"ถ้าคิดจะพิมพ์มาแค่คำว่า *'ขอโทษที่กวนใจ'* แล้วลบเนี่ย... บอกไว้ก่อนเลยนะว่าผมไม่รับอ่านหรอกครับพี่ไทม์"
เสียงใสๆ ที่ติดสั่นนิดๆ ดังฝ่าความมืดสลัวภายในห้องนอนกว้างที่มีเพียงแสงไฟจากหน้าจอโทรศัพท์มือถือสาดกระทบใบหน้า จินยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะทำงาน ดวงตากลมโตที่เคยมีแววตาดื้อรั้น บัดนี้กลับแดงก่ำและมีคราบน้ำตาเปรื้อนอยู่ข้างแก้มอย่างเห็นได้ชัด เขาเพิ่งจะกดอ่านข้อความที่ถูกส่งเข้ามาในจังหวะเดียวกับที่ความวุ่นวายด้านนอกเงียบสงบลง และนั่นก็ทำให้หัวใจดวงน้อยๆ ของเด็กบัญชีปีสองเต้นระรัวจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
ไทม์ในชุดเสื้อยืดสีดำยับย่อยกับกางเกงวอร์มตัวโปรด ไม่ได้ขยับตัวหนีไปไหน ร่างสูงใหญ่ของรุ่นพี่วิศวะปีสามยืนนิ่งค้างอยู่ตรงมุมห้อง ใกล้กับชั้นวางหนังสือที่เจ้าตัวเพิ่งจะเผลอทำแฟ้มเอกสารร่วงลงพื้นจนเกิดเสียงดังโครมครามเมื่อครู่ ดวงตาคมกริบที่มักจะมีประกายความกวนประสาทและรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ประดับอยู่เสมอในยามปกติ ตอนนี้กลับฉายแววความกังวลและความเจ็บปวดลึกๆ อย่างปิดไม่มิด
มือหนาข้างหนึ่งถือโทรศัพท์มือถือค้างไว้ นิ้วโป้งยังคงลอยอยู่เหนือแป้นพิมพ์ราวกับลังเลว่าจะพิมพ์ประโยคไหนต่อดี
"พี่ไม่ได้จะส่งแค่นั้น..." ไทม์เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงแหบพร่าต่างจากทุกที ความมั่นใจที่เคยมีล่องลอยหายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความเงอะงะของนายวิศวะปากแข็งที่กำลังจะเสียฟอร์มครั้งใหญ่ในชีวิต "จิน... ฟังพี่ก่อนนะ อย่าเพิ่งทำหน้าดุใส่กันแบบนั้นเลย แค่นี้ใจพี่ก็จะหลุดออกมาอยู่แล้วครับ"
"ใครดุเล่า!" จินสวนกลับทันควันตามสัญชาตญาณความปากแจ๋ว แม้เสียงจะอู้อี้เพราะพยายามกลั้นสะอื้น "แล้วก็ไม่ต้องมาใช้มุกหยอดตอนนี้เลยนะพี่ไทม์ บรรยากาศมันไม่ได้! เมื่อกี้พี่เพิ่งจะทะเลาะกับใครมาก็ไม่รู้เสียงดังลั่นห้องนั่งเล่น แถมยัง... ฮึุก... ยังจะมาทำหน้าเหมือนคนอกหักใส่ผมอีก ผมไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์นะ!"
ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาพร้อมกับเสียงสูดจมูกเบาๆ จินเบือนหน้าหนีไปมองนอกหน้าต่างที่ฝนปรอยลงมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ หยดน้ำฝนที่เกาะอยู่บนกระจกสะท้อนภาพไฟนีออนจากตึกฝั่งตรงข้ามพร่ามัว เช่นเดียวกับความรู้สึกในใจของเขาตอนนี้ที่มันตีรวนจนแยกไม่ออกว่าอะไรคือความโกรธ อะไรคือความน้อยใจ และอะไรคือความหวั่นไหวที่สะสมมาตลอดหลายเดือนที่ต้องมาเป็นรูมเมทกับผู้ชายคนนี้
ไทม์ลอบกลืนน้ำก้อนใหญ่ลงคอ เขาทิ้งโทรศัพท์ลงบนโต๊ะข้างตัว ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้ร่างบางทีละก้าวอย่างช้าๆ ราวกับกลัวว่าถ้าเดินเร็วเกินไป อีกฝ่ายจะถอยหนีหายไปในอากาศ
"พี่ไม่ได้มองจินเป็นที่ระบายอารมณ์นะ... ไม่เคยเลย" ไทม์หยุดยืนห่างจากจินแค่เพียงเอื้อมมือถึง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายจางๆ ผสมกับกลิ่นฝนลอยเข้ามาแตะจมูก "เรื่องเมื่อกี้... คนที่โทรมาคือมีน"
ชื่อนั้นทำเอาไหล่เล็กๆ ของจินสะดุ้งเล็กน้อยโดยอัตโนมัติ
จินหันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่าย ดวงตาคู่สวยฉายแวววาวด้วยความไม่พอใจที่กลับมาพุ่งปรี๊ดอีกครั้ง "อ๋อ... แฟนเก่าพี่ไทม์สินะ คนที่โทรมาตามตื๊อไม่เลิกรา คนที่ทำให้พี่ต้องออกไปเคลียร์ข้างนอกจนดึกดื่นทุกทีสินะ แล้วมาบอกผมทำไมล่ะครับ? ไปเคลียร์กันให้จบสipครับ จะได้กลับมาหวานชื่นกันเหมือนเดิม ไม่เห็นต้องมาสนใจเด็กปากเสียอย่างผมเลยนี่!"
น้ำเสียงที่ประชดประชันนั้นเจือความน้อยใจอย่างชัดเจนจนคนฟังถึงกับอมยิ้มบางๆ ออกมาด้วยความเอ็นดูระคนโล่งใจ ทว่าไทม์ไม่มีเวลามานั่งดีใจที่เด็กมันหึง เพราะแววตาที่จินใช้มองเขาตอนนี้มันเต็มไปด้วยรอยร้าวที่เขาเป็นคนสร้างขึ้นมาเองกับมือ
"หึงเหรอครับ?" ไทม์แกล้งเอียงคอมองด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ตามนิสัยเดิม แต่สายตากลับจริงจังหยดย้อย "ฟังเสียงตัวเองสิครับ จินกำลังโวยวายเพราะหึงพี่อยู่ชัดๆ เลยนะเนี่ย"
"ใครหึง! บ้าหรือเปล่า! มโนเก่งสมเป็นเด็กวิศวะจริงๆ เลยนะพี่เนี่ย!" จินหน้าแดงแจ๋ขึ้นมาทันที ร้อนผ่าวไปจนถึงใบหู มือเล็กยกขึ้นผลอกอกแกร่งของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการกลบเกลื่อนความอาย "ถอยไปเลยนะ เหม็นกลิ่นบุหรี่... ไปเคลียร์กับแฟนเก่าให้เสร็จนู่นไป!"
ไทม์ไม่ยอมถอยแถมยังฉวยจังหวะนั้นรวบข้อมือทั้งสองข้างของจินไว้หลวมๆ ไม่ให้คนตัวเล็กหนีไปไหน ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาให้อยู่ในระดับสายตาเดียวกัน ดวงตาคมเข้มมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตที่สั่นไหวระริก
"มีนไม่ใช่แฟนเก่า... และไม่มีวันกลับไปเป็นแฟนด้วย" ไทม์พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่น ทุกพยางค์ชัดเจนแจ่มแจ้งในความเงียบ "เขาเป็นแค่น้องรหัสเก่าสมัยปีหนึ่ง ที่ดันจำเรื่องราวในอดีตผิดเพี้ยนไปเอง แล้วก็ตามมาวุ่นวายเพราะเขาเข้าใจผิดว่า... พี่เคยสัญญาอะไรบางอย่างไว้ ซึ่งพี่ไม่เคยทำแบบนั้นเลยสักนิด"
จินชะงัก ลมหายใจสะดุดไปเสี้ยววินาที ความโกรธเคืองที่เคยพุ่งพล่านเมื่อครู่เริ่มคลี่คลายลง เหลือเพียงความสงสัยที่เข้ามาแทนที่ "หมายความว่ายังไง... ที่ว่าจำผิด?"
