กลิ่นหอมเย้ายวนของกระเทียมเจียวและน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวไฟอ่อนโชยตลบอบอวลไปทั่วห้องครัวดินปั้นเก่าคร่ำคร่า หลินฟางเซียนตักน้ำมันหมูใสแจ๋วราดลงบนเส้นบะหมี่ทำมือเหนียวนุ่มในชามกระเบื้องเคลือบสีหม่น โรยหน้าด้วยต้นหอมซอยละเอียดและกากหมูทอดกรอบสีทองอร่ามที่เพิ่งเจียวเสร็จใหม่ๆ เสียงน้ำมันเดือดปุดๆ ในกระทะเหล็กยังคงก้องกังวานอยู่ในความเงียบงันยามพลบค่ำของหมู่บ้านหง Hsing
ทว่า บรรยากาศแสนอบอุ่นในมิติลับของเธอกลับถูกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ดังขึ้นตรงหน้าประตูลานบ้านภายนอก
“ตึง! ตึง! ตึง!”
เสียงทุบประตูรุนแรงจนบานไม้ผุๆ สั่นสะท้าน หลินฟางเซียนชะงักมือที่กำลังถือตะเกียบไม้ไผ่ ดวงตากลมโตหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความระแวง ในยุคแปดศูนย์ที่กฎหมายและความสงบเรียบร้อยยังเข้าไม่ถึงทุกซอกมุม คนที่บุกมาทุบประตูยามวิกาลเช่นนี้ มีเพียงแม่เฒ่าหลี่จอมเขมือบหรือไม่ก็พวกอันธพาลประจำหมู่บ้านที่หวังจะมาสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวเธออีก
แต่ทว่า... สัญชาตญาณบางอย่างบอกเธอว่าไม่ใช่
ฟางเซียนวางชามบะหมี่ลงบนโต๊ะไม้ กวาดสายตามองความเรียบร้อยในห้องครัวอัจฉริยะก่อนจะจิตนาการถอนตัวกลับสู่โลกความเป็นจริง ร่างเพรียวบางก้าวเดินผ่านห้องโถงมืดทึบด้วยฝีเท้าเบากริบ นางหยิบไม้ท่อนฟืนขนาดพอเหมาะติดมือไว้ข้างกาย มือเรียวดันกลอนประตูไม้ผุออกช้าๆ
แสงจันทร์สลัวราดรดลงบนร่างสูงใหญ่ที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตู บ่ากว้างที่คุ้นเคยนั้นแบกกระสอบผ้าใบเก่าๆ ไว้ข้างหนึ่ง เสื้อผ้าทหารสีเขียวเข้มเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบดินโคลนและคราบเหงื่อไคล ใบหน้าคมคายสสันกรามชัดเจนดูเหนื่อยล้า แต่ดวงตาคมกริบคู่นั้นกลับฉายแววเย็นชาดุจน้ำแข็งแกะสลักที่ยากจะเข้าถึง
จางหยาง... สามีผู้เงียบขรึมที่หายตัวไปปฏิบัติภารกิจลับในกองทัพนานกว่าครึ่งปี กลับมาแล้ว
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อบานประตูเปิดออก บุคคลที่เขากำลังเผชิญหน้าอยู่ตอนนี้ไม่เหมือนภรรยาคนเดิมที่เคยหวาดกลัว ซูบผอม และเอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญทุกครั้งที่เขาต้องจากบ้านไป หลินฟางเซียนในยามนี้มีผิวพรรณผุดผ่อง ดวงตากระจ่างใสเปี่ยมด้วยความมั่นใจ และที่สำคัญ... กลิ่นอายความอ่อนแอไร้ทางสู้ได้มลายหายไปจนสิ้น
“เธอกล้าเปิดประตูรับคนแปลกหน้ายามวิกาลแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”
น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้นด้วยความหงุดหงิดเจือความเป็นห่วง จางหยางก้าวล่วงล้ำเข้ามาในบ้านโดยไม่ต้องรอให้อีกฝ่ายอนุญาต เขาวางกระสอบสัมภาระลงกับพื้นเสียงดัง “ตุบ” จนฝุ่นตลบฟุ้ง ก่อนจะปรายตามองรอบห้องโถงที่สะอาดสะอ้านผิดหูผิดตา เก้าอี้ไม้ถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ ไม่หลงเหลือคราบสกปรกหรือร่องรอยความยากจนข้นแค้นอย่างที่ควรจะเป็น
