เซียนครัวทะลุมิติ กับวิถีคุณแม่ลูกสองในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 3

อาหารมื้อแรกเพื่อปากท้อง

ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
"ถ้าพวกแกยังมีปัญญาหาเงินมาคืนตระกูลหลี่ไม่ได้ภายในสามวัน อย่าหาว่าฉันคนนี้ใจร้าย ไสหัวพวกมันออกไปจากบ้านหลังนี้ให้หมด!" เสียงตบโต๊ะไม้ผุๆ ดังสนั่นจนเศษฝุ่นร่วงกราวลงมาจากขื่อคาบ้าน ดอกหน้าของแม่เฒ่าหลี่บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาตี่เล็กจ้องมองมาที่หลินฟางเซียนและลูกน้อยทั้งสองด้วยแววตารังเกียจเดียดฉันท์ ราวกับพวกนางไม่ใช่คนในสายเลือดเดียวกัน หลินฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางค่อยๆ วางตะหลิวเหล็กในมือลงบนเตาถ่านเก่าๆ ที่แทบไม่มีไฟ ใบหน้ารูปไข่ฉายแววสุขุมนุ่มลึก นางปรายตามองหญิงแก่ผู้เป็นย่าสามีที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อผู้น้อง ก่อนจะแค่นั้นเสียงเบาๆ ในลำคออย่างไม่เกรงกลัว "ขับไล่พวกเราออกไปหรือคะ? แม่สามี... เกรงว่าบ้านหลังนี้ที่ท่านอาศัยอยู่ จะเป็นชื่อของสามีฉัน จางหยาง ที่เอาเงินหยาดเหงื่อแรงงานจากการเป็นทหารมาสร้างไว้ต่างหาก ท่านเอาสิทธิ์อะไรมาไล่เจ้าของตัวจริงออกจากบ้าน?" คำพูดทิ่มแทงใจดำนั้นทำให้แม่เฒ่าหลี่สำลักน้ำลายตัวเองหน้าดำหน้าแดง นางกรีดเสียงแหลมสูง "นังสะใภ้ปากกล้า! กล้าเถียงผู้ใหญ่อย่างนั้นเรอะ! เงินเดือนทหารของจางหยางมันก็ต้องส่งมาให้บ้านใหญ่ดูแลทั้งหมดสi! แกมันพวกกินบนเรือนขี้รดบนหลังคา หาเงินเข้าบ้านไม่เป็นยังมีหน้ามาพูดมาก!" เด็กชายเสี่ยวเป่าและเด็กหญิงเหมยเหมย ลูกน้อยวัยสี่ขวบและหกขวบสะดุ้งตกใจ วิ่งเข้าไปซุกซบอยู่หลังชายเสื้อของมารดา ดวงตากลมโตคลอหน่วยด้วยหยาดน้ำตาด้วยความหวาดกลัว หลินฟางเซียนรู้สึกเจ็บแปล๊บในอกแทนร่างเดิมที่เคยอ่อนแอ แต่วิญญาณนักสู้จากยุคปัจจุบันที่พ่วงเอามิติลับห้องครัวอัจฉริยะติดตัวมาด้วยหาได้หวาดหวั่นไม่ นางย่อตัวลงลูบศีรษะลูกน้อยทั้งสองอย่างอ่อนโยน แววตาเด็ดเดี่ยวฉายชัดขึ้นมาวับหนึ่ง "ตกลงค่ะ สามวันใช่ไหมคะ... สามวันนอกจากฉันจะหาเงินมาใช้หนี้ที่พวกท่านกุขึ้นมาไม่ได้แล้ว ฉันจะทำให้พวกท่านรู้ว่า คนที่ควรต้องกราบกรานขอร้องให้อยู่ต่อ... คือใครกันแน่" แม่เฒ่าหลี่แค่นหัวเราะเยาะหยัน สะบัดหน้าพรืดเดินกระแทกส้นเท้าออกจากห้องครัวไป พร้อมกับทิ้งคำพูดดูถูกไว้เบื้องหลัง "ฝันกลางวัน! นังมือใหม่อย่างแก แค่ข้าวสารกรอกหม้อจะไม่มีกินอยู่แล้ว เอาปัญญาที่ไหนมาหาเงิน!" เมื่อร่างของหญิงแก่ลับตาไป หลินฟางเซียนก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ สายตากวาดมองไปรอบห้องครัวที่เต็มไปด้วยความยากจนข้นแค้น มีเพียงเศษผักกาดเหี่ยวๆ หัวมันเทศขึ้นราครึ่งหัว และแป้งสาลีติดก้นถุงอีกหยิบมือเดียว เป็นวัตถุดิบทั้งหมดที่หลงเหลืออยู่ หากเป็นคนอื่นคงสิ้นหวัง แต่มุมปากของหญิงสาวกลับยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย ในมิติลับของนาง... เชฟมือทองและนักโภชนาการอัจฉริยะจากศตวรรษที่ 21 ครอบครองวัตถุดิบชั้นเลิศ เครื่องปรุงรสระดับภัตตาคาร และอุปกรณ์ครัวไฮเทคครบครัน แต่การจะหยิบของพวกนั้นออกมาใช้โต้งๆ ในยุคที่สายสืบและกฎระเบียบเข้มงวดเช่นนี้ ย่อมไม่ใช่ความคิดที่ดี นางต้องพลิกแพลง... แปลงวัตถุดิบก้นครัวที่ดูไร้ค่าเหล่านี้ ให้กลายเป็นอาหารรสเลิศที่สะท้านไปทั้งหมู่บ้าน! หลินฟางเซียนหันไปจัดการกับหัวมันเทศขึ้นรา นางใช้มีดคมกริบบรรจงปอกเปลือกส่วนที่เสียทิ้งอย่างแม่นยำ เหลือเนื้อมันสีเหลืองนวลเอาไว้ จากนั้นหั่นเป็นเต๋าเล็กๆ นำไปนึ่งจนสุกนุ่มแล้วบดละเอียด ผสมเข้ากับแป้งสาลีติดก้นถุงที่เหลืออยู่ นางนวดแป้งด้วยความชำนาญ มือเรียวบางขยับไล้ว่องไวรากับร่ายรำ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของแป้งเริ่มโชยออกมาตัดกับกลิ่นอับชื้นของห้องครัว ในขณะเดียวกัน นางแอบดึงน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นจากมิติลับหยดลงไปผสมในแป้งเพียงเล็กน้อยเพื่อเพิ่มมิติของรสชาติโดยไม่ให้ใครผิดสังเกต จากนั้นปั้นแป้งสาลีสอดไส้มันเทศบดผสมน้ำตาลทรายแดงที่เหลือติดก้นไห นำลงไปจี่บนกระทะเหล็กหล่อที่ทาน้ำมันหมูบางๆ จนเกิดเสียง "ฉี่..." ดังสนั่น กลิ่นหอมหวานละมุนของแป้งทอดเนยผสมมันเทศอบอวลพุ่งทะลักออกจากเตา ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้านอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเป่าและเหมยเหมยถึงกับกลืนน้ำลายเอื้อมมือเล็กๆ มาจับชายเสื้อแม่แน่น ดวงตาเป็นประกายระยิบระยับจ้องมองแผ่นแป้งสีทองอร่ามในกระทะอย่างลืมตัว "ท่านแม่... กลิ่นหอมจังเลยขอรับ หอมยิ่งกว่าซาลาเปาของบ้านผู้ใหญ่บ้านเสียอีก" "อดทนไว้นะเด็กๆ เดี๋ยวแม่จะทำให้กินจนอิ่มพุงกางเลย" หลินฟางเซียนยิ้มละมุน พลิกแผ่นแป้งกลับด้านจนได้สีเหลืองทองกรอบนอกนุ่มในน่ารับประทาน เพียงไม่นาน ขนมเปี๊ยะทอดกระทะร้อนสูตรประยุกต์พิเศษก็ถูกจัดใส่จานดินเผาเก่าๆ กลิ่นหอมเย้ายวนของแป้งกรอบและไส้มันเทศหวานละมุนเริ่มแผ่ขยายออกไปตามสายลม พัดผ่านรั้วบ้านออกไปสู่ตรอกซอกซอยแคบๆ ของหมู่บ้านชนบทที่ผู้คนกำลังหิวโหยยามบ่าย ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมาต่างต้องหยุดฝีเท้า สูตรดกลิ่นหอมนี้เข้าปอดลึกๆ จนต้องหันซ้ายแลขวาด้วยความฉงนสนเท่ห์ "กลิ่นอะไรนั่น? หอมหวานชวนหิวเสียจริง บ้านไหนทำอะไรกินกัน?" "นั่นมันทางบ้านตระกูลจางไม่ใช่หรือ? เมียใหม่ของจางหยางที่เพิ่งแต่งเข้ามาไม่ใช่คนซุ่มซ่ามทำอะไรไม่เป็นหรอกรึ ทำไมถึงมีกลิ่นหอมระดับภัตตาคารในเมืองลอยออกมาได้!" เสียงซุบซิบนินทาเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แม่เฒ่าหลี่ที่นั่งรับลมอยู่หน้าบ้านถึงกับขมวดคิ้วมุ่น นางสูดจมูกฟุดฟิด กลิ่นหอมนั้นลอยเข้ามารบกวนโสตประสาทจนท้องของหญิงแก่ส่งเสียงร้องโครกคราออกมาอย่างน่าอับอาย ในวินาทีนั้นเอง เสียงฝีเท้าหนักแน่นของใครบางคนก็ดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับร่างสูงใหญ่ในชุดทหารเก่าๆ ที่คุ้นเคยปรากฏขึ้น จางหยาง สามีผู้เงียบขรึมและปากหนัก เดินทางกลับมาจากในเมืองด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า แต่เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าบ้าน กลิ่นหอมกรุ่นอันคุ้นเคยกลับทำให้ฝีเท้าของนายทหารหนุ่มชะงักงัน ดวงคมเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เขากวาดสายตามองเข้าไปในครัว ผ่านม่านควันจางๆ เห็นร่างระหงของภรรยาที่กำลังยืนยิ้มต้อนรับลูกๆ ด้วยแววตานุ่มนวล บนโต๊ะไม้เก่า มีจานอาหารที่ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลจนคนทั่วทั้งหมู่บ้านต้องกลืนน้ำลาย ตั้งตระหง่านท้าทายสายตาผู้คน จางหยางขยับริมฝีปากหนา กำลังจะเอ่ยปากถามบางอย่าง ทันใดนั้น... เสียงเคาะประตูรั้วบ้านอย่างรุนแรงก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงตะโกนโหววกเหวกโวยวายของเพื่อนบ้านจอมสอดรู้ที่ทนกลิ่นหอมไม่ไหว บุกเข้ามาถึงลานบ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต! "หลินฟางเซียน! แกทำอะไรกินในบ้าน กล้าดียังไงถึงแอบซ่อนของดีไว้คนเดียว เอาออกมาแบ่งกันเดี๋ยวนี้เลยนะ!" หลินฟางเซียนหันกลับไปมองผู้มาเยือนด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ดวงตากลมโตฉายประกายท้าทายอย่างทรงพลัง นางหยิบตะหลิวขึ้นมาเคาะเบาๆ กับขอบกระทะ ส่งเสียงกังวานใสท่ามกลางความเงียบงัน *** โปรดติดตามตอนต่อไป: อาหารจานแรกเรียกน้ำย่อยกำลังจะพลิกสถานการณ์การค้าในตลาดมืด และสร้างความสะใจให้รี้ดเดอร์จนวางไม่ลง! (ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนผลงานของหลินฮวายุคปฏิรูปเสมอมานะคะ!)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวทะลุมิติ กับวิถีคุณแม่ลูกสองในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%