องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 8

เมื่อรูมเมทป่วย การดูแลจึงเริ่มขึ้น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกว่าไม่ต้องซื้อไงเล่า บัญชีครัวเรือนเดือนนี้จะติดลบเพราะลูกอมรสโซดาของพี่อยู่แล้วนะ!" เสียงโวยวายปนบ่นงึมงำดังขึ้นทันทีที่ประตูห้องพักเปิดออก จินสะพายกระเป๋าเป้ใบเก่งพร้อมกับหอบถุงพลาสติกใส่ยาและข้าวต้มร้อนๆ พะรุงพะรัง สภาพของเขาดูทุลักทุเลไม่น้อยเพราะต้องไขกุญแจมือเดียวท่ามกลางความมืดที่โรยตัวลงมาด้านนอกห้อง แต่พอก้าวเข้ามาข้างใน เขากลับพบว่าห้องนอนที่ควรจะครึกครื้นด้วยเสียงบ่นกวนประสาทของรูมเมทรุ่นพี่กลับเงียบสนิท ไร้เงาเจ้าของร่างสูงใหญ่ที่ปกติมักจะยืนพิงกรอบประตูแล้วเอ่ยแซวเรื่องความเร็วในการเดินกลับหอ ความเงียบผิดปกตินี้ทำให้หัวใจของคนตัวเล็กกระตุกวูบอย่างไม่มีสาเหตุ "พี่ไทม์... เลิกเล่นซ่อนหาเหอะ มุกนี้เด็กอนุบาลยังไม่เล่นเลยนะเว้ย" จินวางถุงสัมภาระลงบนโต๊ะกินข้าวเสียงดัง กวาดสายตามองไปรอบห้องรับแขกที่ว่างเปล่า ก่อนจะตัดสินใจสาวเท้ายาวๆ ไปหยุดอยู่หน้าประตูห้องนอนของอีกฝ่ายที่แง้มเอาไว้เล็กน้อย ไม่มีเสียงตอบรับ... มีเพียงเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอกว่าปกติเล็ดลอดออกมา เมื่อผลักบานประตูเข้าไป ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้จินต้องถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ไทม์ วิศวะปีสามผู้ขึ้นชื่อเรื่องความกวนประสาทและรอยยิ้มมุมปากที่ชวนให้หมัดกระตุก ตอนนี้กำลังนอนซมอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีแดงจัดจนน่าตกใจ หน้าผากมีหยดเหงื่อผุดพรายไร้ระเบียบ และที่สำคัญคือริมฝีปากแห้งผากนั่นกำลังขยับพึมพำอะไรบางอย่างที่ฟังไม่ได้ศัพท์ "ให้ตายสิ... ตัวร้อนเป็นไฟขนาดนี้ ยังจะมีหน้ามานอนยิ้มฝันหวานอะไรอีกเนี่ย" จินบ่นพึมพำด้วยความร้อนใจ แม้ปากจะบอกว่ารำคาญ แต่ขาทั้งสองข้างกลับก้าวเข้าไปใกล้เตียงนอนอย่างรวดเร็ว มือเรียวเอื้อมไปแตะหน้าผากกว้างเพื่อวัดอุณหภูมิความร้อนทันที และสัมผัสที่ได้รับก็ทำให้เขาต้องสูดปากด้วยความตกใจ "โห... ร้อนจี๋เลยนี่หว่า ไทม์! พี่ไทม์ได้ยินผมไหมเนี่ย!" จินเขย่าแขนคนป่วยเบาๆ แต่ไร้ปฏิกิริยาตอบรับ ร่างสูงยังคงนอนหายใจหอบถี่ พิษไข้คงเล่นงานจนสติหลุดไปไกลแล้วแน่ๆ ในฐานะนักศึกษาบัญชีผู้ยึดมั่นในความเป๊ะและกฎระเบียบ จินไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์จำยอมต้องสวมบทบาทพยาบาลจำเป็นให้กับรูมเมทตัวแสบคนนี้ แต่พอเห็นสภาพหมาป่าเจ้าเล่ห์กลายร่างเป็นหมาป่วยหงอยๆ หัวใจเจ้ากรรมที่เคยแข็งกระด้างก็ดันอ่อนยวบยาบลงมาดื้อๆ เสียอย่างนั้น "เออๆ ยอมแพ้ก็ได้วะ เห็นแก่ที่เป็นรูมเมทร่วมห้องหรอกนะ" จินพึมพำกับตัวเอง เดินหายเข้าห้องน้ำไปหยิบกะละมังใบเล็กและผ้าขนหนูผืนนุ่มออกมา จัดการเปิดน้ำอุ่นผสมน้ำอุณหภูมิห้องพอเหมาะ ก่อนจะกลับมานั่งลงที่ขอบเตียงอย่างระมัดระวัง บรรยากาศในห้องเงียบสงบ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเบาๆ และเสียงลมหายใจของคนป่วย จินสูดหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติ มือเรียอบิดผ้าขนหนูจนหมาดน้ำ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมไปปลดกระดุมเสื้อเชớpของอีกฝ่ายออกสองเม็ดแรก เพื่อให้เช็ดตัวได้สะดวกขึ้น แต่ทว่า... จังหวะที่ปลายนิ้วเฉียดโดนแผงอกกว้างที่มีกล้ามเนื้อแน่นตามแบบฉบับชายหนุ่มสุขภาพดี จินก็รู้สึกเหมือนมีกระแสไฟอ่อนๆ วิ่งพล่านผ่านปลายนิ้วจนต้องชักมือกลับแทบไม่ทัน "อะไรวะเนี่ย... แค่เช็ดตัว ทำไมต้องใจเต้นแรงขนาดนี้ด้วยเล่าจิน" เขาแอบด่าตัวเองในใจ พยายามสูดอากาศเข้าปอดลึกๆ แล้วเริ่มต้นภารกิจเช็ดตัวใหม่อีกครั้งอย่างระมัดระวัง ไล่จากซอกคอหนาลงมาที่ไหปลาร้า ลากผ่านแผงอกกว้าง และแขนแกร่ง ทุกสัมผัสที่ผ้าขนหนูสัมผัสผิวเนียนร้อนทำให้จินต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ใบหน้าขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู ยิ่งตอนที่เขาต้องเอื้อมมือไปเช็ดตามกรอบหน้าคมคาย ไทม์ก็ดันส่งเสียงครางอือฮึงในลำคอเบาๆ พร้อมกับเอียงใบหน้าเข้ามาซบฝ่ามือของเขาตามสัญชาตญาณความร้อน "อื้อ... เย็น..." เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบเบาๆ ริมฝีปากหยักแทบจะแนบชิดกับข้อมือของจิน ทำเอาคนฟังสะดุ้งสุดตัว ขนลุกซู่ไปทั้งร่าง "ด...เดี๋ยวสิพี่ไทม์ อย่าขยับดิ เดี๋ยวเช็ดหน้าให้เสร็จก่อน" จินพยายามดึงมือกลับ แต่คนป่วยกลับดื้อดึงกว่าที่คิด ไทม์คว้าข้อมือของเขาไว้แน่นด้วยเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ พร้อมกับลืมตาขึ้นช้าๆ เปลือกตาที่ปรือปรอยมองตรงมาที่ใบหน้าของจินด้วยแววตาหวานเชื่อมแปลกๆ แววตาคู่นั้น... ไม่มีเค้าลางความกวนประสาทเหมือนทุกที มีเพียงความเว้าวอนและความหมายลึกซึ้งบางอย่างที่ทำเอาสติของจินกระเจิงไปชั่วขณะ "จิน..." เสียงทุ้มเรียกชื่อเขาแผ่วเบา ราวกับละเมอ "อะ...อะไรเล่า ปล่อยมือก่อนเลยนะ ตัวร้อนจนเพ้อใหญ่แล้วเนี่ย เดี๋ยวผมไปเอาข้าวต้มมาให้กินแล้วกินยาจะได้นอนพัก" จินเบี่ยงสายตาหนีความวูบไหวในดวงตาคู่นั้น หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน ไทม์ไม่ยอมปล่อยมือ แต่กลับออกแรงดึงเบาๆ จนร่างโปร่งของจินเสียหลักเซถลาล้มลงไปนอนทาบอยู่บนเตียงนอนนุ่ม เคราะห์ดีที่มือข้างหนึ่งยันฟูกไว้ทัน ใบหน้าของทั้งคู่จึงห่างกันแค่คืบ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เจือกลิ่นไอความป่วยปะทะเข้าหากันจนแยกไม่ออกว่าใครเป็นไข้กันแน่ "ไม่ได้เพ้อ..." ไทม์กระซิบชิดริมฝีปาก ดวงตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของจิน "ตอนป่วย... มีเธอดูแลแบบนี้ต่อให้ไข้ขึ้นสูงกว่านี้ พี่ก็ยอมว่ะ" "พี่ไทม์! นี่พูดจาแบบนี้แสดงว่าหายป่วยแล้วใช่ไหมเนี่ย ปล่อยเลยนะ!" จินโวยวายกลบเกลื่อนความเขินที่พุ่งทะยานจนทะลุปรอท สองมือพยายามดันอกแกร่งเอาไว้ แต่ไทม์กลับใช้มืออีกข้างรวบเอวบางของเขาไว้หลวมๆ ไม่ยอมให้ขยับหนีไปไหน ระยะห่างที่ลดลงจนแทบไม่มีช่องว่างทำให้จินได้กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นไอความร้อนจากตัวของรุ่นพี่หนุ่ม บรรยากาศรอบตัวราวกับถูกบีบให้แคบลง เหลือเพียงเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นโ소งครามแข่งกันในความเงียบ จินเม้มริมฝีปากแน่น แก้มใสขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่ามะเขือเทศสุก ผิวหน้าร้อนผ่าวราวกับติดไข้ตามไปด้วย สมองตื้อตันคิดคำพูดสวนกลับไม่ถูก ปกติเคยปากแจ๋วใส่เขาไว้ตั้งเยอะ ทำไมตอนนี้ถึงได้สมองฝ่อทำอะไรไม่ถูกเอาดื้อๆ แบบนี้วะเนี่ย ในจังหวะที่จินกำลังจะอ้าปากเอ็ดตะโรเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า ไทม์ก็ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด จนปลายจมูกโด่งรั้นเกือบจะชนกัน ดวงตาคู่คมพราวระยับด้วยประกายความเจ้าเล่ห์แม้จะอยู่ในยามป่วยไข้ "ถ้าดูแลดีขนาดนี้... เปลี่ยนจากเช็ดตัวเฉยๆ มาเป็นพยาบาลส่วนตัวตลอดชีวิตเลยดีไหมครับ... คนสวย?" คำถามหน้าตายพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่ส่งมาในระยะประชิด ทำเอาสติที่เหลืออยู่ของจินขาดผึ่งลงทันที หัวใจเจ้ากรรมเต้นแรงจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก จินอ้าปากค้าง สมองรั้นๆ ประมวลผลไม่ทันกับจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวของคนป่วยปากร้ายแต่เจ้าเล่ห์คนนี้ มือเรียวที่พยายามผลักอกอีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นกำเสื้อเชิ้ตของเขาแน่นโดยไม่รู้ตัว ขณะที่สายตาสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ทอประกายจริงจังจนน่ากลัว และก่อนที่จินจะทันได้เปล่งเสียงปฏิเสธหรือด่าทออะไรออกไป เสียงแจ้งเตือนข้อความจากสมาร์ตโฟนที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ... หน้าจอเรืองแสงวาบเผยให้เห็นข้อความแจ้งเตือนจากหน้าจอหลักที่ทำเอาลมหายใจของจินสะดุดกึก ร่างทั้งร่างแข็งทื่อไปในทันที [ข้อความจาก: พี่พายน์ (รุ่นพี่คณะบริหาร)] "จินครับ พรุ่งนี้ว่างไหม พี่ซื้อตั๋วหนังไว้สองใบ สนใจไปดู-" ดวงตาของไทม์ที่พราวระยับเมื่อครู่ หรี่แคบลงทันที บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความอบอุ่นฟีลกู๊ดกลายเป็นความเย็นยะเยือกขึ้นมาในพริบตาเดียว... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์สุดละมุนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%