“บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าไอ้รอยแดงที่คอเพื่อนกูเนี่ย ยุงป่าดงพงไพรที่ไหนมันบินมาเจาะ หรือว่าควายตัวไหนมันมาขวิดไว้!”
เสียงแหลมสูงปรี๊ดของ ‘เต้’ เพื่อนสนิทคิดไม่ซื่อ (หมายถึงคิดจะหาเรื่องแซวตลอดเวลา) ดังลั่นห้องนอนขนาดกะทัดรัด จน ‘จิน’ ที่กำลังยืนถือแก้วน้ำอยู่เกือบทำแก้วหลุดมือร่วงลงไปแตกละเอียดบนพื้นห้อง
“มึงเงียบปากไปเลยนะไอ้เต้! ปากดีแบบนี้เดี๋ยวปัดด้วยสันตีน” จินโวยวายหน้าตาตื่น รีบยกมือขึ้นมาดึงคอเสื้อฮู้ดตัวโคร่งให้สูงขึ้นเพื่อปิดบังร่องรอยเจ้าปัญหาที่ดันโผล่มาทักทายชาวโลกในยามบ่ายที่ควรจะสงบสุข
แต่ดูเหมือนความพยายามของจินจะไร้ผล เพราะนอกจากเต้แล้ว แก๊งเพื่อนสนิทตัวแสบอย่าง ‘ปาล์ม’ และ ‘กรณ์’ ที่พากันยกโขยงมาถล่มห้องของเขาตั้งแต่วันหยุดยาว ต่างก็พากันยื่นหน้าเข้ามามุงดูราวกับกำลังไทยมุงดูอุบัติเหตุรถชนกลางแยกอโศก
“โหน้องจิน… รอยจ้ำนี่มันกว้างและลึกมากเลยว่ะ ไม่ใช่ยุงธรรมดาแน่ๆ ยุงพันธุ์นี้น่าจะดุมาก ดูดิ… มีรอยเขี้ยว เอ้ย! รอยดูดชัดเจนขนาดนี้” ปาล์มทำเสียงสูงประกอบท่าทางลูบคางวิเคราะห์ราวกับหมอผ่าตัดศพ “มึงว่าไงวะกรณ์ รอยแบบนี้น่าจะเป็นฝีมือของ… อะแฮ่ม… รูมเมทปีสามวิศวะคนนั้นป่ะวะ”
“กูไม่ได้พูดนะ แต่มึงพูด” กรณ์ยิ้มกรุ่มกริ่ม พรางเหลือบสายตาไปมองประตูห้องนอนอีกฝั่งที่ปิดสนิท “เจ้าของห้องตัวจริงเขายังไม่ออกมาเหรอวะจิน ไปทำอีท่าไหนถึงได้มีสภาพเหมือนโดนเสือขย้ำมาแบบนี้ได้เล่า”
จินอยากจะทึ้งหัวตัวเองให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยครับ ทำไมชีวิตเด็กบัญชีปีสองผู้แสนจะเรียบร้อย (ในสายตาตัวเอง) อย่างเขา ถึงต้องมาตกอยู่ในวงล้อมของแก๊งเพื่อนปากหมาพวกนี้ด้วยนะ
เหตุการณ์มันเริ่มต้นจากความซวยล้วนๆ เมื่อไทม์ รุ่นพี่วิศวะตัวแสบดันตื่นเช้ากว่าปกติแล้วเกิดอุตริอยากแกล้งเขา ด้วยการ… เออ… ฝาก ‘ร่องรอยอารยธรรม’ เอาไว้ที่ซอกคอขาวๆ นี่แหละครับ! แล้วไ ม่รู้ว่าเวรกรรมอะไรบังตา จินดันลืมหยิบเสื้อคอเต่าหรือเสื้อกันหนาวมาใส่ตอนเปิดประตูรับแก๊งเพื่อนตัวดีที่ถือวิสาสะกดรหัสห้องเข้ามาตอนสิบโมงเช้า
ผลลัพธ์ก็คือ… สภาพอย่างที่เห็นนี่แหละครับ โดนรุมสเกאะแซทยิ่งกว่าโดนสอบสวนคดีอาญา
