องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 15

ใต้แสงดาวที่ระเบียงหอ

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"ถ้ามึงจะจ้องหน้ากูเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้น ไปหยิบกระป๋องเบียร์ในตู้เย็นมาเปิดดื่มให้มันจบๆ ไปเถอะครับจิน" เสียงทุ้มกวนประสาทของไทม์ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่ระเบียงหอพัก ผม—จิน—ที่กำลังนั่งกอดเข่ามองออกไปที่แสงไฟของเมืองกรุงยามค่ำคืนถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะเบนสายตาไปค้อนใส่ไอ้รุ่นพี่วิศวะปากเสียที่ยืนพิงระเบียงอยู่ข้างๆ มือหนาของมันถือแก้วพลาสติกที่มีน้ำสีเหลืองอำพันอยู่ครึ่งแก้ว ท่าทางมันดูชิลเสียจนน่าหมั่นไส้ ต่างจากผมที่ตอนนี้ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก "ใครเขามองมึงแบบนั้นกัน ไอ้พี่ไทม์! กูก็แค่... นั่งมองวิวเฉยๆ หรอก" ผมเถียงกลับเสียงแข็ง แต่ความร้อนที่พุ่งขึ้นมาบนใบหน้ามันฟ้องชัดเจนว่าผมกำลังโกหก ไทม์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะต่ำๆ ของมันทำเอาผมขนลุกซู่ไปถึงสันหลัง มันขยับตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด กลิ่นหอมจางๆ จากน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเสื้อยืดตัวโคร่งของมันปะทะเข้ากับจมูกจนผมต้องแกล้งหันหน้าหนีไปมองทางอื่น "วิวที่ไหนเขามีคนนั่งหน้าบึ้งเป็นตูดลิงแบบมึงบ้างล่ะครับ" ไทม์ก้มหน้าลงมาให้ระดับสายตาเราเท่ากัน "เป็นอะไร บอกกูมาสิ ไหนตอนเย็นยังปากแจ๋วใส่กูอยู่เลย ทำไมตอนนี้ถึงทำตัวเป็นลูกหมาหงอยไปได้" "กูไม่ได้หงอย! แล้วกูก็ไม่ได้เป็นลูกหมาด้วย เลิกพูดจาเพ้อเจ้อสักที" ผมโวยวายพร้อมกับพยายามจะลุกหนี แต่ไอ้พี่ไทม์มันก็ไวพอที่จะคว้าข้อมือผมไว้เบาๆ ไม่ได้บีบแน่นหรอกครับ แต่มันเป็นสัมผัสที่ทำให้ผม... ขยับไปไหนไม่ได้เลย "ถ้าไม่หงอย ก็แปลว่ามีเรื่องให้คิด" ไทม์กดเสียงต่ำลง ความกวนประสาทหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงแววตาจริงจังที่ผมไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก "เรื่องที่กูถามมึงไปเมื่อกี้... เรื่องที่ว่ากูเป็นอะไรสำหรับมึง... มึงยังไม่ได้ตอบกูเลยนะ" หัวใจผมกระตุกวูบ คำถามที่มันทิ้งไว้เมื่อสิบนาทีก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว 'มึงคิดยังไงกับกู' ประโยคสั้นๆ ที่เหมือนจะง่าย แต่สำหรับคนปากแข็งอย่างผม มันเหมือนการต้องไปกู้ระเบิดกลางสนามรบยังไงยังงั้น "มึงจะเอาคำตอบไปทำไมวะ พี่น้องก็ไม่ใช่ เพื่อนก็... ไม่ค่อยจะดีกันเท่าไหร่" ผมพึมพำ ตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นๆ "เพื่อนเขาไม่จูบกันหรอกนะจิน" คำพูดนิ่งๆ ของมันทำให้ผมเบิกตากว้าง หน้าที่ร้อนอยู่แล้วเหมือนจะระเบิดออกมาจริงๆ มือที่ถูกมันกุมไว้ชื้นเหงื่อไปหมด ไอ้คนบ้า! จะรื้อฟื้นเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องครัวตอนนั้นขึ้นมาทำไมวะ! "มันเป็นอุบัติเหตุ! ใครจะไปคิดว่ามึงจะเดินเข้ามาพอดีตอนกูกำลังจะทำกับข้าว!" "อุบัติเหตุที่กูเต็มใจให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีกรอบ" ไทม์ขยับเข้ามาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน ลมหายใจอุ่นๆ ของมันรินรดใบหน้าผม ความเงียบของบรรยากาศใต้แสงดาวบนระเบียงห้องดูจะบีบคั้นให้ความอดทนในใจของผมพังทลายลงทีละน้อย "มึงมัน... นิสัยไม่ดี" ผมว่าเสียงเบา มืออีกข้างกำเสื้อของมันแน่นเพื่อยึดเหนี่ยวจิตใจที่กำลังลอยคว้าง "ยอมรับว่านิสัยไม่ดี แต่ก็ดีพอที่จะทำให้อาจารย์บัญชีจอมโหดหวั่นไหวได้ไม่ใช่เหรอ" ไทม์ยิ้มมุมปาก ยิ้มที่ดูร้ายกาจแต่กลับแฝงความอบอุ่นไว้อย่างประหลาด มันใช้นิ้วโป้งลูบเบาๆ ที่หลังมือผม "ตอบกูมาเถอะน่า... ไม่ต้องกลัวว่าคำตอบของมึงจะทำลายมิตรภาพของเราหรอก เพราะตั้งแต่ที่มึงก้าวเข้ามาอยู่ในห้องนี้ มิตรภาพน่ะมันพังไปตั้งแต่วันแรกที่มึงปากแจ๋วใส่กูแล้ว" ผมหลุบตาลงมองมือตัวเอง ความกล้าหาญที่สะสมมาตลอดสองปีดูเหมือนจะถูกสูบหายไปหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาลึกๆ ที่อยากจะสารภาพออกไปให้จบๆ "ถ้ากูตอบไปแล้ว... มึงห้ามล้อกูนะ" ผมเงยหน้าขึ้น สบตาคู่นั้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ไทม์พยักหน้าช้าๆ สายตาของเขามันดูอ่อนโยนจนผมแทบละลาย "สัญญาด้วยเกียรติของวิศวะปีสามเลยครับ" ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี แล้วกำลังจะอ้าปากพูดประโยคที่เก็บงำมานาน ทว่าจู่ๆ เสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ของไทม์ที่วางอยู่บนขอบระเบียงก็ดังขึ้นแทรกกลางจังหวะที่หัวใจกำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน ไทม์ชะงักไปเล็กน้อย เขามองหน้าผมด้วยความเสียดายก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู แต่พอเขาเห็นชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอ สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที จากความอบอุ่นกลายเป็นความเคร่งเครียดที่ยากจะคาดเดา เขาเงียบไปนานผิดปกติ จนผมเริ่มรู้สึกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น "ใครโทรมาเหรอ..." ผมถามเบาๆ ไทม์ไม่ได้ตอบ แต่เขาหันมามองหน้าผม สายตาของเขาสั่นไหวเหมือนคนเพิ่งเจอเรื่องที่คาดไม่ถึง เขากดตัดสายทิ้งแล้วยัดโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปหนึ่งก้าว "จิน..." เขาเรียกชื่อผม เสียงนั้นแหบพร่าลงอย่างเห็นได้ชัด "กูว่าเราคุยกันพรุ่งนี้ดีกว่า" "ทำไม? มึงมีเรื่องอะไร" ผมถามด้วยความสับสนและใจหายวาบ "มีคนเห็นรูป... รูปที่มึงกับกูไปกินข้าวด้วยกันเมื่อวันก่อน" ไทม์เว้นจังหวะไปนิดนึง ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเฉียบ "แล้วตอนนี้... คนคนนั้นกำลังยืนรออยู่ที่หน้าหอพักเราแล้วจิน" ผมอ้าปากค้าง สมองหมุนวนด้วยความตระหนก ใครกันที่ตามมาถึงหอ? ในขณะที่บรรยากาศบนระเบียงที่เคยมีแค่เราสองคนกำลังจะหวานชื่น กลับกลายเป็นความกดดันที่พุ่งเข้าใส่จนผมแทบหายใจไม่ออก ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ปากแข็งของทั้งคู่ด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%