"บอกว่าอย่าใช้มือปลาหมึกไงเล่าพี่ไทม์! ถอยไปเลยนะ!"
เสียงโวยวายแว้ดๆ ของจินดังลั่นห้องซ้อมกระจกใสของชมรมดนตรีจนแทบจะกลบเสียงดนตรีบีทฮิปฮอปที่เปิดคลออยู่ ร่างบางในชุดเสื้อฮู้ดโอเวอร์ไซส์สีครีมกระโดดโหยงถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าขาวเนียนขึ้นสีแดงก่ำด้วยความโมโห (ปนความเขินที่เจ้าตัวพยายามซ่อนสุดฤทธิ์) ดวงตากลมโตถลึงมองคนตัวสูงกว่าที่ยืนยิ้มกริ่มอย่างไม่สะทกสะท้าน
ไทม์ รุ่นพี่วิศวะปีสามเจ้าของส่วนสูงร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร หัวเราะในลำคอเบาๆ อย่างอารมณ์ดี เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นระดับหัวไหล่ ทำทีเป็นยอมแพ้ แต่สายตาเจ้าเล่ห์คู่นั้นกลับกวาดมองสำรวจคนตัวเล็กตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยความเอ็นดู
"ไทม์ไม่ได้เป็นปลาหมึกสักหน่อยจิน... หนวดมันมีตั้งแปดอัน แต่นี่พี่มีแค่สองมือเองนะ" ไทม์ลากเสียงกวนประสาท พลางก้าวเท้าเข้ามาประชิดตัวทีละนิด "แล้วอีกอย่าง เมื่อกี้ท่าล็อกเอวตอนจบเพลงมันบังคับต่างหากเล่า ถ้ามือพี่ไม่โอบเอวเราไว้ จินก็ก้นจ้ำเบ้ากระแทกพื้นไปแล้วสิครับ... นี่พี่หวังดีหรอกนะเนี่ย"
"หวังดีกับผีสี! หวังแต๊ะเนื้อแต๊ะตัวสิไม่ว่า!" จินหน้ามุ่ย ยื่นมือไปผลักอกแกร่งของอีกฝ่ายเต็มแรง แต่ไทม์กลับทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อน แถมยังแกล้งเซถอยหลังไปตามแรงผลักแบบเกินจริงเสียอีก รอยยิ้มมุมปากของรุ่นพี่ตัวร้ายทำให้หัวใจดวงน้อยในอกข้างซ้ายของจินเต้นผิดจังหวะจนน่าหงุดหงิด
ให้ตายเถอะ... ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงได้อันตรายต่อสุขภาพจิต (และสุขภาพหัวใจ) ขนาดนี้วะเนี่ย!
ย้อนกลับไปเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ทั้งคู่ได้รับมอบหมายให้เป็นตัวแทนสาขาขึ้นแสดงในงานคืนสู่เยอรมันของมหาวิทยาลัย และเนื่องจากจินเป็นเด็กบัญชีหน้าตายผู้มีทักษะการเต้นติดลบ (ในขณะที่ไทม์ดีกรีอดีตประธานชมรมเชียร์ลีดเดอร์) หน้าที่ "คุณครูจำเป็น" จึงตกเป็นของรูมเมทตัวแสบโดยปริยาย
แต่ปัญหาคือ... การสอนเต้นของไทม์มันไม่เคยปกติเลยสักครั้ง!
ทุกครั้งที่ต้องจับจังหวะ ไทม์มักจะหาจังหวะเนียนเกยคางไว้บนลาดไหล่บาง ลากปลายนิ้วอุ่นผ่านเอวคอด หรือไม่ก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดข้างแก้ม แกล้งทำเป็นกระซิบสอนท่าทาง แต่ความจริงคือการฉวยโอกาสชัดๆ!
