"ถ้ามึงยังเอามือเปื้อนชีสทอดมากดรีโมทแอร์ห้องกูอีกทีเดียว กูจะเอาเอกสารบัญชีภาษีอากรเจ็ดร้อยหน้าไปยัดใส่ปากมึงให้สำลักไขมันอิ่มตัวตายไปข้างเลยนะไอ้พี่ไทม์!"
เสียงโวยวายดังลั่นห้องรับแขกขนาดกะทัดรัด พร้อมกับร่างบางของนักศึกษาคณะบัญชีปีสองที่พุ่งตัวเข้ามาแย่งรีโมทแอร์ในมือรุ่นพี่วิศวะปีสามอย่างเอาเป็นเอาตาย จินหน้ามุ่ย คิ้วขมวดเป็นปมจนแทบจะผูกกันได้ แถมแก้มใสๆ ยังขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความโมโหปนหงุดหงิดที่สะสมมาตั้งแต่ตอนค่ำ
ไทม์หัวเราะในลำคออย่างอารมณ์ดี ร่างสูงโปร่งในชุดเสื้อกล้ามสีดำกับกางเกงวาสลีนสบายๆ เอนหลังพิงโซฟาอย่างไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด เขายกแขนข้างที่ถือชีสทอดหลบขึ้นสูงเหนือหัว เลี่ยงการปะทะของเจ้าของห้องตัวแสบที่กำลังกระโดดเหย็งๆ เหมือนแมวหงุดหงิดเวลาโดนขัดใจ
"โห จินจัง ใจเย็นก่อนครับพี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำสกปรก แค่เห็นน้องจินนั่งหน้าเครียดกับการบ้านบัญชีจนสมองจะระเบิด พี่ก็เลยหวังดีอยากหาอะไรให้เติมพลังไงเด็กดี" ไทม์แกล้งลากเสียงยาวกวนประสาท นัยน์ตาคมกริบพราวระยับด้วยความสนุกสนานยามได้เห็นคนตัวเล็กหัวฟัดหัวเหวี่ยง
"บอกว่าอย่าเรียกจินจังไงวะ! ขนลุกชะมัด แล้วกูก็บอกหลายรอบแล้วด้วยว่าชีสทอดมันกินบนเตียงไม่ได้ แล้วก็...เอาชีสออกไปห่างๆ โต๊ะคอมกูเลยนะ!" จินชี้นิ้วสั่งเสียงเขียว พยายามสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อไม่ให้เผลอหยิบแฟ้มชีทหนาเตอะฟาดหัวคนตัวสูงสักทีสองที ข้อหาหมั่นไส้รอยยิ้มมุมปากที่อีกฝ่ายชอบส่งมาประจำ
"เรียกจินจังแล้วมันทำไมครับ น่ารักจะตาย... หรือว่าเขิน?" ไทม์ขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ เจือกลิ่นบุรุษอบอุ่นลอยเข้าจมูกคนตัวเล็ก จินชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเจ้ากรรมดันเต้นผิดจังหวะขึ้นมาดื้อๆ ซะอย่างนั้น เขารีบถอยหลังกรูดจนสะโพไปชนกับขอบโต๊ะทำงานเสียงดังปึก
บรรยากาศในห้องรับแขกที่เมื่อครรลองเต็มไปด้วยเสียงโวยวายและเสียงหัวเราะ กลับเงียบกริบลงในชั่วพริบตาเดียว แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟมุมห้องสาดกระทบใบหน้าคมคายของไทม์ที่กำลังมองตรงมาด้วยสายตาความหมายลึกซึ้ง สายตาแบบที่ทำให้คนถูกมองรู้สึกเหมือนมีผีเสื้อนับร้อยตัวบินวนอยู่ในท้องอย่างไรอย่างนั้น
จินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สมองที่เคยประมวลผลตัวเลขและงบดุลได้อย่างรวดเร็ว กลับขาวโพลนว่างเปล่าชั่วขณะ มือเรียวที่กำแฟ้มเอกสารไว้แน่นสั่นระริกเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะโกรธ... แต่เป็นเพราะความรู้สึกประหลาดบางอย่างที่กำลังตีรวนอยู่ในอก