หลินฟางเซียนลดท่อนไม้ในมือลงช้าๆ นางมองสำรวจสามีหนุ่มผู้ขึ้นชื่อเรื่องความปากหนักและซื่อสัตย์ที่สุดในนิยายต้นฉบับ หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างประหลาด ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะพลังงานบางอย่างที่แผ่ออกมาจากตัวเขามันช่างทรงพลังและดึงดูดสายตาเสียเหลือเกิน
“ถ้าฉันไม่เปิด แล้วคุณจะยืนตากน้ำค้างอยู่ตรงนั้นจนถึงเช้าหรือไงคะ?” ฟางเซียนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความประชดประชันเล็กน้อย นางเดินเลี่ยงผ่านร่างสูงไปหยิบขันน้ำพลาสติกตักน้ำอุ่นจากเตาไฟมาส่งให้เขา “เดินทางมาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำก่อนสิคะ”
จางหยางรับขันน้ำมาถือไว้ แต่นัยน์ตาคมกลับจ้องมองใบหน้าเนียนใสของภรรยาไม่วางตา เขารู้สึกเหมือนภรรยาตรงหน้าไม่ใช่คนเดิม หลินฟางเซียนคนก่อนไม่เคยกล้าสบตาเขาตรงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการมาต่อปากต่อคำด้วยน้ำเสียงนิ่งสงบเช่นนี้
“เธอเปลี่ยนไป...” จางหยางเอ่ยเสียงต่ำ ขณะยกขันน้ำขึ้นดื่มจนหมดรวดเดียว “ที่บ้านเราเกิดอะไรขึ้นช่วงที่ฉันไม่อยู่? แม่ข้าวนั่น... เข้ามารังแกเธออีกหรือเปล่า?”
คำถามนั้นเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าบึ้งตึง ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอเบาๆ นางรู้ดีว่าแม่เฒ่าหลี่ผู้เป็นแม่สามีและบรรดาญาติๆ คอยสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวนี้มานานแค่ไหน ขนาดสามีส่งเงินค่าเลี้ยงดูมาให้ทุกเดือน พวกมันยังกล้าบุกมาปล้นเอาไปจนลูกๆ ของนางเกือบอดตาย
“ถ้าฉันยังเป็นคนอ่อนแอเหมือนเดิม ป่านนี้ลูกๆ ของเราคงไม่เหลือแม้แต่กระดูกให้คุณฝังหรอกค่ะ” ฟางเซียนพูดพลางสาวเท้าเดินเข้าครัวเพื่อยกถ้วยบะหมี่ร้อนๆ ที่เพิ่งทำเสร็จออกมาวางบนโต๊ะ “นั่งลงกินเสียก่อนเถอะค่ะ เรื่องอื่นค่อยคุยกันทีหลัง อาหารเย็นชืดหมดแล้วจะไม่อร่อย”
กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นลอยเข้าจมูกของนายทหารหนุ่มทันที จางหยางชะงักกึก กลิ่นหอมนี้ช่างเย้ายวนใจเสียจนท้องของเขาที่ไม่ได้กินอะไรมาตลอดทั้งวันส่งเสียงร้องประท้วงออกมาเบาๆ เขามองชามบะหมี่ตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เส้นบะหมี่สีเหลืองนวล น้ำซุปใสแต่หอมหวาน โรยด้วยกากหมูกรอบฟูและต้นหอมเขียวขจี หน้าตาอาหารจานนี้ประณีตบรรจงราวกับภัตตาคารในเมืองใหญ่ ไม่ใช่สิ่งที่ภรรยาผู้ทำอาหารไม่เป็นจะทำออกมาได้
“เธอ... ทำเองหรือ?” จางหยางเงยหน้าขึ้นมองภรรยาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย
“ถ้าไม่ใช่ฉัน แล้วจะเป็นผีที่ไหนทำล่ะคะ?” ฟางเซียนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มบางเบาปรากฏบนมุมปาก “รีบกินเสียสิคะ ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจยึดคืน”