"เลิกมองหน้าพี่แบบนั้นเลย หน้าเราจะงอเป็นปลาทูแม่กลองอยู่แล้วนะตัวเล็ก" ไทม์หัวเราะร่วน เดินเข้ามาใกล้จนจินต้องถอยหลังไปชนกับกระจกใสเย็นเฉียบ "เหนื่อยขนาดนี้แล้ว... พักก่อนไหมครับ เดี๋ยวพี่ไปกดน้ำหวานมาให้"
"ไม่ต้องเลย! ผมไม่ได้เหนื่อยเพราะเต้น แต่เหนื่อยเพราะต้องมาคอยระวังมือปลาหมึกของพี่นี่แหละ!" จินเชิดหน้าขึ้นเถียง แม้ว่าใบหูสีแดงจัดจะทรยศคำพูดของตัวเองไปไกลลิบแล้วก็ตาม "ถอยไปเลยนะ จะเดินไปหยิบกระเป๋า กลับห้อง!"
"อ้าว จะรีบกลับไปไหนล่ะครับ อยู่ซ้อมต่ออีกหน่อยสิ เพลงสุดท้ายยังไม่ได้เก็บรายละเอียดเลยนะ" ไทม์แกล้งทำเป็นตีหน้าเศร้า แต่แววตาระยิบระยับนั่นฟ้องชัดเจนว่ากำลังสนุกกับการแกล้งเด็กซึนคนนี้แค่ไหน ร่างสูงก้าวเข้ามาบล็อกทางหนing ใช้แขนแกร่งยันกระจกไว้ทั้งสองข้าง กักตัวจินให้อยู่ในอ้อมกอดโดยปริยาย
กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นเหงื่อจางๆ จากการออกกำลังกายลอยเข้าแตะจมูก ยิ่งทำให้พื้นที่รอบตัวแคบลงไปถนัดตา จินกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเต้นโครมครามจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยินมัน
"พี่... พี่ไทม์ ถอยไปห่างๆ เลยนะ ตรงนี้มันที่สาธารณะนะเว้ย!" จินพยายามดันอกอีกฝ่ายอีกครั้ง แต่คราวนี้ไทม์ไม่ขยับเลยแม้แต่น้อย แถมยังโน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้น จนระยะห่างเหลือแค่คืบเดียว
ดวงตาคมกริบของวิศวะหนุ่มมองลึกลดเข้าไปในดวงตากลมโต รอยยิ้มกวนประสาทเมื่อครู่จางหายไป แทนที่ด้วยแววตาจริงจังที่ทำเอาสติของจินกระเจิงไปชั่วขณะ
"ที่สาธารณะเหรอ... แต่ตรงนี้ไม่มีใครสักหน่อยนะจิน" เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลเอ่ยกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู "มีแค่เราสองคน... แล้วก็หัวใจของจินที่กำลังเต้นดังซะจนพี่กลัวว่ามันจะทะลุออกมาข้างนอกแล้วนะ"
"บ้า... ใครหัวใจเต้นแรงกัน! พี่มั่วละ!" จินรีบปฏิเสธเสียงสูง หน้าตาตื่นลาน มือไม้ปัดป่ายไปทั่วเพื่อหาทางหนีทีไล่ แต่ยิ่งดิ้นก็ยิ่งเหมือนเอาตัวเข้าไปใกล้กับอีกฝ่ายมากขึ้นไปอีก
ภาพสะท้อนในกระจกใสเผยให้เห็นภาพของเด็กหนุ่มตัวเล็กที่ถูกรุ่นพี่ร่างสูงโอบล้อมไว้ทั้งหมด บรรยากาศรอบตัวอวลไปด้วยความหวานละมุนที่ผสมผสานกับความกวนประสาทตามสไตล์ของไทม์ ชนิดที่ต่อให้จินอยากจะโวยวายต่อแค่ไหน ริมฝีปากเจ้ากรรมก็ดันเม้มแน่นจนพูดไม่ออก
"ปากแข็งชะมัด..." ไทม์พึมพำเบาๆ รอยยิ้มอบอุ่นระบายอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา "แต่ไม่เป็นไร... พี่มีวิธีทำให้คนปากแข็งยอมจำนนหลายวิธีเลยล่ะ"
พูดจบ ไทม์ก็แกล้งทำท่าจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนจินต้องหลับตาปี๋เตรียมรับมือ (หรือเตรียมโวยวายรอบใหม่) แต่ทว่า—
*ครืนนน...*
เสียงประตูห้องซ้อมถูกเลื่อนเปิดออกกะทันหัน พร้อมกับเสียงแซวของแก๊งเพื่อนตัวแสบที่ดังแทรกเข้ามาทำลายบรรยากาศสีชมพูทันที
"อุ๊ย! ขอโทษทีโว้ย นึกว่าห้องว่าง! พวกกูไม่ได้ตั้งใจมาขัดจังหวะเลิฟซีนตอนดึกหรอกนะเว้ย ฮ่าๆๆๆ!"