"มอง... มองอะไรเล่า ถอยไปห่างๆ เลยนะ" จินเอ่ยเสียงตะกุกตะกัก ความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่วันนี้หายไปไหนหมดก็ไม่รู้ เหลือเพียงความเก้ๆ กังๆ ที่ทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องสบตากับนัยน์ตาพราวระยับคู่นั้นในระยะประชิด
ไทม์ไม่ยอมถอยแถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนจินต้องเอี้ยวตัวหนီไปทางซ้าย แต่ทิศทางไหนก็หนีไม่พ้นอ้อมแขนที่กักตัวเขาไว้กับโต๊ะทำงาน ร่างสูงอมยิ้มบางๆ ที่มุมปาก เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังที่จงใจกระซิบข้างใบหู
"ก็มองคนปากแข็งแถวนี้แหละครับ... ปากบอกว่าเกลียด แต่ทำไมหน้าแดงทุกทีที่พี่เข้าใกล้ล่ะหึ"
คำพูดเย้าแหย่ที่แฝงความจริงจังทำเอาอุณหภูมิบนใบหน้าของจินพุ่งสูงปรี๊ดจนร้อนผ่าว จินเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความหมั่นไส้ผสมความเขินอายที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่ มือบางยกขึ้นดันอกแกร่งของคนตรงหน้าสุดแรง แต่ไทม์กลับทำตัวราวกับเป็นกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กที่ไม่ยอมขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
"ไอ้บ้าไทม์! ใครหน้าแดงกัน มึงตาฝาดแล้ว... ปล่อยเลยนะเว้ย กูจะไปนอน!"
จินโวยวายกลบเกลื่อนความประหม่า พยายามใช้ศอกดันร่างสูงออกไปให้พ้นทาง แต่จังหวะที่ไทม์แกล้งเอี้ยวตัวหลบแล้วคว้าข้อมือเขาไว้เพื่อไม่ให้หนี จินที่ทรงตัวไม่ดีจึงเซถลาเข้าไปชนแผงอกกว้างเข้าเต็มแรง สัญชาตญาณทำให้มือข้างหนึ่งของจินคว้าจับเสื้อกล้ามของอีกฝ่ายไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง... เงียบจนได้ยินเสียงหัวใจของคนทั้งคู่ที่เต้นโครมครามแข่งกันอย่างชัดเจน ไทม์นิ่งค้างไปชั่ววินาทีเมื่อคนตัวเล็กพุ่งเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดแบบไม่ได้ตั้งตัว ใบหน้าของทั้งคู่อยู่ห่างกันเพียงไม่กี่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่บนพวงแก้มใส
จินเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเงยหน้าขึ้นเพื่อต่อว่าและผลักอีกฝ่ายออก แต่ทว่า... สายตาคมกริบที่มองลงมาด้วยความอ่อนโยนและประกายความรู้สึกบางอย่างที่ไทม์ไม่เคยเปิดเผยให้ใครเห็น กลับทำให้คำพูดทั้งหมดติดอยู่แค่ลำคอ
มันเป็นสายตาที่อบอุ่น ละมุนละไม และเต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้งจนคนใจแข็งอย่างจินถึงกับสั่นสะท้านในอก ความรู้สึกบางอย่างที่พยายามปฏิเสธมาตลอดหลายสัปดาห์นับตั้งแต่ต้องมาเป็นรูมเมทกัน กำลังพังทลายลงทีละน้อยภายใต้แรงโน้มถ่วงของความใกล้ชิดนี้
สมองของจินรวนเรอย่างหนัก ความคิดตีกันยุ่งเหยิงไปหมด ทั้งความเขินอาย ความประหม่า และความหวั่นไหวที่เอ่อล้นจนทะลักขีดจำกัด และในวินาทีที่ความรู้สึกเหล่านั้นพุ่งขึ้นมาถึงขีดสุด ปากเจ้ากรรมที่มักจะสั่งการเร็วกว่าสมองเสมอ ก็เผลอหลุดพ้นคำพูดที่เก็บซ่อนไว้ออกไปโดยไม่ทันได้ยั้งคิด
"ไทม์..."