ไทม์ถอนหายใจยาวเหยียด ยอมคลายมือออกจากข้อมือบาง เปลี่ยนเป็นยกมือขึ้นลูบกลุ่มผมนุ่มของจินเบาๆ อย่างทะนุถนอม ปฏิกิริยาที่อ่อนโยนจนเกินกว่าปกติแบบนี้ทำเอาหัวใจของจินเต้นผิดจังหวะไปหมด
"นั่งลงก่อนสิครับ ยืนคุยแบบนี้เดี๋ยวขาพับไป พี่ต้องอุ้มขึ้นเตียงอีกนะ" ไทม์แซวเบาๆ พร้อมกับดันหลังจินให้นั่งลงบนเก้าอี้ทำงาน ส่วนตัวเองก็ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งประกบตรงหน้า ไม่ยอมให้จินหลบสายตาไปไหนได้
ห้องนอนกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง มีเพียงเสียงฝนที่กระทบกระจกด้านนอกเป็นจังหวะเบาๆ
"ความรักครั้งเก่าของพี่..." ไทม์เริ่มเปิดประเด็นด้วยน้ำเสียงที่เจือความเศร้าจางๆ ชั่วขณะหนึ่ง "จินเคยสงสัยไหมล่ะครับว่าทำไมคนอย่างพี่ ถึงครองตัวเป็นโสดมานานจนเพื่อนในกลุ่มมันล้อว่าเป็นพระเอกละครไทย"
จินเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบ แต่ดวงตาคู่สวยกลับจดจ้องรอฟังอย่างตั้งใจ
"ตอนปีหนึ่ง... พี่เคยชอบคนๆ หนึ่ง เป็นคนที่สดใสมาก เป็นรอยยิ้มของพี่ในทุกๆ วันที่ต้องเจอโปรเจกต์หนักๆ ของคณะวิศวะ" ไทม์เว้นจังหวะ สายตาทอประกายอบอุ่นยามที่พูดถึงเรื่องอดีต "แต่ตอนนั้นพี่มันเด็กเกินไปครับ... ปากแข็ง ฟอร์มจัด คิดว่าความรักมันคือเรื่องของการเอาชนะกัน ไม่ยอมบอกความรู้สึกออกไปตรงๆ จนกระทั่งวันหนึ่ง... วันที่พี่คิดว่าจะสารภาพรัก เขากลับเดินจากไปพร้อมกับความเข้าใจผิดว่าพี่รำคาญเขา"
จินใจกระตุกวูบ ความรู้สึกเจ็บแปลบแปลกๆ แล่นริ้วขึ้นมาในอกโดยไม่รู้สาเหตุ ภาพของไทม์ในเวอร์ชันที่เคยเย็นชาและเข้าถึงยากในความทรงจำปีหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
"ตอนนั้นพี่เสียศูนย์ไปนานเลยล่ะครับ" ไทม์พูดต่อ น้ำเสียงเริ่มสั่นเครือเล็กน้อย "พี่คิดมาตลอดว่าความรักมันเป็นเรื่องยุ่งยาก เป็นสิ่งที่ทำให้คนเราอ่อนแอ จนกระทั่ง... มหาวิทยาลัยจัดรูมเมทให้เรามาอยู่ห้องเดียวกันเมื่อสองปีที่แล้ว"
ดวงตาคมกริบของรุ่นพี่วิศวะช้อนขึ้นมองหน้าเด็กบัญชีตรงๆ นัยน์ตาคู่นั้นสะท้อนภาพของจินที่กำลังเบิกตากว้างด้วยความตกใจ
"ตอนแรกพี่คิดว่าเด็กปีสองคนนี้คงเป็นภาระน่ารำคาญ..." ไทม์หัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาระยิบระยับขึ้นมาทันทีเมื่อนึกถึงเรื่องเก่าๆ "ทั้งขี้โวยวาย ปากเก่ง เถียงคำไม่ตกฟาก ชอบทำหน้ายุ่งใส่เวลาพี่แกล้ง... แต่รู้ไหมครับ ว่าทุกๆ วันที่กลับมาห้องแล้วเจอจินบ่นเรื่องงานกลุ่ม เรื่องอาจารย์ หรือเรื่องอาหารไม่อร่อย มันคือช่วงเวลาที่พี่มีความสุขที่สุดในรอบหลายปี"
จินรู้สึกว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ หัวใจเจ้ากรรมเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "พ... พี่ไทม์ พูดบ้าอะไรเนี่ย อยู่ๆ ก็มาหยอด..."
