องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 9

พี่ไม่ได้แกล้ง พี่แค่ชอบ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"บอกมานะว่าเมื่อคืนนายไม่ได้จูบฉัน!" เสียงโวยวายดังลั่นห้องครัวขนาดกะทัดรัด พร้อมกับร่างบางของเด็กบัญชีปีสองที่พยายามจะเอาไม้พายตักข้าวฟาดหัวรุ่นพี่วิศวะปีสามอย่างเอาเป็นเอาตาย ทว่าคนโดนไล่ตีกลับยืนพิงเคาน์เตอร์ครัว ยกกาแฟดำขึ้นจิบหน้าตาเฉยแถมยังส่งยิ้มกวนประสาทมาให้อีกต่างหาก "เบาๆ หน่อยครับจิน หัวพี่จะปูดอยู่แล้วนะ นั่นไม้พายหรือกระบองเพชรเนี่ย มือหนักเป็นบ้าเลย" ไทม์หัวเราะในลำคอ ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยความขบขัน ขณะหลบหลีกอาวุธในมืออีกฝ่ายได้อย่างสบายๆ เหมือนเล่นเกมซ่อนหา "ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลยนะไอ้พี่ไทม์! เมื่อคืนตอนเมา นายสารภาพอะไรแปลกๆ ออกมาใช่ไหม ทำไมฉันถึงจำได้ลางๆ ว่านาย... นายบอกว่าชอบฉันวะ!" จินหยุดยืนหอบแฮก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงจัดด้วยความกรุ่นโกรธปนความประหม่าที่พุ่งพล่านจนหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เมื่อคืนมีงานเลี้ยงฉลองโปรเจกต์ของคณะวิศวะที่พ่วงท้ายด้วยแก๊งเพื่อนบัญชีของเขา จินยอมรับตรงๆ เลยก็ได้ว่าเขาเมาจนจำรายละเอียดแทบไม่ได้ จำได้แค่ว่าตัวเองงอแงเรื่องอะไรสักอย่าง แล้วจู่ๆ ไทม์ก็เข้ามาประชิดตัว กระซิบอะไรบางอย่างข้างหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ทำเอาสติที่แทบจะหลุดลอยอยู่แล้วพังทลายลงในพริบตา แต่วันนี้พอตื่นขึ้นมาหัวปวดตุบๆ ไทม์กลับทำตัวปกติราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังต้มโจ๊กหอมกรุ่นไว้รอท่าแถมยาแก้ปวดให้อีกต่างหาก ร้ายกาจที่สุด! "หืม? พี่เนี่ยนะสารภาพรัก" ไทม์เลิกคิ้วสูง วางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะก่อนจะสาวเท้าเข้ามาประชิดตัวคนตัวเล็กที่ยืนหน้าแดงก่ำอยู่ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนจินต้องผถะถอยหลังโดยอัตโนมัติ จนแผ่นหลังชนเข้ากับผนังห้องครัวอย่างไร้ทางหนี "พี่ไม่ได้สารภาพรักสักหน่อยครับจิน" ร่างสูงโน้มใบหน้าลงมาใกล้จนหน้าผากเกือบจะชนกัน ดวงตาคมกريบจ้องมองลึกลงไปในนัยน์ตาของคนเด็กกว่าที่กำลังสั่นไหวระริก "อ... อ้าว ก็แล้วเมื่อคืนนายพูดว่าอะไร!" จินเสียงสั่น ใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินเสียงมัน "พี่ไม่ได้บอกว่าชอบซะหน่อย..." ไทม์ลากเสียงยาวอย่างจงใจแกล้ง รอยยิ้มมุมปากยิ่งทวีความเจ้าเล่ห์จนน่าหมั่นไส้ "พี่บอกว่า... *'พี่ไม่ได้แกล้ง พี่แค่ชอบต่างหาก'* ต่างหากล่ะครับ" กึก! สมองของจินเหมือนถูกสตั๊นต์ไปชั่วขณะ ข้อความเมื่อคืนที่เลือนรางราวกับกลุ่มควัน จู่ๆ ก็พรั่งพรูย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยประโยคนี้พร้อมกับปลายนิ้วอุ่นที่เกลี่ยปอยผมออกจากหน้าผากให้เขาอย่างอ่อนโยน... มันไม่ใช่ความฝัน! ไทม์พูดประโยคบ้าๆ นั้นจริงๆ! "นะ... นายพูดบ้าอะไรเนี่ย! เมาแล้วเพ้อเจ้อใหญ่แล้ว!" จินรีบผลอกอกแกร่งออกห่างอย่างแรง ใบหน้าร้อนผ่าวลามไปถึงใบหู ร่างบางหันหลังขวับแล้วเดินดุ่มๆ จะหนีเข้าห้องนอนเพื่อสงบสติอารมณ์ที่กำลังตีรวนกันมั่วไปหมด "ใครว่าพี่เมาล่ะครับ" เสียงทุ้มตะโกนไล่หลังตามมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทรงพลัง "พี่มีสติครบถ้วนดีทุกประการ... และทุกคำที่พูดเมื่อคืน พี่ก็พูดด้วยความรู้สึกจริงๆ ไม่ได้โกหกเลยสักคำ" เท้าที่กำลังจะก้าวพ้นขอบประตูห้องนอนชะงักกึก จินยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิม หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวราวกับกลองศึก ความรู้สึกอุ่นวาบแผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่ ปากก็บอกว่าเกลียดความกวนประสาทของอีกฝ่าย แต่ทำไม... ทำไมรอยยิ้มและแววตาจริงจังเมื่อครู่ถึงได้สลักแน่นอยู่ในหัวจนสลัดไม่อציกแบบนี้วะเนี่ย! ผ่านไปเกือบสัปดาห์ ความสัมพันธ์ระหว่างรูมเมทคู่นี้ก็เข้าสู่ภาวะ "เดดแอร์" ที่เต็มไปด้วยความอึมครึมแต่ชวนจั๊กจี้หัวใจ ไทม์ยังคงทำหน้าที่รูมเมทที่ดี ซื้อขนมอร่อยๆ มาฝาก คอยเตือนเรื่องส่งงาน และแอบหยอดคำหวานใส่เป็นระยะ แต่จินเลือกที่จะหลบหน้า หลบตา และใช้โควตาอยู่ห้องเพื่อนสนิทบ่อยขึ้นเพื่อตั้งหลัก จนกระทั่งเย็นวันหนึ่ง ฝนตกกระหน่ำลงมาอย่างหนักหน่วงจนการจราจรเป็นอัมพาต จินที่ติดแหง็กอยู่คณะบัญชีไม่มีร่ม นั่งถอนหายใจยาวเหยียดมองเม็ดฝนที่โปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย ก่อนที่โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าจะสั่นครืดคราด แจ้งเตือนข้อความจากแอปพลิเคชันสีเขียวที่ส่งตรงมาจากคนที่ไม่กล้าเผชิญหน้า *(Time): เลิกเรียนยังครับ ฝนตกหนักมากนะ* *(Time): พี่เอาร่มมารับ รออยู่ใต้ตึกคณะบัญชีตรงเสาต้นที่สาม ห้ามเดินตากฝนกลับห้องเด็ดขาด เข้าใจไหมครับ* จินกัดริมฝีปากตัวเองเบาๆ มองหน้าจอแล้วลังเลอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรั้นๆ *(Jin): ไม่ต้องมาเลย! กลับไปเองได้น่า ฝนแค่นี้เปียกไม่ตายหรอก* *(Time): ดื้อจังนะครับตัวเล็ก งั้นพี่นับหนึ่งถึงสาม ถ้ายังไม่เห็นเดินมาหาพี่ตรงเสานี้ พี่จะเดินลุยฝนไปอุ้มพาดบ่าแบกกลับห้องจริงๆ ด้วยนะ* *(Jin): โรคจิต! ใครจะยอมให้นายทำแบบนั้น บ้าอำนาจชะมัด!* แม้จะบ่นกระอุบกระออน แต่สุดท้ายจินก็ยอมคว้ากระเป๋ามาคลุมหัวแล้ววิ่งฝ่าละอองฝนสาดกระเซ็นไปยังเสาต้นที่สามตามที่อีกฝ่ายบอกจนได้ ภาพของร่างสูงโปร่งในชุดนักศึกษาปีสามยืนถือร่มคันใหญ่รออยู่ท่ามกลางสายฝน พร้อมกับเสื้อผ้าที่เปียกชุ่มช่วงไหล่ข้างหนึ่งเพราะเอียงร่มมาเผื่อพื้นที่ให้เขาเต็มที่ ทำให้หัวใจที่แข็งกระด้างมาตลอดสัปดาห์อ่อนยวบลงในพริบตา "บอกให้อยู่เฉยๆ ทำไมต้องวิ่งมา เปียกหมดแล้วเนี่ย!" จินเอ็ดเบาๆ ด้วยความห่วงใยที่ถูกกลบเกลื่อนด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดตามเคย พร้อมกับยื่นทิชชูในกระเป๋าตัวเองไปซับหยดน้ำที่เกาะตามกรอบหน้าของรุ่นพี่อย่างลืมตัว ไทม์ไม่ตอบ เขายืนนิ่งปล่อยให้อีกคนเช็ดหน้าให้ด้วยแววตาพราวระยับ รอยยิ้มอ่อนโยนที่ส่งมาทำให้บรรยากาศรอบตัวรอบข้างราวกับถูกตัดขาดจากโลกภายนอก มีเพียงเสียงฝนตกกระทบพื้นและเสียงหัวใจที่เต้นรัวเป็นจังหวะเดียวกัน "เป็นห่วงพี่เหรอครับ" เสียงทุ้มกระซิบแผ่วเบาแข่งกับเสียงสายฝน "ใครเป็นห่วงนาย มโนเก่ง!" จินรีบชักมือกลับ หน้าแดงแจ๋ เสี้ยวหน้าที่เบือนหนีไปทางอื่นทำให้ไม่ทันสังเกตเห็นประกายตาเจ้าเล่ห์ที่ไทม์ซ่อนเอาไว้ "ปากแข็งจังนะ... งั้นคืนนี้เรามาเคลียร์เรื่องเมื่อสัปดาห์ก่อนให้จบดีกว่าไหมครับ ว่าตกลงแล้ว... นายจะยอมเป็นแฟนกับไอ้พี่คนนี้ที่ 'ไม่ได้แกล้งแต่ชอบจริงๆ' หรือยัง" จินหันขวับกลับมามองหน้าคนพูดทันทีด้วยความตกใจ อ้าปากค้างจะเถียงแต่คำพูดก็ติดอยู่ที่ลำคอเมื่อไทม์ก้าวเข้ามาประชิดตัว ใช้ร่มคันใหญ่บังสายตาจากผู้คนรอบข้างที่เดินผ่านไปมา แล้วก้มลงกระซิบประโยคถัดมาด้วยน้ำเสียงจริงจังที่สั่นสะท้อนถึงก้นบึ้งของหัวใจ "ถ้านายไม่ตอบ... พี่จะถือว่าตกลง และพี่จะจูบซ้ำตรงนี้จริงๆ ด้วยนะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์สุดละมุนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%