เสียงหวานเอ่ยชื่อเล่นของอีกฝ่ายออกมาแผ่วเบา ไร้ซึ่งคำนำหน้าหรือสรรพนามจิกกัดใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงน้ำเสียงสั่นพร่าที่เจือความหวั่นไหวอย่างชัดเจน หลุดลอดผ่านริมฝีปากบางออกไปในความเงียบงัน
บรรยากาศในห้องรับแขกพลันเงียบกริบลงสนิทราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ไทม์ชะงักกึก นัยน์ตาคมเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจระคนดีใจที่ได้ยินชื่อเล่นของตัวเองหลุดออกมาจากปากของคนปากแข็งเป็นครั้งแรก
จินเบิกตากว้างทันทีที่รู้ตัวว่าตัวเองพูดอะไรออกไป เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนฉ่าราวกับโดนไฟลวก มือบางรีบยกขึ้นปิดปากตัวเองแน่น ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนกทำอะไรไม่ถูก สมองประมวลผลทันทีว่า *'ชิบหายแล้ว... เผลอเรียกชื่อเล่นเฉยเลยโว้ยยย!'*
ไทม์ค่อยๆ คลี่ eยิ้มกว้างออกมา รอยยิ้มที่ไม่ได้กวนประสาทเหมือนทุกที แต่เป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและละมุนละไมจนใจคนมองแทบละลาย มือหนายื่นออกไปแตะเส้นผมนุ่มของจินอย่างเบามือ น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยกระซิบชิดริมหูด้วยความเอ็นดูระคนเจ้าเล่ห์
"เมื่อกี้เรียกพี่ว่าอะไรนะครับ... ไหนลองเรียกให้ฟังใหม่อีกทีซิครับคนดี"
จินหน้าแดงแจ๋ยิ่งกว่าเดิม หัวใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ร่างบางทำท่าจะถอยหนีแต่ข้อมือกลับถูกรวบไว้แน่นด้วยมืออุ่นของคนที่ยังคงส่งสายตาหวานเชื่อมมองมาไม่วางตา
และก่อนที่จินจะทันได้หาข้อแก้ตัวใดๆ เพื่อกู้หน้าตัวเอง... เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้นตัดบรรยากาศ พร้อมกับหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาเผยให้เห็นชื่อของ "รุ่นพี่มาร์ค" เดือนคณะวิศวะตัวอันตรายที่เคยประกาศตัวชัดเจนว่ากำลังตามจีบจิน ส่งข้อความเข้ามาว่า...
*[มาร์ค วิศวะ]: "น้องจินครับ พี่เลิกซ้อมบอลแล้วนะ เดี๋ยวแวะซื้อของโปรดไปฝากที่ห้อง..."*
ไทม์หันไปมองหน้าจอโทรศัพท์ที่สว่างขึ้น รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา นัยน์ตาคมกริบฉายแววความหึงหวงและดุดันขึ้นมาอย่างปิดไม่มิด ร่างสูงกระชับวงแขนที่โอบเอวบางไว้แน่นขึ้นโดยอัตโนมัติ พร้อมกับก้มลงกระซิบเสียงต่ำลอดไรฟันด้วยความหมั่นไส้แกมประกาศความเป็นเจ้าของ
"หึ... สงสัยคืนนี้รูมเมทอย่างพี่ต้องเคลียร์กับเด็กดื้อให้รู้เรื่องซะแล้วล่ะครับ ว่าตกลงเป็น 'จินจัง' ของใครกันแน่"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์สุดละมุนนี้ด้วยกันนะครับ
องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 7
เผลอเรียกชื่อเล่นเฉยเลย
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!