“พวกมึงนี่นะ… ว่าว่างนักรึไง ถึงได้มานั่งจับผิดชีวิตกูเนี่ย การบ้านบัญชีต้นทุนส่งกันยัง ปรึกษากูไหม เดี๋ยวคิดค่าจองตัวชั่วโมงละห้าร้อย” จินแก้เขินด้วยการทำเสียงดุใส่ พร้อมกับโยนหมอนอิงใบโตใส่หน้าไอ้เต้ที่ยังทำหน้าทะเล้นไม่เลิก
“โอייה คุณแม่จินขา อย่าเพิ่งเกรี้ยวกราดสิครับ พวกเราแค่มาร่วมแสดงความยินดีที่เพื่อนรักพ้นวัยไร้เดียงสาต่างหากเล่า!” เต้รับหมอนไว้ได้ทันแถมยังหัวเราะคิกคักชอบใจ “ว่าแต่… พี่ไทม์ไปไหนวะ ตั้งแต่พวกกูเข้ามายังไม่เห็นหัวเลย หรือว่าเมื่อคืนจัดหนักไปหน่อย ตอนนี้เลยนอนสลบไสลฟื้นไม่ขึ้นอยู่ในห้องนอนนู่น”
“พูดมากน่า!” จินหน้าแดงแจ๋จนลามไปถึงใบหู ร้อนผ่าวราวกับโดนน้ำร้อนลวก นึกภาพตอนที่ไทม์ทำหน้ามึนแล้วเดินหายเข้าห้องไปเมื่อสิบนาทีที่แล้วแล้วอยากจะมุดแผ่นดินหนี “พี่เขาตื่นแล้ว กำลังอาบน้ำอยู่… เออ! ไม่ใช่เรื่องของพวกมึงสักหน่อย มาห้องกูมีธุระอะไรว่ามา ถ้าไม่มี ไสหัวกลับหอตัวเองไปเลยนะ!”
“โห ใจร้ายจังวะ มาเยี่ยมเพื่อนแท้ๆ ไล่เหมือนหมูเหมือนหมา” ปาล์มทำท่าเช็ดน้ำตาปลอมๆ “พวกกูแค่จะมาลากมึงไปกินชาบูกลุ่มโว้ย วันนี้วันเกิดไอ้กรณ์ มันเป็นเจ้าภาพเลี้ยง แต่มันบอกว่าต้องหนีบรูมเมทวิศวะมึงไปด้วย เพราะติดหนี้บุญคุณตอนที่พี่เขาช่วยติวฟิสิกส์ให้มันรอดตายเทอมที่แล้ว”
จินชะงักไปนิด หันไปมองหน้ากรณ์ที่พยักหน้ารับหงิกๆ
“เออ ใช่น้องจิน ช่วยสงเคราะห์พี่รหัสกู เอ้ย! รูมเมทมึง ให้ไปร่วมแจมด้วยเหอะ พี่ไทม์เขามีพระคุณกับกูนะเว้ย ถ้าไม่ได้พี่เขาช่วยสรุปสูตรให้ ป่านนี้กูคงได้ไปนั่งเรียนเคเคูกับพวกปีหนึ่งแล้ว” กรณ์ทำเสียงอ้อนวอน
ในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เสียงเปิดประตูห้องนอนฝั่งตรงข้ามก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในชุดลำลองสบายๆ เสื้อยืดสีดำสนิทขับเน้นให้ผิวขาวๆ และรูปร่างสมส่วนดูโดดเด่น เส้นผมสีเข้มยังคงเปียกชื้นเล็กน้อยจากการเพิ่งสระ หยดน้ำเกาะพราวอยู่ตามกรอบหน้าคมคายที่ส่งยิ้มมุมปากมาให้ จังหวะก้าวเดินของไทม์มีความสบายๆ แต่กลับสะกดสายตาของทุกคนในห้องให้หันไปมองเป็นตาเดียว
ให้ตายเถอะ… ผู้ชายอะไร แค่ออกมาจากห้องน้ำ ทำไมถึงได้ดูเหมือนหลุดออกมาจากปกนิตยสารแฟชั่นได้วะเนี่ย! จินแอบสบถในใจ พยายามบังคับสายตาไม่ให้มองต่ำลงไปแถวไหปลาร้าของอีกฝ่าย ที่เขารู้ดีว่ามันมีร่องรอยการต่อสู้ (ที่เขาไม่ได้สู้) หลงเหลืออยู่บ้างหรือเปล่า
