"ถ้าเดินเร็วกว่านี้อีกนิดเดียว ขาคุณน่าจะได้หักจริงๆ นะครับคุณบัญชีหน้ามึน"
เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นหูจนจำได้ขึ้นใจดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบของห้องสมุดคณะวิศวกรรมศาสตร์ร้างผู้คน จินสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันขวับไปค้อนใส่ร่างสูงที่ก้าวตามมาติดๆ ไทม์ในชุดเสื้อช็อปสีเข้มตัวเก่งกำลังยิ้มมุมปาก รอยยิ้มแบบที่เห็นทีไรเป็นต้องทำให้หัวใจเจ้ากรรมในอกข้างซ้ายกระตุกวูบทุกที
"ใครหน้ามึนหะพี่ไทม์! แล้วใครใช้ให้เดินตามมาเล่า ผมบอกแล้วไงว่าจะเดินกลับหอเองได้ ทำไมต้องมาเดินตามตื๊ออยู่ได้ น่ารำคาญจริง" จินเชิดหน้าขึ้นพยายามกลบเกลื่อนรอยแดงเรื่อที่ลามเลียขึ้นมาถึงใบหูด้วยการทำเสียงเข้มใส่ แต่ในสายตาของรุ่นพี่วิศวะตัวสูง มันช่างดูเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อที่ไม่มีพิษสงเอาเสียเลย
"ก็น่ารำคาญแบบนี้แหละครับ ถึงได้ต้องตามดูแลอยู่ทุกวัน" ไทม์ยัก 1 ข้างพลانก้าวเข้าไปประชิดตัวทีละน้อย จนจินต้องถอยหลังกรูดไปจนแผ่นหลังชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้เก่าแก่ คลาสสิกและคุ้นตา
ที่นี่... มุมโปรดหลังชั้นหนังสือแถว E7
พื้นที่เดิม สถานที่เดิม จุดเริ่มต้นที่พวกเขาบังคับชนกันจนแฟ้มเอกสารบัญชีกับชีทวิศวะกระจัดกระจายเกลื่อนพื้นเมื่อปีก่อน
บรรยากาศรอบตัวเหมือนถูกกดปุ่มย้อนเวลา กลิ่นกระดาษเก่าๆ ผสมผสานกับกลิ่นน้ำหอมสะอาดๆ ประจำตัวของคนตรงหน้า ทำให้จินเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตหลุบมองต่ำลงไปที่พื้น หลบสายตาคมกริบที่กำลังพินิจพิเคราะห์ใบหน้าของเขาอย่างเปิดเผย
"พา... พาผมมาที่นี่ทำไม ดึกดื่นป่านนี้หอในจะปิดอยู่แล้วนะ" จินอ้อมแอ้มเสียงเบา ความซ่าความปากแจ๋วเมื่อครู่ระเหิดหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความประหม่าที่ตีรวนอยู่ในอกจนมือไม้เริ่มไม่รู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน
ไทม์ไม่ตอบคำถามทันที ร่างสูงทิ้งน้ำหนักแขนข้างหนึ่งยันกับชั้นหนังสือไว้ กักขังร่างบางของรุ่นน้องปี 2 ให้อยู่ในอาณาเขตของตัวเอง สายตาที่มักจะกวนประสาทและแพรวพราวเสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววความจริงจัง ลึกซึ้ง และอ่อนโยนจนน่าใจหาย
"จิน..."
น้ำเสียงนั่นเปลี่ยนไป ไม่มีความขี้เล่น ไม่มีการหยอกล้อ มีเพียงความนิ่งงันที่เต็มไปด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง
"ห... อะไรเล่า จะพูดอะไรก็รีบพูดสิ" จินเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกหน่วงๆ และอบอุ่นในเวลาเดียวกันกำลังแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย
"จำได้ไหมครับ ว่าตรงนี้ที่เรายืนอยู่... เราเจอกันครั้งแรกเพราะอะไร" ไทม์เอ่ยถามเสียงแผ่ว ใบหน้าคมคายโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน
"ใครจะไปจำได้เล่า... บ้า..." จินเบือนหน้าหนีไปทางอื่น พวงแก้มใสขึ้นสีแดงจัดลามไปถึงต้นคอ
"แต่ผมจำได้ทุกรายละเอียดเลยนะ" ไทม์ขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิมจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "จำได้ว่ามีเด็กปีสองคนหนึ่ง หน้าตาหงิกงอเหมือนคนท้องผูกตลอดเวลา เดินถือแฟ้มบัญชีหนาเตอะแล้วเดินชนผมจนชีทโปรเจกต์กระเด็นกระดอนไปคนละทิศคนละทาง"
"ก็พี่เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเองนี่นา!" จินหันกลับมาเถียงคอเป็นเอ็นตามสัญชาตญาณความปากแจ๋ว
"นั่นแหละครับ... แล้วจำได้ไหมว่าวันนั้น ผมคิดอะไรในใจตอนที่ก้มลงเก็บชีทให้คุณ" ไทม์เว้นจังหวะ ปล่อยให้ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างพวกเขาทั้งคู่ สายตาคู่คมจดจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของจินราวกับต้องการค้นหาคำตอบ
จินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นแรงจนแทบไม่ได้ยินเสียงรอบข้าง "แล้ว... แล้วพี่คิดอะไรเล่า ใครจะไปรู้ใจพี่"
"ผมคิดว่า... ผู้ชายคนนี้โคตรน่ารำคาญเลยว่ะ" ไทม์หัวเราะในลำคอเบาๆ นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับ "แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็คิดต่อว่า... ถ้าชีวิตนี้ตื่นมาแล้วไม่ต้องเจอหน้ากวนๆ แบบนี้ทุกวัน ผมคงเหงาตายชัก"
จินเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ลมหายใจสะดุดกึก สมองขาวโพลนไปหมด คำพูดธรรมดาๆ ที่ถูกถ่ายทอดออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังและสายตาที่สื่อความหมายลึกซึ้ง ทำให้คนที่ปากเก่งมาตลอดอย่างจินถึงกับใบ้กินพูดไม่ออก
"ตลอดเวลาที่ผ่านมา เราตีกัน แกล้งกัน งอนกัน หึงกันไปก็หึงกันมา จนผมมั่นใจแล้วล่ะครับจิน" ไทม์ขยับมือหนาขึ้นมาจับปอยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากของร่างบางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นอบอุ่นและทะนุถนอมจนคนถูกกระทำรู้สึกเหมือนจะละลายคาที่
"มั่นใจ... มั่นใจอะไรเล่า" จินถามเสียงสั่น ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ราวกับถูกสะกดด้วยมนต์คาถา
ไทม์ระบายยิ้มละมุน เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นที่สุดเท่าที่จินเคยเห็นมาในชีวิต รอยยิ้มที่ไม่มีความกวนประสาทเจือปน มีเพียงความจริงใจทั้งหมดที่ผู้ชายคนนี้มี
"มั่นใจว่าผมขาดเด็กบัญชีปากแจ๋วคนนี้ไม่ได้อีกแล้ว..."