จางหยางไม่เอ่ยอะไรอีกต่อไป ความหิวโหยประกอบกับกลิ่นหอมยั่วยวนทำให้เขาต้องหยิบตะเกียบขึ้นมาคีบเส้นบะหมี่เข้าปาก คำแรกที่สัมผัสลิ้นทำให้นายทหารหนุ่มผู้ผ่านการกินอาหารสนามมาโชกโชนถึงกับนิ่งงัด เส้นบะหมี่เหนียวนุ่มกำลังดี น้ำซุปกลมกล่อมเคี่ยวจนได้ที่ ละมุนลิ้นจนแทบไม่อยากเชื่อว่านี่คืออาหารที่ทำจากครัวบ้านนาชนบท
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังจะดำเนินไปอย่างอบอุ่นและเงียบสงบ เสียงทุบประตูด้านนอกก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้รุนแรงและเกรี้ยวกราดกว่าเดิม ราวกับตั้งใจจะพังประตูเข้ามาให้พังกันไปข้าง
“หลินฟางเซียน! นังสารเลวตัวดี! แกกล้าดียังไงถึงขโมยไข่ไก่ของบ้านใหญ่ไปซ่อน! เปิดประตูเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่เปิด ฉันจะพังเข้ามาลากหัวแกไปประจานทั้งหมู่บ้าน!”
เสียงแหลมสูงของแม่เฒ่าหลี่แผดดังลั่นทะลุกำแพงบ้านเข้ามา พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายของบรรดาญาติพี่น้องที่พากันแห่แหนมาสร้างความวุ่นวายในยามวิกาล
จางหยางวางตะเกียบลงทันที นัยน์ตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นประกายความเย็นยะเยือกน่ากลัว รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ราวกับพญาอินทรีที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ เขาหันไปมองภรรยาด้วยแววตาคาดโทษ
แต่ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่ได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย รอยยิ้มเยือกเย็นปรากฏขึ้นที่มุมปากสวย นางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเข้าไปใกล้สามีแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง
“ไม่ต้องห่วงค่ะสามี... คุณเพิ่งกลับมาเหนื่อยๆ ปล่อยให้ฉันต้อนรับ ‘แขกไม่ได้รับเชิญ’ เหล่านี้แทนคุณเองดีกว่าค่ะ”
ฟางเซียนหันหลังเดินไปที่ประตู โดยไม่รู้เลยว่า ในกระสอบผ้าใบเก่าที่จางหยางเพิ่งแบกเข้ามาเมื่อครู่นั้น มีห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ลับซ่อนอยู่ ซึ่งเมื่อแกะออกดูแล้ว... มันคือเอกสารปลดประจำการพร้อมเงินรางวัลสะสมก้อนโตที่พวกตระกูลหลี่ไม่มีวันเอื้อมมือมาแตะต้องได้อีกต่อไป!
(โปรดติดตามตอนต่อไป...)
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่อยู่เคียงข้างความแซ่บและคอยสนับสนุนฟางเซียนเสมอนะคะ!
เซียนครัวทะลุมิติ กับวิถีคุณแม่ลูกสองในยุคแปดศูนย์•ตอนที่ 5
การกลับมาของสามีน้ำแข็ง
ผลงานโดย หลินฮวายุคปฏิรูป
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลินฮวายุคปฏิรูป)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนครัวทะลุมิติ กับวิถีคุณแม่ลูกสองในยุคแปดศูนย์ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!