“คุยอะไรกันเสียงดังไปถึงในห้องน้ำ… อ้าว สวัสดีครับน้องๆ” ไทม์ทักทายด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ รอยยิ้มเจ้าเล့ห์ปรากฏขึ้นที่มุมปากทันทีที่สายตาคมกริบกวาดมาเจอหน้าจินที่กำลังยืนหน้าแดงก่ำอยู่ “อ้อ มากันครบแก๊งเลยนี่ครับ พาจินเสียงดังใส่เหรอ ถึงได้หน้าดำหน้าแดงขนาดนั้น”
“เปล่าสักหน่อย!” จินรีบสวนกลับเสียงดังกลบเกลื่อนความเขิน “พวกมันจะชวนไปกินชาบู… แล้วก็บอกว่า… จะลากพี่ไปด้วยอะ”
“อ๋อ ชาบูเหรอครับ…” ไทม์ลากเสียงยาว นัยน์ตาสีเข้มพราวระยับราวกับจับไต๋อะไรบางอย่างได้ เขาเดินเข้ามาใกล้จินมากขึ้น จนคนตัวเล็กกว่าต้องก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติ แต่ติดที่โซฟาตัวนุ่มจนสะดุดล้มลงไปนั่งแปะอยู่บนเบาะ
ไทม์โน้มตัวลงมาใช้มือข้างหนึ่งค้ำพนักโซฟาไว้ กักตัวจินให้อยู่ในอ้อมกอดกลายๆ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมจางๆ จากสบู่เหลวที่เพิ่งใช้ “ถ้าจินชวน… พี่ไปอยู่แล้วครับ ต่อให้ต้องยกเลิกนัดทั้งหมดวันนี้เพื่อจิน พี่ก็ทำได้นะ”
*บูม!*
เสียงระเบิดดังขึ้นในหัวของจินครับ หน้าของเขาแดงแจ๋จนแทบจะกลายเป็นลูกมะเขือเทศสุกงอมอยู่แล้ว ยิ่งสายตาแซววับๆแวมๆ ของไอ้เต้และผองเพื่อนที่ส่งเสียงเชียร์ “ฮิ้ววว” ดังลั่นห้อง ยิ่งทำให้จินอยากจะเอาปี๊บคลุมหัวชะมัด
“ใครเขาชวนพี่เล่า! อย่ามามั่วซ้ำเติมนะ!” จินดันอกแกร่งออกเบาๆ แต่ไทม์กลับจับมือเขาไว้แถมยังใช้นิ้วโป้งลูบหลังมือเขาเล่นหน้าตาเฉย
“อ้าว ก็เมื่อกี้ใครน้า… บอกว่าถ้าไม่มีธุระให้ไสหัวไป แต่ถ้าไปกินชาบูกับจิน… พี่ไปแน่นอนครับ” ไทม์กระซิบเสียงต่ำแกล้งเป่าลมใส่ใบหูขาวๆ ของจินจนคนโดนแกล้งสะดุ้งเฮือก รีบหดคอหนีแทบไม่ทัน
“ไอ้พี่ไทม์! ทุเรศ! เลิกแกล้งผมสักทีเพื่อนผมมองอยู่เนี่ย!” จินโวยวายหน้าตาตื่น พยายามดึงมือตัวเองกลับแต่ไทม์ก็ไม่ยอมปล่อยแถมยังกระชับแน่นขึ้นกว่าเดิม
“โอייהๆๆ พวกเราโปร่งใสครับ มองไม่เห็นอะไรเลยจริงๆ นะมึง” เต้แกล้งทำเป็นยกมือปิดตาแต่ร่องนิ้วกว้างเท่าบ้าน “ป่ะวะพวกเรา ไปรอที่ร้านเหอะ ขืนอยู่ตรงนี้น้ำตาลในเลือดพวกกูคงพุ่งทะลุปรอทตายก่อนได้กินชาบูแน่ๆ”
