องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 5

อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"เฮ้ย! ไอ้ไทม์! มึงทำไมไม่ล็อกห้องวะ เกิดกูเปิดเข้ามาเจอตอนพวกมึงกำลัง... อั๊ยยะ! หน้าดำคร่ำเครียดกันขนาดนี้ มีเรื่องอะไรร้ายแรงเปล่าวะ" เสียงโผงผางของไอ้กรณ์ดังทะลุประตูห้องเข้ามา ก่อนที่เจ้าตัวจะพ่วงด้วยแก๊งเพื่อนตัวแสบอีกสามชีวิตเดินดุ่มๆ เข้ามาในอาณาจักรส่วนตัวของผมอย่างถือวิสาสะ เหมือนที่นี่เป็นศาลากลางหมู่บ้านยังไงยังงั้น ผม—จิน—นักศึกษาปีสองคณะบัญชีผู้รักความสงบเป็นชีวิตจิตใจ ถึงกับต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อระงับอารมณ์กรุ่นโกรธที่กำลังตีตื้นขึ้นมาที่ขมับ ให้ตายเถอะ! นี่มันวันวิบัติอะไรรosวะเนี่ย ทำไมพวกตัวป่วนถึงต้องยกพลมาถล่มห้องผมในเวลาที่สถานการณ์ระหว่างผมกับรูมเมทตัวดีมันกำลังหมิ่นเหม่ต่อความปลอดภัยทางหัวใจขนาดนี้ด้วย "ห้องกู... กูจะล็อกหรือไม่ล็อกมันก็เรื่องของกูครับไอ้กรณ์ มึงหัดมารยาทการเคาะประตูบ้างเหอะ เกิดกูใส่กางเกงในตัวเดียวเดินออกมาต้อนรับ มึงจะรับผิดชอบทางสายตายังไงวะ" ผมแหวใส่ทันที พร้อมกับปัดหน้าจอโทรศัพท์มือถือที่เด้งข้อความแจ้งเตือนจากกลุ่มไลน์ยิกๆ ออกจากสายตา "แหม... น้องจินครับ พูดจาแบบนี้หมายความว่าถ้ามึงใส่กางเกงในตัวเดียวแล้วไอ้ไทม์มันจะตาค้างว่างั้นเหอะ" ไอ้พีทเสริมขึ้นมาด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ พร้อมกับทำหน้าทำตาportedไปทางไทม์ที่ยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ครัวด้วยสีหน้านิ่งสนิท แต่ดวงตานี่สิ... มันพราวระยับเสียยิ่งกว่าแสงไฟนีออนหน้าหอพัก ไทม์ไม่พูดอะไรสักคำ เจ้าตัวแค่ยกมุมปากขึ้นนิดหน่อยในแบบที่ผมหมั่นไส้ที่สุด วิศวะปีสามคนนี้มีดีกรีเป็นถึงเดือนคณะและตัวพ่อเรื่องความกวนประสาท ยิ่งเวลาที่เขาส่งยิ้มมุมปากแบบนี้มาทีไร หัวใจเจ้ากรรมของผมมันก็มักจะเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิดทุกที "พวกมึงแห่กันมาทำไมเนี่ย ห้องกูไม่ใช่สนามเด็กเล่นนะเว้ย จะมาก็ไม่บอกล่วงหน้า" ผมบ่นอุบพร้อมกับคว้ากระเป๋าเงินบนโต๊ะมาถือไว้แก้เก้อ รู้สึกได้ถึงความร้อนผ่าวที่แล่นริ้วขึ้นมาบนพวงแก้มอย่างไม่มีสาเหตุ "ก็ไอ้ไทม์มันบอกว่ามึงงอนมันเรื่องตู้เย็นพัง พวกกูในฐานะเพื่อนผู้หวังดีต่ออนาคตชาติ เลยต้องมาเป็นกามเทพจำเป็นช่วยไกล่เกลี่ยไงครับคุณชายจิน" ไอ้กรณ์ลากเก้าอี้มานั่งไขว่ห้างทำตัวเป็นผู้พิพากษาจำเป็น ผมหันขวับไปมองหน้าไทม์ทันที "กูไม่ได้งอน! ใครเขางอนมึง มึงอย่ามาปรักปรำกูนะไอ้พี่ไทม์!" "อ้าว... ไม่ได้งอนเหรอครับ งั้นที่ทำหน้ามุ่ย ตาขวาง ปากยื่นใส่กูตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงเมื่อกี้ เขาเรียกว่าอะไรเหรอ... แสดงความรักแบบฉบับบัญชีปีสองรึเปล่า" ไทม์เอ่ยแซwด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้มชวนฟัง พร้อมกับก้าวขาช้าๆ เดินเข้ามาใกล้ผมทีละก้าว บรรยากาศรอบตัวเหมือนจะแคบลงถนัดตาเมื่อร่างสูงใหญ่ของวิศวะหนุ่มเคลื่อนตัวเข้ามาในรัศมีประชิด กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ที่ผสมผสานกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของเขาทำเอาผมเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ไอ้พวกเพื่อนตัวแสบที่นั่งอยู่ข้างหลังเริ่มส่งเสียงแซว "ฮิ้ววว" กันระงม จนผมอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียให้รู้แล้วรู้รอด "ถอยไปเลยนะมึง จะมาเดินเบียดกูทำไมเนี่ย" ผมเอามือยอกอกแกร่งของเขาไว้เบาๆ เพื่อรักษาระยะห่าง แต่ไทม์กลับไม่มีทีท่าว่าจะถอยหนีแถมยังโน้มตัวลงมาใหล่ชิดผมมากขึ้นไปอีก จนปลายจมูกของเราแทบจะชนกันถ้าผมไม่เอียงหน้าหนีเสียก่อน ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... ผมเผลอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ ดวงตาคมกริบของไทม์ไม่ได้มองไปที่เพื่อนๆ ที่กำลังส่งเสียงแซวกันลั่นห้องอีกแล้ว สายตาคู่นั้นทอดมองตรงมาที่ผม นิ่งสนิท เต็มไปด้วยความลึกซึ้งและประกายบางอย่างที่ผมไม่กล้าแม้แต่จะตีความ ไทม์จ้องมองผม... มองนานเกินไป นานเสียจนเสียงโวยวายของไอ้กรณ์และไอ้พีทค่อยๆ เงียบหายไปจากโสตประสาท เหลือเพียงเสียงหัวใจของผมเองที่เต้นโครมครามดังสะท้อนก้องอยู่ในอก มันเป็นสายตาที่อบอุ่น ละมุนละไม และเจือด้วยความเอ็นดูแบบที่ผู้ชายอกสามศอกเขาไม่มองกัน... เว้นเสียแต่ว่าผู้ชายคนนั้นจะกำลังรู้สึกอะไรบางอย่างที่มากกว่าคำว่า "เพื่อนร่วมห้อง" ความเงียบโรยตัวปกคลุมบรรยากาศรอบตัวเราชั่วขณะ เลือดในกายผมสูบฉีดแรงขึ้นจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วทั้งใบหน้า ลามเลียไปจนถึงใบหูและลำคอ ผมพยายามจะเบือนหน้าหนีเพื่อทำลายความเงียบงันที่น่าอึดอัดนี้ แต่ไทม์กลับไวกว่า เขาขยับมือข้างหนึ่งขึ้นมาแตะเบาๆ ที่พวงแก้มด้านซ้ายของผม นิ้วโป้งของเขาเกลี่ยไล้ผิวแก้มผมแผ่วเบาราวกับกำลังทะนุถนอมสิ่งของล้ำค่า "จิน..." เสียงทุ้มต่ำที่เอמהเรียกชื่อผมมันสั่นพร่าเล็กน้อย ชวนให้หัวใจยวบยาบจนแทบจะยืนไม่อยู่ "อะ... อะไรของมึงเนี่ย ถือวิสาสะอะไรวะไอ้พี่ไทม์ เพื่อนมึงมองอยู่เห็นไหม!" ผมละล่ำละลักพูดเสียงตะกุกตะกัก ความเขินอายตีรวนขึ้นมาจนสมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายแข็งทื่อ ขยับเขยื้อนไปไหนไม่ได้ราวกับถูกสะกดด้วยมนต์คาถา "อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับ..." ไทม์กระซิบแผ่วเบາ ริมฝีปากหยักยกยิ้มอ่อนโยนที่ทำเอาโลกทั้งใบของผมเอียงวูบ "เวลามึงเขิน... แล้วหน้าแดงจนลามไปถึงหูแบบนี้ มันทำให้กู..." เขากลืนคำพูดที่เหลือลงคอ แต่สายตาที่ทอดมองลงมานั้นกลับชัดเจนเสียยิ่งกว่าคำพูดใดๆ ในโลก "ฮือออ กูยอมแพ้แล้ว! พวกมึงจะหวานกันเกรงใจคนโสดในห้องนี้บ้างเหรอวะ กลับโว้ยไอ้พวกเวร ขัดจังหวะเขากำลังสวีทกันอยู่ได้!" เสียงโวยวายของไอ้กรณ์ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับเสียงฝีเท้าที่กรูเกรียวกันวิ่งออกไปนอกห้องอย่างรู้ความ ปัง! เสียงประตูปิดลงสนิท ทิ้งให้ผมยืนค้างอยู่ท่าเดิม ใกล้ชิดกับอกแกร่งของไทม์จนแทบจะหลอมละลายเป็นเนื้อเดียวกัน ผมยืนหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ขณะที่ไทม์ยังคงส่งยิ้มกวนประสาทแต่แฝงความหวานหยดมาให้ไม่ยอมเลิกรา จังหวะนั้นเอง หน้าจอโทรศัพท์มือถือของผมที่วางอยู่บนโต๊ะก็สว่างวาบขึ้นมา พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันแชทที่เด้งขึ้นมาโชว์หราบนหน้าจอ... เป็นข้อความจากไทม์ที่ส่งเข้ามาทั้งๆ ที่เขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าผมนี่เอง! *(ข้อความในแชท: "ถ้าไม่อยากให้กูจูบซ้ำสองตรงนี้... ห้ามใจเต้นแรงขนาดนั้นสิครับคนดี")* ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รีบเอื้อมมือไปจะกดลบข้อความนั้นทาสาละวน แต่ทว่า... ไทม์กลับคว้าข้อมือผมไว้แน่น รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาพร้อมกับเสียงหัวเราะในลำคอที่ดังขึ้นอย่างอารมณ์ดี ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์สุดละมุนนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%