น..." มุมปากอิ่มยกยิ้มขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ทำเอาหัวใจนายทหารหนุ่มกระตุกวูบ "คืนนี้เรามาแบ่งงานกันค่ะ พี่จางหยาง... หน้าที่คุ้มกันเกวียนและจัดการพวกสายตรวจปากหมาก I เป็นของพี่ ส่วนหน้าที่กวาดเงินหยวนเข้ากระเป๋า... เป็นของฉัน"
จางหยางนิ่งงันไปชั่วอึดอัด ก่อนที่มุมปากหยักลึกจะค่อยๆ ยกย่องขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยากยิ่ง รอยยิ้มนั้นเปลี่ยนใบหน้าดุดันให้ดูอบอุ่นขึ้นมาถนัดตา
"ตามใจเธอเถอะ... อยากทำอะไรก็ทำ พี่จะคอยถือไม้คานอยู่ข้างหลังเอง ใครกล้ามาตอดเล็กตอดน้อยร้านค้าของเมียฉัน ฉันจะเอาด้ามไม้กวาดฟาดให้กระดูกหักเป็นท่อนๆ เลยคอยดู"
คำพูดที่เจือความดุดันแต่น้ำเสียงกลับอ่อนโยนจนน่าประหลาด ทำให้ฟางเซียนอดไม่ได้ที่จะค้อนใส่เขาค้อนหนึ่ง แต่ใบหน้ากลับซับสีเลือดฝาดจางๆ อย่างปิดไม่มิด
ไม่รอช้า หล่อนหันกลับมาจัดการกับแป้งหมั่นโถวในมือต่อทันที ด้วยความช่วยเหลือทางอ้อมและสายตาที่เริ่มเปิดกว้างของสามี ทำให้การเตรียมวัตถุดิบในมิติลับถูกดึงออกมาแปรรูปได้อย่างรวดเร็วขึ้น แป้งเนียนนุ่มถูกนวดจนได้ที่ สอดไส้เนื้อหมูสามชั้นติดมันหมักเครื่องเทศลับจากโลกอนาคต ชิ้นแล้วชิ้นเล่าถูกปั้นอย่างประณีตบรรจงก่อนจะถูกนำไปเรียงซ้อนกันในลังนึงไม้ไผ่ขนาดใหญ่
ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม กลิ่นหอมกรุ่นของแป้งสาลีชั้นดีที่ผสมผสานกับกลิ่นเครื่องเทศตุ๋นและเนื้อหมูย่างซีอิ๊วก็เริ่มส่งกลิ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณห้องครัว กลิ่นหอมเย้ายวนใจนี้รุนแรงเสียจนเด็กแฝดทั้งสองที่กำลังวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้านต้องหยุดชะงัก จมูกเล็กๆ ฟุดฟิดสูดกลิ่นหอมก่อนจะวิ่งแจ้นเข้ามาเกาะขอบประตูด้วยความหิวโหย
"ท่านแม่! กลิ่นอะไรหอมจังเลยจ้ะ หอมกว่าซาลาเปาในสหกรณ์ร้อยเท่าเลย!" เสียงเล็กๆ ของเจ้าตัวเล็กเอ่ยขึ้นพร้อมกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือป้อมๆ เช็ดมุมปาก
ฟางเซียนหัวเราะคิกคักด้วยความเอ็นดู หล่อนกำลังจะหยิบหมั่นโถวลูกแรกที่สุกได้ที่ออกจากเตาเพื่อมาให้ลูกๆ ได้ชิมฝีมือ แต่ทว่า...
*ปัง! ปัง! ปัง!*
เสียงทุบประตูด้านนอกดังสนั่นหวั่นไหวราวกับคนจะพังบ้าน ตามมาด้วยเสียงแหลมสูงแสบแก้วหูที่คุ้นเคยจนน่ารำคาญของแม่เฒ่าหลี่ ที่แผดเสียงแปร๋นทะลุเข้ามาในบ้าน
"หลงฟางเซียน! นังสะใภ้ขี้เกียจ! แกซ่อนกลิ่นอะไรไว้ในบ้าน ทำไมบ้านแกถึงได้หอมขนาดนี้ หรือแกแอบเอาเสบียงหลวงไปซุกซ่อนไว้กินคนเดียว! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!"
บรรยากาศความอบอุ่นในห้องครัวถูกกระชากให้ขาดวิสัยลงในพริบตา แววตาของจางหยางเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบดุจน้ำแข็งในฤดูหนาวทันที มือหนากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
ฟางเซียนหันไปมองหน้าสามี รอยยิ้มเย็นเยียบผุดขึ้นที่มุมปากของหญิงสาว ทว่าในจังหวะที่หล่อนกำลังจะก้าวเท้าออกไปจัดการกับตัวปัญหาที่หน้าบ้านนั้นเอง สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาดำตะคุ่มที่ทาบทับอยู่หลังบานหน้าต่างกระดาษสา... เงาของใครบางคนที่กำลังแอบปีนเข้ามาทางหน้าต่างห้องครัวด้านหลังอย่างเงียบเชียบ!
หลินฟางเซียนชะงักเท้าก้าวแรก หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... นี่ไม่ใช่การมาหาเรื่องตามปกติของแม่เฒ่าหลี่ แต่มันคือแผนการสมรู้ร่วมคิดบางอย่างที่มุ่งร้ายต่อสูตรอาหารในมิติลับของหล่อนโดยเฉพาะ!
เซียนครัวทะลุมิติ กับวิถีคุณแม่ลูกสองในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 11
สายสัมพันธ์ที่เริ่มถักทอ
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวทะลุมิติ กับวิถีคุณแม่ลูกสองในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!