"ถ้ามึงยังไม่เลิกส่งสติกเกอร์รูปหมีกอดอกทำหน้ายโสโอหังมาในกลุ่มห้อง กูจะเอาชีทสรุปบัญชีต้นทุนของมึงไปเผาทิ้งให้หมดจริงๆ ด้วยนะไทม์!"
เสียงโวยวายของจินดังลั่นห้องนั่งเล่น ทะลุผ่านหน้าจอสมาร์ตโฟนจนผมที่กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่ตรงระเบียงต้องหลุดยิ้มออกมาโดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวกดเข้าแอปพลิเคชันแชตยอดฮิต มองดูชื่อกรุ๊ปแชตที่มีสมาชิกแค่สองคน—ผมกับเจ้าตัวแสบที่กำลังหน้าดำหน้าแดงอยู่ปลายสาย
ให้ตายเถอะ... แค่ผมแกล้งส่งรูปหมีกวนๆ ไปแซวเรื่องที่เจ้าตัวทำบัญชีรายรับรายจ่ายของห้องผิดพลาดไปสามบาทเมื่อวานนี้ ถึงกับทำให้เด็กบัญชีปีสองคนเก่งสติแตกได้ขนาดนี้เลยหรือครับเนี่ย
[ก็คนมันน่าแกล้งนี่ครับ] ผมพิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ พร้อมแนบสติกเกอร์รูปหมีตัวเดิมที่เจ้าตัวเพิ่งประกาศิตว่าเกลียดนักเกลียดหนਾ
[ไทม์! ไอ้รุ่นพี่นิสัยไม่ดี! เดี๋ยวก่อนนะ มึงว่างมากใช่ไหม ถึงได้มานั่งกวนประสาทกูเนี่ย วันนี้ไม่มีโปรเจกต์ส่งอาจารย์หรือไง หรือว่าอยากโดนกูยึดพื้นที่ตู้เย็นอีกรอบ?]
ข้อความตัวหนังสือพรืดใหญ่ถูกส่งกลับมาแทบจะทันที จินคงกำลังใช้นิ้วเรียวรัวแป้นพิมพ์ด้วยความหงุดหงิดแน่ๆ ผมจินตนาการภาพใบเนียนๆ ที่ตอนนี้คงพองลม แก้มป่องด้วยความเคือง และดวงตากลมโตที่จ้องหน้าจอเขม็งด้วยความหมั่นไสว... น่ารักชะมัด
ผมเปลี่ยนอิริยาบถจากการนั่งไขว่ห้างมาเป็นพิงระเบียงรับลมยามค่ำคืน สายตาเหม่อมองไปยังแสงไฟจากตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลนัก แม้ภายนอกผมจะเป็นรุ่นพี่ปีสามที่ใครๆ ก็บอกว่านิ่งขรึมและเข้าถึงยาก แต่เชื่อเถอะครับว่า กำแพงความเย็นชาเหล่านั้นพังทลายลงราบคาบตั้งแต่มีเด็กบัญชีปากแจ๋วคนนี้เข้ามาเป็นรูมเมทเมื่อหลายเดือนก่อนแล้ว
ความสัมพันธ์ของเรามันก้ำกึ่งระหว่างคำว่า "เพื่อนร่วมห้อง" กับ "อะไรบางอย่างที่เกินเลยกว่านั้น" มาสักพักใหญ่ๆ แล้วครับ แก๊งเพื่อนตัวแสบของผมก็คอยแต่จะแซวคอยแต่จะชงจนผมแทบอยากจะเอาหัวโขกกำแพงตึกคณะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ปัญหาคือ... ตัวผมเองนี่แหละครับที่ดันป๊อดเกินกว่าจะพูดคำว่า "ชอบ" ออกไปตรงๆ
กลัวว่าถ้าพูดออกไปแล้วทุกอย่างจะเปลี่ยนไป กลัวว่าเราจะมองหน้ากันไม่ติด กลัวว่ารอยยิ้มกวนๆ กับเสียงบ่นง้องแง้งทุกเช้าจะหายไปจากชีวิต
แต่คืนนี้... บรรยากาศมันช่างเป็นใจเสียเหลือเกิน พระจันทร์เต็มดวงลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้าสีนิล ลมเย็นๆ พัดพาเอาความกล้าหาญแปลกประหลาดเข้ามาในหัวใจของไอ้คนปากแข็งอย่างผม
ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก้มหน้ามองจอโทรศัพท์มือถืออีกครั้ง นิ้วโป้งเริ่มจรดลงบนแป้นพิมพ์ บรรจงพิมพ์ข้อความที่อัดแน่นอยู่ในใจมาเป็นแรมเดือนลงไปทีละตัวอักษรอย่างระมัดระวัง
*“จิน... กูมีอะไรจะบอกวะ จริงๆ กู...”*
ผมหยุดพิมพ์ ชะوกหน้ามองข้อความที่ตัวเองเพิ่งเขียนลงไป หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก มือไม้เริ่มชื้นเหงื่อ ความลังเลตีรวนขึ้นมาในสมองจนเกือบจะกดลบ แต่แล้วความรู้สึกที่อยากจะทลายกำแพงบ้าๆ นี่มันก็มีมากกว่า
ผมกดส่งข้อความนั้นออกไปทันที ก่อนที่ความกล้าจะหมดลง
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนข้อความดังขึ้นในแชตส่วนตัวของจิน
ทว่า... วินาทีที่ข้อความถูกส่งผ่านอินเทอร์เน็ตไปนั้น สมองเจ้ากรรมดันประมวลผลทันทีถึงความซวยที่จะตามมา ถ้าเกิดมันอ่านแล้วรับไม่ได้ล่ะ? ถ้าเกิดมันบล็อกเฟสบล็อกไลน์ผมขึ้นมาจริงๆ ล่ะ?