"พี่ไม่ได้หยอดครับ พี่กำลังพูดความจริง" ไทม์เอื้อมมือไปกุมมือเล็กๆ ของจินไว้แนบแน่น ฝ่ามืออุ่นจัดถ่ายทอดความรู้สึกทั้งหมดส่งผ่านผิวสัมผัส "มีนโทรมาวันนี้เพื่อจะทวงสัญญาบ้าบออะไรนั่นอีก และบอกว่าพี่ใจร้ายที่ทิ้งเขามาดูแลเด็กคนนี้... ซึ่งพึ่งรู้ตัวเหมือนกัน ว่าใช่... พี่เลือกที่จะทิ้งอดีตทั้งหมดไว้ข้างหลัง เพราะปัจจุบันของพี่... มันคือเด็กปากแจ๋วที่นั่งอยู่ตรงนี้ต่างหากล่ะครับ"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ คำสารภาพที่เรียบง่ายแต่จริงใจจนทะลุปรุโปร่งนั้น ทำให้หัวใจของจินที่เคยมีกำแพงหนาเตอะค่อยๆ พังทลายลงมาทีละน้อย ความรู้สึกอุ่นซ่านแผ่กระจายไปทั่วอกจนขอบตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกรอบ ไม่ใช่เพราะความเสียใจ... แต่เป็นเพราะความโล่งใจและความสุขที่ล้นปรี่
"คนบ้า..." จินพึมพำเสียงเบาหวิว หลบสายตาคมคู่นั้นด้วยความเขินอายจนทำอะไรไม่ถูก แก้มใสแดงก่ำลามไปถึงต้นคอ "พูดจาเลี่ยนเป็นบ้าเลย..."
"เขินล่ะสิครับ หน้าแดงเป็นลูกตำลึงสุกแล้วนะเราเนี่ย" ไทม์หัวเราะร่วน บรรยากาศตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความฟีลกู๊ดที่อบอวลไปทั่วห้อง
"ใครเขินไม่มี๊!" จินแหวลั่น ปัดมืออีกฝ่ายออกเบาๆ แต่ก็ไม่ได้ดึงมือกลับจริงๆ สักหน่อย "แล้ว... แล้วเรื่องมีนล่ะครับ จะเคลียร์ยังไงให้มันจบเด็ดขาด ไม่งั้นเขาก็มาวุ่นวายไม่เลิกหรอก"
"เคลียร์จบไปตั้งแต่อยู่ข้างล่างแล้วครับ" ไทม์ยิ้มมุมปาก ดวงตาฉายแววเจ้าเล่ห์ตามสไตล์เดิม "พี่บอกเขาชัดเจนแล้วว่าเราเป็นแค่คนรู้จักในอดีต และตอนนี้พี่มี 'ตัวจริง' ที่ต้องดูแล... แถมถ้าเขายังไม่เลิกยุ่ง พี่ก็จะบล็อกเบอร์ทุกช่องทางด้วย เด็ดขาดพอไหมล่ะครับคุณภรรยา... เอ๊ย! คุณรูมเมท"
จินค้อนขวับทันที "ใครรูมเมทพี่! ยังไม่ได้ตกลงเป็นอะไรกันสักหน่อย!"
