องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 24

หึงหรือโกรธกันแน่

ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
“เลิกทำตัวเป็นปลิงเกาะติดผมสักทีได้ไหมครับพี่ไทม์ ห้องก็มีกว้างตั้งเท่าไหร่ จะมานั่งหายใจรดต้นคอผมทำไมตรงนี้” ผมกดเสียงต่ำ พยายามรักษาสีหน้าให้เรียบเฉยที่สุดแม้หัวใจจะเต้นรัวจนแทบจะทะลุออกมานอกอก เมื่อไอ้พี่วิศวะตัวยักษ์ถือวิสาสะขยับเก้าอี้มานั่งเบียดจนไหล่เราชนกัน จังหวะที่ผมก้มหน้าก้มตาจดเลคเชอร์วิชาบัญชีภาษีอากรที่แสนจะน่าเบื่อ ลมหายใจอุ่นๆ ของคนข้างตัวก็ปัดผ่านใบหูผมจนขนลุกซู่ไปหมด “ก็ห้องมันกว้าง แต่มันเหงาครับ... มีคนแถวนี้ทำตัวเป็น ‘น้อนจินก้อนน้ำแข็ง’ ใส่พี่มาสามวันแล้ว พี่ก็ต้องมาละลายน้ำแข็งหน่อยสิ” ไทม์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามสไตล์ แต่มือหนากลับวางลงบนโต๊ะข้างสมุดจดของผม นิ้วเรียวยาวเคาะจังหวะเป็นทำนองเพลงเบาๆ สายตาคมกริบของคนร่างสูงเหลือบมองเสี้ยวหน้าผมอย่างไม่วางตา ผมทำเป็นเมิน พลิกหน้ากระดาษเสียงดังเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า “ละลายน้ำแข็ง? พี่ไม่ใช่เครื่องทำน้ำอุ่นนะ แล้วอีกอย่าง ผมไม่ได้เป็นน้ำแข็ง ผมแค่ไม่ว่างคุยกับคนไร้สาระ” “ไร้สาระเหรอครับ?” ไทม์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง ก่อนจะโน้มตัวเข้ามาใกล้จนสัมผัสได้ถึงกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคย “คนที่ซื้อขนมเค้กร้านโปรดมาวางไว้หน้าห้องทุกเช้า แต่โดนคนแถวนี้เอาไปทิ้งถังขยะเนี่ย เรียกว่าไร้สาระเหรอครับจิน?” ชะงักสิครับ... จังหวะนี้แหละที่ความนิ่งที่เพียรสร้างมาแทบพังทลาย ผมกัดริมฝีปากแน่น ไอ้ที่ทิ้งน่ะ เพราะผมกลัวตัวเองจะใจอ่อนไงเล่า! ถ้าขืนรับไว้ทุกวันมีหวังหัวใจผมได้ระเบิดตายก่อนเรียนจบพอดี “ก็ใครบอกให้ซื้อมาล่ะครับ ผมไม่ได้ขอ พี่ทำเอง พี่ก็ต้องรับผิดชอบความเสียดายของตัวเองไปสิ” ผมสวนกลับ ปิดสมุดเสียงดังปังแล้วลุกขึ้นเตรียมจะเดินหนีเข้าห้องนอน แต่ข้อมือกลับถูกมือหนาคว้าไว้เสียก่อน แรงดึงไม่ได้รุนแรง แต่มันแฝงไปด้วยความเว้าวอนที่ทำให้ผมใจกระตุก แรงดึงที่ทำให้ร่างของผมเซถลาไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวสูงที่ลุกขึ้นตามมาติดๆ กลิ่นอายความเป็นผู้ชายพุ่งเข้าปะทะจมูกจนผมต้องสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงสติ “จิน... ฟังพี่นะ” เสียงของไทม์เปลี่ยนไป มันไม่ใช่โทนกวนประสาทเหมือนทุกที แต่มันมีความนุ่มทุ้มและจริงจังจนผมเผลอเงยหน้าขึ้นมอง “ที่พี่ทำไปเมื่อสามวันก่อนเรื่องที่ไปส่งน้องรหัส... พี่ไม่ได้คิดอะไรจริงๆ มันคือหน้าที่ของรุ่นพี่ ถ้าจินไม่สบายใจ พี่ขอโทษครับ” “...” ผมเม้มปากแน่น ไม่ยอมตอบอะไรออกไป แม้ในใจจะเริ่มรู้สึกว่ากำแพงที่สร้างไว้มันเริ่มร้าว “ไม่ได้โกรธใช่ไหมครับ? แค่หึง... ใช่ไหม?” คำถามนั้นเหมือนลูกธนูที่พุ่งตรงเข้ากลางใจ ผมเบิกตากว้าง รีบสะบัดมือออกทันที “ใครหึงพี่! หลงตัวเองไปหรือเปล่าครับพี่ไทม์ ผมแค่... ผมแค่รำคาญ!” “เหรอครับ?” ไทม์ก้าวเข้ามาประชิดอีกก้าว คราวนี้เขาใช้มือยันกำแพงห้องไว้ข้างหนึ่ง กักขังผมไว้ในวงแขน “ถ้ารำคาญ ทำไมต้องคอยแอบมองเวลาพี่เดินผ่านหน้าคณะ ทำไมเวลาเจอพี่คุยกับคนอื่น ถึงได้ทำหน้าเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อแบบนั้นล่ะครับ หืม?” “ผมไม่ได้...” “ปากแข็งจังเลยนะจิน” ไทม์หัวเราะเบาๆ ในลำคอ สายตาเขาวาวโรจน์ด้วยความเอ็นดูที่ผสมความเจ้าเล่ห์ “รู้ไหม... เวลาจินทำหน้าบึ้งใส่พี่แบบนี้น่ะ มันน่ารักจนพี่อยากจะ... จูบให้หายปากดีเลยจริงๆ” หัวใจผมหล่นวูบลงไปที่ตาตุ่ม คำพูดจาตรงไปตรงมาแบบไม่อ้อมค้อมสไตล์วิศวะนี่มันเป็นอาวุธร้ายแรงชัดๆ! ผมถอยหลังจนแผ่นหลังชิดกับกำแพง จ้องหน้าอีกฝ่ายด้วยความประหม่าที่เก็บไว้ไม่อยู่ “พี่... พี่จะทำอะไร” “จะพิสูจน์ไงครับ ว่าที่จินบอกว่ารำคาญน่ะ... มันจริงไหม” ไทม์โน้มใบหน้าลงมาเรื่อยๆ จนปลายจมูกของเราเกือบจะแตะกัน ผมหลับตาปี๋ มือสองข้างกำชายเสื้อตัวเองไว้แน่น ลุ้นจนลมหายใจติดขัด จังหวะที่สัมผัสอุ่นๆ กำลังจะแตะลงบนริมฝีปากของผม เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของไทม์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน *ติ๊ง!* ไทม์ชะงักไปเล็กน้อย แต่เขายังไม่ถอยออกไป หันไปมองหน้าจอที่สว่างวาบขึ้นมาบนโต๊ะ เขาขมวดคิ้วนิดๆ ก่อนจะหันกลับมามองหน้าผมด้วยแววตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม สายตานั้นไม่ใช่ความหยอกล้อเหมือนเมื่อครู่ แต่มันดูเคร่งเครียดและมีความลับบางอย่างที่เขาไม่อยากให้ผมรู้ “ใครทักมาเหรอครับ?” ผมถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ เริ่มก่อตัวขึ้น ไทม์ไม่ได้ตอบ แต่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู ข้อความบนหน้าจอทำให้ใบหน้าของเขาเปลี่ยนสีไปทันที เขาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมามองผม สายตาคู่นั้นมีความลังเลอย่างเห็นได้ชัด “จิน... พี่ต้องไปแล้ว” ไทม์พูดสั้นๆ เขาปล่อยมือจากกำแพงและถอยห่างออกไปทันที ทิ้งให้ผมยืนงงอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่เคว้งคว้างกว่าเดิม “เดี๋ยว! พี่จะไปไหน!” ผมตะโกนตามหลัง แต่ไทม์ไม่แม้แต่จะหันกลับมา เขารีบคว้ากุญแจรถบนโต๊ะแล้วเดินตรงไปที่ประตูด้วยท่าทีร้อนรนผิดปกติ “พี่มีธุระด่วน... ถ้าพี่ไม่กลับมาดึก... ไม่ต้องรอพี่นะ” เสียงปิดประตูดังสนั่นทิ้งไว้เพียงความเงียบงันในห้อง ผมทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา ความโกรธที่เคยมีมลายหายไป เหลือเพียงความกังวลใจที่แล่นเข้ามาเกาะกินหัวใจจนน่าหงุดหงิด ข้อความในโทรศัพท์นั้นคืออะไรกันแน่ ทำไมต้องทำหน้าเครียดขนาดนั้น ผมตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมา เปิดแอปพลิเคชันแชตที่ค้างไว้กับกลุ่มเพื่อนตัวแสบ นิ้วสั่นๆ พิมพ์ถามเพื่อนในกลุ่มทันที [จิน: พวกมึง... พี่ไทม์เขามีเรื่องอะไรปิดบังอยู่หรือเปล่า?] ทันทีที่กดส่ง ข้อความตอบกลับจากเพื่อนคนหนึ่งก็เด้งขึ้นมาทันทีจนผมต้องเบิกตากว้าง [ไอ้ปืน: อ้าว... จิน มึงยังไม่รู้เหรอ? ก็ ‘แฟนเก่า’ ที่เป็นดาราดังคนนั้นของพี่ไทม์ เพิ่งโพสต์รูปคู่ในสตอรี่... แถมยังแท็กหาพี่ไทม์ด้วยนะมึง!] หัวใจผมกระตุกวูบ รูปคู่ที่ผมเห็นในสตอรี่ที่เพื่อนส่งมาให้ดู มันไม่ใช่รูปเก่า แต่มันคือรูปที่เพิ่งถ่ายเมื่อครู่นี้... และที่สำคัญที่สุด ฉากหลังในรูปนั้นคือหน้าหอพักของผมเอง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางมากับความสัมพันธ์ที่ค่อยๆ ผลิบานและเริ่มซับซ้อนขึ้นในบทนี้ด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%