“เออๆ จริง รีบไปเหอะ กูไม่อยากเป็นก้างขวางคอชิ้นมหึมา” ปาล์มกับกรณ์พากันกุลوกุจอหยิบกระเป๋าและโทรศัพท์มือถือ ทำท่าจะเดินออกจากห้องไปอย่างรู้จังหวะ
“เฮ้ย เดี๋ยวพวกมึง! จะทิ้งกูไว้กับคนฉวยโอกาสนี้เหรอ!” จินลุกพรวดขึ้นจะวิ่งตามเพื่อน แต่ไทม์ไว стью กว่า คว้าเอวบางเอาไว้แล้วดึงกลับเข้ามาแนบชิด จนแผ่นหลังของจินชนเข้ากับอกอุ่นๆ ของอีกฝ่ายเต็มแรง
“จะรีบไปไหนล่ะครับ หิวชาบูหรือว่า… อยากหนีหน้าพี่กันแน่ หื้ม?” เสียงทุ้มกระซิบชิดริมใบหู ทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว
จินเม้มปากแน่น หัวใจเต้นรัวระรัวจนกลัวว่าคนข้างหลังจะได้ยินเสียงมันตีกลองกระหน่ำ เขาเงยหน้าขึ้นมองกระจกเงาบานใหญ่ที่สะท้อนภาพเขากับไทม์ยืนซ้อนกันอยู่… ภาพที่ดูสนิทสนมเกินกว่าคำว่ารูมเมทไปไกลโข
ในจังหวะที่จินกำลังจะอ้าปากด่าแก้เขิน โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อฮู้ดของไทม์ก็สั่นครืดคราดขึ้นมา ขัดจังหวะความกวนประสาทของเจ้าตัวพอดี
ไทม์ยอมคลายอ้อมแขนออกนิดหน่อยเพื่อให้มือถือสะดวกขึ้น เขาหยิบหน้าจอขึ้นมาดูแวบหนึ่ง สีหน้าที่เคยผ่อนคลายและขี้เล่นเมื่อครู่ กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งขรึมขึ้นมาในเสี้ยววินาที จนจินสังเกตเห็นความผิดปกติ
“มีอะไรเหรอครับ?” จินถามด้วยความสงสัยโดยลืมตัว
ไทม์ไม่ได้ตอบทันที เขากดรับสายแล้วยกโทรศัพท์ขึ้นแนบหู ดวงตาคมกราบมองผ่านกระจกมาที่จินด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบกับปลายสาย
“ครับแม่… ผมยังอยู่หอ… ครับ… กำลังจะกลับบ้านสัปดาห์นี้แหละครับ”
สิ้นคำพูดนั้น… บรรยากาศแสนฟีลกู๊ด อบอุ่น และเสียงหัวเราะของแก๊งเพื่อนตัวแสบที่เพิ่งปิดประตูก็ราวกับถูกแช่แข็งลงทันที เมื่อจินเห็นเงาร่างของใครบางคนกำลังยืนรออยู่ตรงระเบียงห้องฝั่งตรงข้ามผ่านกระจกใส… ร่างของผู้หญิงวัยกลางคนในชุดหรูหราที่ส่งยิ้มเย็นชาเข้ามาในห้องของพวกเขา!
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์สุดละมุนนี้ด้วยกันนะครับ
องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 6
เพื่อนกลุ่มนี้คือตัวสร้างเรื่อง
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!