"อ้าว... งั้นเหรอครับ?" ไทม์ทำหน้าเจ้าเล่ห์ แกล้งทำเป็นตกใจ "เมื่อกี้ใครนะบอกว่าหึงพี่? แล้วใครนะที่ทำหน้าจะร้องไห้ตอนที่พี่โดนตามตัว? แบบนี้เขาเรียกว่าปฏิเสธเหรอครับเนี่ย"
"พี่ไทม์! ทุบจริงๆ ด้วยนะ!" จินเงื้อมือขึ้นทำท่าจะตีแขนหนาจริงๆ แต่ไทม์กลับไวกว่า คว้าข้อมดุๆ นั้นไว้แล้วดึงร่างบางเข้าสู่อ้อมกอดอุ่นโดยไม่ทันตั้งตัว
ใบหน้าของจินแนบลงกับอกแกร่ง ได้ยินเสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นและมั่นคง อ้อมกอดที่อบอุ่นและปลอดภัยจนไม่อยากผละออกไปไหนเลย
"ขอบคุณนะจิน..." เสียงทุ้มนุ่มกระซิบแผ่วเบาอยู่ข้างใบหู "ขอบคุณที่เข้ามาในชีวิตพี่ และทำให้ห้องสี่เหลี่ยมนี้มันกลายเป็น 'บ้าน' จริงๆ สักที"
จินนิ่งงันไปชั่วขณะ หัวใจดวงน้อยพองโตจนคับอก มือเล็กๆ ที่เคยพยายามผลักไส ค่อยๆ ยกขึ้นโอบรอบเอวสอบของอีกฝ่ายไว้อย่างเงียบๆ เป็นการยอมจำนนต่อความรู้สึกของตัวเองแบบร้อยเปอร์เซ็นต์
บรรยากาศความหวานกำลังละมุนละไมได้ที่ ทว่าในจังหวะที่จินกำลังจะเงยหน้าขึ้นมาเถียงอะไรสักอย่าง เสียงเตือนข้อความไลน์จากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานของไทม์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ *ติ๊ง!*
ไทม์ขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความรำคาญใจที่ถูกขัดเวลาหวาน ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบมือถือขึ้นมาดูหน้าจอเพื่อจะปิดเสียง ทว่าพอสายตาคมกริบกวาดมองข้อความสั้นๆ ที่ปรากฏขึ้นบนหน้าจอล็อกสกรีน ร่างสูงก็ชะงักกึก รอยยิ้มอบอุ่นเมื่อครู่หายวับไปกับตา แววตาเปลี่ยนเป็นความตกใจระคนเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
จินสังเกตเห็นความผิดปกติ จึงผละออกจากอ้อมอกแล้วเงยหน้ามองด้วยความสงสัย "มีอะไรเหรอครับ ใครส่งข้อความมาดึกดื่นแบบนี้?"
ไทม์ไม่ตอบทันที นิ้วหนาเลื่อนเปิดหน้าจออ่านข้อความนั้นซ้ำอีกรอบ สีหน้าของเขาซีดเผือดลงเล็กน้อยก่อนจะพึมพำออกมาเบาๆ ด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ขนลุกซู่
*"พี่ไทม์... รีบลงมาดูที่ลานจอดรถตึก B ด่วนเลยครับ มีคนกำลังรื้อข้าวของในห้องพักของจิน... และดูเหมือนเขาจะเจอ 'กล่องพัสดุลึกลับ' ที่จินซ่อนไว้ใต้เตียงแล้ว!"*
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่แวะมาอมยิ้มและฟินไปกับความปากแข็งของเจ้าจินและพี่ไทม์นะครับ แล้วพบกันใหม่ตอนหน้าครับ!
องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 27
เคลียร์ทุกปมในใจ
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!