องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 14

ทำไมต้องหวงขนาดนั้น

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
"สรุปคือ... พี่จะนอนทับร่างผมไปถึงไหนครับพี่ไทม์ หลบไปเลยนะ ตัวหนักอย่างกับควายธนู!" เสียงโวยวายดังลั่นห้องนอนขนาดกว้างในแฟลตวิศวะทันทีที่ร่างโปร่งของจินพยายามดิ้นหนีจากน้ำหนักตัวของอีกฝ่ายที่ทาบทับลงมา ไอความร้อนจากร่างกายของรุ่นปีสามแผ่ซ่านทะลุเนื้อผ้าเสื้อยืดจนจินรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังถูกแผดเผาด้วยเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ ไทม์ไม่ได้ขยับหนีตามคำบัญชา بل ขยับใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน ดวงตาคมกริบพราวระยับด้วยรอยยิ้มเจ้าเลื้อยที่ทำเอาคนถูกคร่อมหายใจสะดุด "บ่นเก่งเป็นยายแก่เลยนะเรา ตัวก็แค่นี้ ทำไมปากดีจังวะจิน" ไทม์หัวเราะในลำคอ เสียงทุ้มต่ำนั้นสั่นพร่าอยู่ข้างใบหูจนจินต้องรีบเบือนหน้าหนีซ่อนใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงจัดด้วยความเก้อเขิน "ใครปากดี ปล่อยเลยนะ! แล้วเมื่อคืนบอกว่าจะนอนโซฟา ทำไมตื่นมาถึงมานอนบนเตียงผมได้ แถมยังกอดผมซะแน่นเหมือนหมอนข้างฝังวิญญาณอีก!" จินยิ่งโวยวายหนักขึ้นเมื่อสำเหนียกได้ว่าท่อนแขนแกร่งของวิศวะหนุ่มยังคงโอบกอดเอวบางของเขาไว้แน่นราวกับคีมเหล็ก ไทม์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แกล้งทำเป็นตีหน้ามึนก่อนจะตอบหน้าตาย "ก็หมอนข้างที่ห้องมันไม่นุ่มเท่าตัวเธอนี่นา... อีกอย่าง ใครใช้ให้ละเมอมาดึงแขนพี่ลงไปนอนกอดเองเล่า" "ผมเนี่ยนะละเมอ! พี่ไทม์! อย่ามามั่วซั่วใส่ร้ายผมนะ!" จินแทบจะกรี๊ดออกมาให้รู้แล้วรู้รอด คนหน้ามึนคนนี้มีความสามารถพิเศษในการทำให้เส้นเลือดในสมองของเขาเต้นตุบๆ ได้ตลอดเวลาจริงๆ ให้ตายสิ บรรยากาศยามสายในห้องอบอวลไปด้วยเสียงเถียงกันไปมาแบบโบ๊ะบ๊ะตามประทัดคู่กัด แม้ภายนอกจะดูเหมือนสงครามขนาดย่อม แต่ลึกๆ ในอกของจินกลับเต้นระรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก ความใกล้ชิดที่เกินเลยกว่าคำว่า "รูมเมท" หรือ "รุ่นพี่รุ่นน้อง" เริ่มกัดกินพื้นที่ความรู้สึกของเขามากขึ้นเรื่อยๆ จนน่าตกใจ จินเม้มริมฝีปากแน่น ปล่อยให้ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะเมื่อไทม์ยอมผละตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงแต่โดยดี ดวงตากลมโตมองสำรวจใบหน้าหล่อเหลาที่ตอนนี้เส้นผมยุ่งเหยิงไม่ได้ทรง แต่กลับยิ่งขับให้ดูมีเสน่ห์อย่างไร้ที่ติ คำถามที่ค้างคาอยู่ในใจมาหลายวันผุดขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เหมือนก้างปลาชิ้นใหญ่ที่กลืนก็ไม่เข้าคายก็ไม่ออก ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ร้านสะดวกซื้อวันนั้น วันที่ไทม์ปะทะคารมกับรุ่นพี่ต่างคณะที่เข้ามาจีบเขาอย่างออกนอกหน้า หรือจะเป็นตอนที่ยอมทิ้งงานโปรเจกต์สำคัญเพื่อมานั่งเฝ้าเขาไข้ขึ้นอยู่ที่ห้องพยาบาล ทุกการกระทำ ทุกสายตา และความห่วงใยเกินเบอร์ มันชวนให้คิดไกลเกินกว่าที่เพื่อนร่วมห้องเขาทำกัน "พี่ไทม์..." จินเอ่ยเรียกเสียงแผ่ว เบาเสียจนเกือบจะกลืนหายไปกับเสียงเครื่องปรับอากาศ "หืม? ว่าไงครับตัวเล็ก" ไทม์หันมามอง พร้อมกับมือหนาที่เอื้อมมาขยี้ผมซอยสั้นของจินด้วยความเอ็นดูเหมือนเช่นเคย แต่ครั้งนี้... จินไม่ได้ปัดมือออกเหมือนทุกที ดวงตาสองคู่ประสานกันนิ่ง บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนจากความสนุกสนานกลายเป็นความเงียบงันที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย จินสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีในฐานะเด็กบัญชีผู้ยึดมั่นในความถูกต้องและความชัดเจน "เรา... เป็นอะไรกันเหรอครับ" คำถามนั้นหลุดออกจากปากไปแล้ว ไทม์ชะงักกึก รอยยิ้มกวนๆ บนมุมปากจางหายไปในพริบตา แววตาคมกริบไหววับชั่วขณะก่อนจะกลับมาเรียบนิ่งตามสไตล์วิศวะปากแข็ง "ถามอะไรแปลกๆ ก็เป็นรูมเมทกันไง... หรือเธอเบื่อหน้าพี่แล้ว