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดทำงานเร็วกว่าแสงครับ! ผมรีบใช้นิ้วกดค้างที่ข้อความนั้น แล้วกดปุ่ม "ยกเลิกข้อความ" หรือ "ลบสำหรับทุกคน" อย่างลิบลับด้วยความรวดเร็วระดับนักกีฬาอีสปอร์ต
พรึบ! ข้อความสารภาพรักยาวเหยียดถูกลบหายไปจากหน้าจอแชต เหลือไว้เพียงแค่ร่องท้ายประโยคว่างเปล่าที่ฟ้องว่ามีข้อความถูกยกเลิก
ฟู่... ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เกือบไปแล้วไหมล่ะ เกือบทำลายความสัมพันธ์ที่สั่งสมมาทั้งหมดด้วยความใจร้อนแท้ๆ ผมทรุดตัวลงพิงกับเก้าอี้ระเบียง ยกมือขึ้นลูบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อเรียกสติ
ทว่า ความเงียบงันในห้องนั่งเล่นที่ควรจะดำเนินต่อไป กลับถูกขัดจังหวะด้วยเสียงฝีเท้าหนักๆ ที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ... เรื่อยๆ... จนมาหยุดยืนอยู่ตรงประตูระเบียงห้องนอนของผม
ผมเงยหน้าขึ้นมองตามต้นเสียง
ร่างโปร่งของจินยืนกอดอกพิงกรอบประตู ใบหน้าหวานที่เคยบึ้งตึงเมื่อครู่ตอนนี้เรียบสนิทจนน่ากลัว ดวงตากลมโตคู่นั้นหรี่มองผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ในมือข้างหนึ่งของเจ้าตัวถือโทรศัพท์มือถือสว่างวาบคาอยู่หน้าจอ
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกแช่แข็งด้วยความเงียบงัน ชั่วขณะหนึ่งไม่มีใครยอมปริปากพูดอะไรออกมา เสียงลมหายใจของผมดังชัดเจนเสียยิ่งกว่าเสียงรถราบนท้องถนนข้างล่างหอพักเสียอีก
"เอ่อ... จิน มายืนทำอะไรตรงนี้ ลมมันแรงนะ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก" ผมฝืนยิ้มกลบเกลื่อน ขยับตัวลุกขึ้นยืนด้วยความเก้ๆ กังๆ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเด็กนักเรียนอนุบาลที่โดนคุณครูจับได้ว่าแอบกินขนมในเวลาเรียน
จินยังคงไม่ตอบ เจ้าตัวก้าวเท้าช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว ทีละก้าว จนกระทั่งกลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ ลอยเข้าจมูก
ดวงตากลมโตคู่นั้นจ้องมองลึกเข้ามาในดวงตาของผม นิ่งสนิท ไม่มีร่องรอยของความโกรธ หรือความขำขัน แต่มันเต็มไปด้วยคำถามมากมายที่ยังไม่ได้ถูกเอ่ยออกมา
ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มนั้นจะขยับเอ่ยประโยคที่ทำเอาผมแทบหยุดหายใจ
"ลบทำไมวะ... ไหนพิมพ์มาใหม่ซิ เมื่อกี้กูอ่านทันนะ... ไทม์"
...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงช่วงเวลาที่ระทึกใจที่สุดไปพร้อมกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 20
แชตที่ส่งแล้วลบไม่ทัน
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!