องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 21

เงียบใส่กันไปหลายวัน

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
เสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่เป็นรอบที่สิบของวันดังขึ้นมาจากมุมห้อง จนผมที่กำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์ตัวเลขงบการเงินในแท็บเล็ตถึงกับต้องชะงักมือ ปากกาในมือเกือบกลิ้งตกพื้นถ้าผมไม่รีบคว้าเอาไว้เสียก่อน "ถ้ามึงจะถอนหายใจถี่ขนาดนี้ เกรงใจออกซิเจนในห้องด้วยนะไอ้จิน" เสียงของ 'กรณ์' เพื่อนสนิทตัวดีดังขึ้นมาจากปลายเตียง เจ้าตัวทิ้งร่างลงนอนแผ่หลาบนอนเล่นเกมในมือถืออย่างสบายใจเฉิบ ต่างจากผมที่ตอนนี้รู้สึกเหมือนนั่งอยู่บนกองไฟที่กำลังคุโชน ความเงียบงันระหว่างผมกับไอ้รุ่นพี่ตัวดี... 'พี่ไทม์' รูมเมทหน้ามึนกินเวลามาเกือบสัปดาห์เต็มๆ แล้ว และบอกเลยว่าบรรยากาศมันชวนอึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องสอบไฟนอลวิชาบัญชีต้นทุนเสียอีกครับ นับตั้งแต่วันที่ผมเผลอหลุดปากโวยวายใส่เขาเรื่องที่ชอบมาหยอดคำหวานใส่ไม่เลือกเวลา จนพี่ไทม์ตีหน้าตายแล้วบอกว่า *"งั้นพี่จะจีบแบบจริงจัง ไม่หยอดเล่นแล้วนะ"* หลังจากวันนั้น เราสองคนก็แทบไม่ได้คุยกันเกินสามประโยค นอกจากสายตานิ่งๆ และความเงียบที่โรยตัวปกคลุมห้องพักสี่เหลี่ยมนี้ทุกครั้งที่เราต้องหายใจร่วมกัน ให้ตายเถอะ... ปกติผมชอบความสงบนะ แต่ความเงียบที่ไม่มีเสียงกวนประสาทของไอ้พี่ปีสามเนี่ย มันกลับทำให้หัวใจผมหงุดหงิดจนแทบเป็นบ้า "กูไม่ได้ถอนหายใจเพราะเปลืองออกซิเจน กูถอนหายใจเพราะรำคาญเสียงเกมมึงต่างหาก" ผมแหวกลับเสียงแข็ง กลบเกลื่อนความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนใบหน้าอย่างเนียนๆ "อ้าว ไอ้นี่! โทษเกมกูอีก"กรณ์ยันตัวลุกขึ้นนั่งแล้วหรี่ตามองผมอย่างรู้ทัน "เขากับมึงงอนอะไรกันวะ งอนกันข้ามวันข้ามคืน นึกว่าผัวเมียทะเลาะกันเรื่องเงินเมียหาย มึงรู้ป่ะว่าพวกกูที่อยู่กลุ่มเดียวกันอึดอัดจนไม่กล้าหายใจแรงแล้วเนี่ย ไอ้ปืนกับไอ้กรณ์ก็ฝากกูมาถามว่าเมื่อไหร่พวกมึงจะคืนดีกันสักที" "ใครผัวใครเมีย! พูดจาพล่อยๆ นะมึงเนี่ย" ผมปาปากกาในมือใส่หมอนอิงที่วางอยู่ใกล้ตัวทันที แต่กรณ์ไวกว่าคว้าหมอนมารับไว้ได้ทันพร้อมกับหัวเราะร่า "เอ้า ก็จริงป่ะล่ะ ปกติพี่ไทม์มันเป็นคนประเภทกวนบาทาตัวพ่อ เห็นใครหงุดหงิดแล้วชอบใจ แต่พอมันเงียบใส่รังสีทมิฬแผ่ซ่านแบบนี้ โตรน่ากลัวเลยมึง เมื่อวานตอนเรียนช็อปวิศวะ มันเล่นเอาเหล็กงอคามือเพราะหน้าตึงใส่เพื่อนในกลุ่มมาแล้วนะเว้ย มึงไม่สงสารพี่เขาหน่อยเหรอ" คำพูดของกรณ์ทำให้ผมชะงักไปเล็กน้อย ภาพใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะมีรอยยิ้มกวนๆ ประดับอยู่เสมอ แต่ในช่วงหลายวันที่ผ่านมากลับมีแต่ความเรียบเฉยและดวงตาคู่คมที่มักจะแอบมองผมเงียบๆ ยามที่ผมเผลอ ลอยเข้ามาในหัวอย่างห้ามไม่ได้ พี่ไ0ม์เนี่ยนะ... หน้าตึงจนทำเหล็กงอ? ให้ตายเถอะ ฟังดูเกินจริงไปหน่อย แต่ก็น่าตกใจไม่น้อยเลยครับสำหรับคนอย่างพี่ไทม์ที่ปกติอารมณ์ดีตลอดเวลา "กูไม่ได้ไปทำอะไรเขาสักหน่อย เขาก็เป็นของเขาแบบนั้นเองแหละ" ผมพึมพำตอบเสียงเบาลง ก้มหน้าลงมองหน้าจอแท็บเล็ตต่อเพื่อหลบสายตาจับผิดของเพื่อนสนิท "ปากแข็งชะมัด ระวังเถอะ... คนเขาไม่ได้รอเก้อไปตลอดหรอกนะเว้ย ถ้าวันนึงเขาเลิกกวน แล้วไปหยอดคนอื่นขึ้นมาจริงๆ มึงนั่นแหละที่จะเป็นฝ่ายนั่งน้ำตาร่วงคาโต๊ะบัญชี" ประโยคแทงใจดำของกรณ์ทำเอาผมสำลักน้ำลายตัวเองจนต้องไอโขลกออกมาหลายครั้ง รีบคว้าแก้วน้ำบนโต๊ะขึ้นมาดื่มแก้เขิน ทว่าในใจกลับวูบโหวงแปลกๆ กับความคิดที่ว่า... *พี่ไทม์จะไปหยอดคนอื่นงั้นเหรอ?