ไทม์หยุดหายใจไปชั่วขณะ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของจินหยุดหมุน
"เป็นแฟนกันนะครับ, จิน"
ความเงียบสงบเข้าปกคลุมพื้นที่รอบตัวอีกครั้ง ทว่าในอกข้างซ้ายกลับดังกึกก้องไปด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวระรัวราวกับกลองชุด ไทม์รอคอยคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ แววตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังและความรักที่เอ่อล้นออกมาจนปิดไม่มิด
จินอ้าปากพะงาบๆ สมองประมวลผลไม่ทัน ภาพเหตุการณ์ต่างๆ ตั้งแต่วันแรกที่รู้จักกัน วิ่งย้อนกลับเข้ามาในหัวราวกับภาพสโลว์โมชั่น ความกวนประสาท ความใจดี ความใส่ใจแบบเนียนๆ และสายตาหึงหวงที่ไทม์แสดงออกเสมอ ทุกอย่างมันชัดเจนในตัวมันเองอยู่แล้ว
นิ้วเรียวเล็กของจินกำชายเสื้อช็อปของคนตรงแน่นโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง ใบหน้าร้อนผ่าวราวกับมีคนเอาเตาไฟมาจ่อใกล้ๆ
"พี่... พี่มันบ้า..." จินพึมพำออกมาเบาหวิว
"ครับ บ้า... บ้าคลั่งรักคุณเข้าแล้วล่ะ" ไทม์ตอบกลับหน้าตาเฉย ส่งยิ้มเจ้าเล่ห์กลับมาให้ตามฟอร์มเดิม แต่นัยน์ตายังคงจริงจังรอฟังคำตอบ
จินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อเรียกความกล้าทั้งหมดที่มี ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนพี่ตรงๆ แม้ว่าใบหน้าจะแดงก่ำจนลามไปถึงใบหูและลำคอแล้วก็ตาม
"ถ้า... ถ้ากล้าทิ้งผมไปไหนอีกนะ..." จินเว้นจังหวะ เม้มปากแน่นด้วยความเขินอายขั้นสุด ก่อนจะพึมพำเสียงเบabแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ
"...พ่อจะเอาบัญชีไปเผาพริกเผาเกลือแช่งให้หมดตระกูลเลยคอยดู... งั้นก็... เป็นแฟนกันก็ได้วะ!"
สิ้นคำพูดของจิน ไทม์ก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นห้องสมุด ก่อนที่ร่างสูงจะรวบเอวบางเข้ามาสวมกอดไว้แน่น ฝังใบหน้าลงกับไหล่ลาดด้วยความดีใจที่ปิดไม่มิด จินหน้าแดงแจ๋แต่ก็ยอมยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างนั้นตอบอย่างเก้ๆ กังๆ ท่ามกลางบรรยากาศสุดฟีลกู๊ดที่อบอุ่นหัวใจจนแทบปริ
ทว่า... ในจังหวะที่พวกเขากำลังจะผละออกจากกันด้วยรอยยิ้มหวานซึ้ง เสียงฝีเท้าหนักๆ และเสียงกุญแจกระทบกันดังแกร๊กกกรากก็ดังขึ้นที่ประตูทางเข้าห้องสมุดฝั่งตรงข้าม
"เฮ้ย! อาจารย์ฝ่ายอาคารมาตรวจตึกเว้ย! ใครยังอยู่ในนี้วะ รีบหนีเร็-"
เสียงตะโกนโหววกเหวกของแก๊งเพื่อนตัวแสบดังทะลุเข้ามา พร้อมกับร่างของไคและกรณ์ที่วิ่งหน้าตื่นพุ่งเข้ามาในโซนหนังสือ โดยมีไฟฉายส่องสว่างวาบสาดเข้ามาตรงหน้าพวกเขาพอดิบพอดี!
---
*ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและอบอุ่นหัวใจไปด้วยกันเสมอนะครับ*
— สายลมแผ่วเบา
องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 28
เป็นแฟนกันนะ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!