อยากย้ายออกเหรอ" ไทม์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง พยายามกลบเกลื่อนความประหม่าที่ฉายชัดผ่านสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่น "อย่ามาเปลี่ยนเรื่องนะพี่ไทม์!" จินขึ้นเสียงกลบเกลื่อนความใจแป้ว ความกล้าที่สะสมมาเริ่มสั่นคลอนเมื่อเห็นท่าทีบ่ายเบี่ยงนั้น "ผมไม่ได้หมายถึงเรื่องห้อง! ผมหมายถึง... สถานะของเราต่างหาก" จินกัดริมฝีปากล่าง ลุกขึ้นนั่งเผชิญหน้ากับร่างสูงตรงๆ ดวงตาคู่สวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายเพื่อค้นหาความจริง "ถ้าเราเป็นแค่รูมเมท... ทำไมเวลาผมคุยกับคนอื่นพี่ต้องทำหน้าเหมือนอยากจะกินเลือดกินเนื้อ? ทำไมต้องคอยตามรับตามส่ง คอยซื้อของโปรดมาวางไว้บนโต๊ะ หรือแม้แต่... ทำไมต้องทำดีกับผมจนผมเริ่มคิดไปไกลขนาดนี้ด้วยล่ะครับ" เสียงของจินสั่นน้อยๆ ประโยคสุดท้ายหลุดออกมาด้วยความเผลอไผล แต่มันกลับทรงพลังพอที่จะหยุดลมหายใจของคนฟังได้สนิท ไทม์นิ่งอึ้งไปโยปริยาย นัยน์ตาสีเข้มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกใจ ปนกับความรู้สึกบางอย่างที่เอ่อล้นทะลักออกมาจนเจ้าตัวปิดไว้ไม่มิด ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบแบบน่ารักน่าเอ็นดู มันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยแรงกดดันทางอารมณ์ที่รอการระเบิด ไทม์เม้มปากแน่น สันกรามคมสันขยับเกร็ง มือหนาทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นบนตัก ร่างสูงก้มหน้าลงเล็กน้อย ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่างในหัวสมองที่ตีกันยุ่งเหยิงไปหมด จินมองท่าทีนั้น หัวใจดวงน้อยกระหน่ำเต้นรัวด้วยความกลัว ความกลัวที่จะได้ยินคำปฏิเสธ ความกลัวที่กลัวว่าทั้งหมดมันเป็นแค่ความมโนไปเองของเขาคนเดียว น้ำใสๆ เริ่มคลอหน่วยที่เบ้าตา ความอับอายและน้อยใจตีรวนขึ้นมาจุกคอ "ถ้าพี่ไม่ได้คิดอะไร... ก็แค่บอกมาตรงๆ เถอะครับ ผมจะได้เลิกโง่... เลิกหวังอะไรลมๆ แล้งๆ สักที" จินแค่นหัวเราะสมเพชตัวเองเบาๆ เตรียมจะพลิตัวลงจากเตียงเพื่อหนีออกไปจากสถานการณ์น่าอายนี้ แต่ทว่า... ไวกว่าความคิด ท่อนแขนแกร่งก็พุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของจินไว้เต็มแรง รั้งร่างโปรghให้กลับเข้าสู่อ้อมกอดอย่างรวดเร็วจนจินอุทานออกมาด้วยความตกใจ "ใครบอกว่าพี่ไม่ได้คิด..." เสียงทุ้มต่ำที่ลอดไรฟันออกมานั้นแหบพร่าและจริงจังอย่างที่จินไม่เคยได้ยินมาก่อน ไทม์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคู่คมแดงก่ำเล็กน้อย เต็มไปด้วยความรู้สึกอัดอั้นที่เก็บซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากความกวนประสาทมาตลอดหลายเดือน "พี่ไม่ได้คิด... แต่พี่คิดเกินกว่าที่เธอคิดไปไกลโขแล้วต่างหาก ยัยเด็กปากแข็งเอ๊ย!" จินเบิกตากว้าง สมองประมวลผลคำพูดนั้นไม่ทัน หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมานอกอก ลมหายใจอุ่นร้อนปะทะกันจนแทบหลอมละลาย ไทม์ขยับเข้ามาประคองใบหน้าหวานของจินด้วยสองมือ สัมผัสแผ่วเบาแต่หนักแน่นเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ถักทอมานาน "ถ้ายังทำหน้าโง่ใส่พี่อีกคำเดียว... พี่จะปล้ำเธอจริงๆ ด้วยความหมั่นไส้แล้วนะจิน" ไทม์กระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ปลายนิ้วโป้งจะเกลี่ยแก้มเนียนเบาๆ ขณะที่สมองของจินกำลังขาวโพลนรับมือกับความจริงตรงหน้า เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนหัวเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะ ท่ามกลางความเงียบงัน หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมกับข้อความจากแชตกลุ่มแก๊งเพื่อนตัวแสบที่ส่งรูปแอบถ่ายของพวกเขาสองคนเมื่อคืนนี้ พร้อมกับข้อความป่วนประสาทว่า — *'อุ๊ยตายวายป่วง! ตื่นมาก็สวีตกันเลยนะพ่อคุณ คบกันวันไหนอย่าลืมเลี้ยงหมูกระทะด้วยนะเว้ย!'* ... ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมใจฟูและลุ้นไปกับความสัมพันธ์ปากแข็งของทั้งคู่ด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%