* แค่คิดภาพว่ารอยยิ้มกวนๆ และสายตาแพรวพราวคู่นั้นถูกส่งให้คนอื่นที่ไม่ใช่ผม หน้าอกข้างซ้ายมันก็กระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ แอ๊ด... เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทำให้บทสนทนาระหว่างผมกับกรณ์ต้องหยุดชะงักลงทันที ร่างสูงโปรดของคนที่เพิ่งถูกพูดถึงก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายความเหนื่อยล้าเจือจางด้วยกลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ลอยมาแตะจมูก พี่ไทม์ถอดเสื้อแจ็คเก็ตช็อปพาดไว้ที่แขน ดวงตาคู่คมกวาดมองเข้ามาในห้องก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผมเพียงเสี้ยววินาที แล้วเบือนหนีไปอย่างไร้การทักทายเหมือนเช่นเคย บรรยากาศในห้องลดอุณหภูมิลดฮวบลงทันทีจนกรณ์ที่นั่งอยู่บนเตียงถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดฝืด "เอ่อ... กูว่ากูรีบกลับห้องดีกว่าวะ ลืมไปว่าผ้ายังไม่ได้ซัก" กรณ์รีบดีดตัวลุกขึ้นคว้ากระเป๋าเป้สะพายหลังอย่างลิบลับ เจ้าตัวเดินผ่านผมแล้วกระซิบเบาๆ ข้างหูว่า *"โอกาสมาแล้ว สู้เขาสิวะไอตูด"* ก่อนจะเผ่นแน่บออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ผมเผชิญหน้ากับความอึดอัดตามลำพังกับร่างสูงที่เดินหายเข้าห้องน้ำไป เสียงน้ำไหลซ่าจากในห้องน้ำดังลอดออกมา ท่ามกลางความเงียบงัน ผมนั่งกอดอกมองหน้าจอแท็บเล็ตที่ไม่ได้รับรู้ข้อมูลอะไรอีกต่อไป สมองมันตี 1 กลับวนเวียนอยู่กับแผ่นหลังกว้างและสีหน้าเรียบเฉยของพี่ไทม์เมื่อครู่ ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วยวะ... ปกติถ้าโกรธหรือหมั่นไส้ อย่างน้อยต้องเดินมาเคาะหัวผมสักทีสองทีสัปดาห์นี้เล่นบทพระเอกเอ็มวีเศร้าสร้อยซะจนผมปรับตัวไม่ทัน ผ่านไปเกือบสิบนาที พี่ไทม์เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดนอนสบายตา ผมเปียกชื้นเล็กน้อยทำให้ใบหน้าหล่อเหลานั้นดูละมุนขึ้นผิดหูผิดตา เขาเดินตรงมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองโดยไม่ชายตาแลผมเลยแม้แต่น้อย มือหนากำลังจะเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะ จังหวะนั้นเอง... ความรู้สึกบางอย่างที่อัดอั้นอยู่ในอกมันก็ระเบิดออกมาอย่างไร้เหตุผล มือผมไวเท่าความคิด พรวดพราดลุกขึ้นยืนจนเก้าอี้ไถลไปด้านหลังเกิดเสียงดังครูด "นี่!" ผมหลุดปากเรียกเสียงดัง ร่างสูงชะงักมือที่กำลังจะหยิบมือถือ หันกลับมามองผมด้วยสายตานิ่งสนิท คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเชิงคำถาม แต่ไร้ซึ่งคำพูดใดๆ ออกมาจากริมฝีปากหยักนั้น ให้ตายเถอะ... พอกเขาทำหน้าแบบนี้ใส่แล้วผมกลายเป็นใบ้ไปเลยว่ะครับ "พี่... เป็นบ้าอะไรของพี่เนี่ย" ในที่สุดผมก็เลือกประโยคที่โง่ที่สุดในโลกหลุดปากออกไปจนได้ พี่ไทม์นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมกริบมองสำรวจใบหน้าผมที่คงจะแดงก่ำด้วยความโมโหและประหม่าปะปนกัน ก่อนที่มุมปากข้างหนึ่งจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนเก่า แต่มีความเหนื่อยล้าและตัดพ้อเจืออยู่จางๆ จนใจผมกระตุกวูบ "พี่ไม่ได้เป็นบ้าหรอกจิน..." น้ำเสียงทุ้มต่ำเอื้อnเอ่ยออกมาแผ่วเบa ชวนให้บรรยากาศรอบตัวยิ่งบีั้นหัวใจเข้าไปอีก "แค่กำลังพยายามทำตามที่ตัวแสบอย่างเราต้องการอยู่ไง... ไม่อยากให้พี่กวน ไม่อยากให้พี่หยอด พี่ก็ถอยออกมาให้แล้วนี่ไงครับ" คำพูดเรียบๆ แต่เฉือดเฉือนหัวใจทำเอาผมพูดไม่ออก ราวกับมีก้อนอะไรมาจุกอยู่ที่คอหอย "แต่..." ผมอ้าปากจะเถียง แต่พี่ไทม์กลับชิงพูดตัดหน้าขึ้นมาเสียก่อน "แต่รู้ไหมจิน..." ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว ช้าๆ ทว่ามั่นคง จนผมต้องเป็นฝ่ายก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นวางหนังสือเสียงดังตุบ "การที่พี่ไม่ได้กวนเรา... มันทรมานกว่าตอนที่โดนเราด่าเป็นไหนๆ เลยว่ะ" ดวงตาคมกริบที่จ้องมองมาสะท้อนภาพผมที่มีแต่ความสับสนและตื่นตระหนก หัวใจในอกเต้นรัวโครมครามราวกับจะทะลุออกมานอกอก "พี่ไทม์..." ผมพึมพำชื่อเขาเบาหวิว ราวกับสติหลุดลอยไปชั่วขณะ พี่ไทม์หยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม ระยะห่างระหว่างเราตอนนี้เหลือเพียงแค่คืบเดียว กลิ่นสบู่หอมอ่อนๆ จากตัวเขายิ่งทำให้ผมแทบหายใจไม่ออก มือหนายื่นเข้ามาใกล้ ชั่ววินาทีนั้นผมคิดว่าเขาจะเข้ามาเคาะหัวสั่งสอนเหมือนทุกที แต่เปล่าเลย... ปลายนิ้วอุ่นจัดของเขากลับแตะเบาๆ ที่พวงแก้มของผม ไล้ผ่านผิวแผ่วเบาราวกับกลัวว่าผมจะแตกสลาย "ถ้าไม่อยากให้พี่ถอย... ก็เลิกทำตัวดื้อแล้วบอกพี่ตรงๆ ได้ไหมครับ" เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหู น้ำเสียงอ่อนโยนจนเกินต้านทาน "ว่าที่เงียบไปหลายวันเนี่ย... คิดถึงพี่บ้างหรือเปล่า?" ตู้ม! เหมือนมีพลุร้อยนัดจุดระเบิดขึ้นในหัว สมองผมขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อราวกับถูกสาปให้กลายเป็นหิน เมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับประกายความจริงจังและเว้าวอนในแววตาของคนที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ...และในจังหวะที่หัวใจผมกำลังเต้นระรัวจนแทบไม่เป็นจังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะของผมที่วางทิ้งไว้ก็สว่างวาบขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชตกลุ่มแก๊งเพื่อนตัวแสบเด้งขึ้นมาโชว์หร่าหน้าจอ โดยที่ผมไม่ทันได้ตั้งตัวว่าใครส่งอะไรเข้ามา... *[กลุ่ม: แก๊งกามเทพจำเป็น]* **กรณ์:** *@JIN_ACC ไอ้งั่ง! บอกรักพี่เขาไปสิฟะ แฟนคลับในจอยลดาเขาจะรออ่านตอนจบอยู่แล้วนะเว้ยเฮ้ย! ส่งสติกเกอร์รูปหัวใจรัวๆ เลยมึง!* ดวงตาของพี่ไทม์เหลือบไปเห็นข้อความบนหน้าจอโทรศัพท์ของผมที่สว่างคาตาเต็มๆ ชัดเจนทุกตัวอักษร... --- *(ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานนี้นะครับ — สายลมแผ่วเบา)*
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%