เสียงของไอ้กันต์และไอ้หมอกดังประสานกันอย่างรู้หน้าที่ ตามด้วยเสียงหัวingคิกคักของมินที่ยืนปิดตาแต่แอบส่องง่ามนิ้วมองอยู่ข้างหลัง จินเบิกตากว้าง รีบผลักไทม์ออกสุดแรงเกิดจนร่างสูงเซถอยหลังไปหลายก้าว ใบหน้าขาวใสแดงแจ๋จนลามไปถึงต้นคอ
ไทม์หันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิทตัวดีที่เข้ามาขัดจังหวะสำคัญพอดี "พวกมึงนี่นะ! มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง เดี๋ยวพ่อก็ไล่เตะโด่งออกไปซะหรอก!"
"โหย ไทม์ เพื่อนอุสส่าห์เอาน้ำมาส่ง เป็นห่วงกลัวลมเพชรหึงจะครอบงำทำร้ายน้องจินซะก่อน ดูกดิ หน้าแดงแจ๋เลย เขินพี่เขาอะดิเราอ่ะ!" กันต์ลอยหน้าลอยตาแซو พร้อมกับชูถุงชานมไข่มุกในมือขึ้นยั่ว
จินรีบคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นสะพายหลัง แก้เขินด้วยการเดินหนีผ่านหน้าแก๊งเพื่อนตัวแสบไปทันที "ใครเขิน! บ้าบอ! กลับห้องโว้ย ไม่ซ้อมมันแล้ว!"
"อ่าว จิน! รอพี่ด้วยสิครับตัวเล็ก!" ไทม์ตะโกนไล่หลัง รอยยิ้มกว้างปรากฏขึ้นบนใบหน้าอย่างอารมณ์ดี เขารีบคว้าเสื้อแจ็คเก็ตแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามร่างบางที่จ้ำอ้าวหนีไปลิบๆ ท่ามกลางเสียงแซวฮาเฮของเพื่อนๆ ที่ดังไล่หลังมาตลอดทาง
ระหว่างทางเดินกลับหอพักลมเย็นยามค่ำคืนพัดผ่านเบาๆ จินเดินก้มหน้าหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่คนเดียวโดยมีไทม์เดินฮัมเพลงตามหลังมาติดๆ ระยะห่างระหว่างกันค่อยๆ ลดลงจนไหล่ชนกันโดยไม่รู้ตัว
จินเหลือบมองเงสะท้อนของอีกฝ่ายบนกระจกข้างทาง ความรู้สึกอุ่นวาบแปลกๆ แผ่ซ่านเข้ามาในอกอย่างห้ามไม่อยู่... ปากก็บอกว่าเกลียดความกวนประสาทของหมอนี่ แต่ทำไมหัวใจเจ้ากรรมถึงได้เผลอเต้นแรงทุกทีที่เข้าใกล้ล่ะวะเนี่ย?
ในขณะที่ทั้งคู่กำลังเดินเลี้ยวเข้าสู่โซนตึกพักของหอพักนักศึกษา มือถือในกระเป๋าเสื้อของไทม์ก็สั่นครืดขึ้นมาพร้อมกับเสียงแจ้งเตือนข้อความแชท ไทม์หยิบขึ้นมาดูแวบหนึ่ง ก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะหายไปจากใบหน้าทันที แววตาคมกริบเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและจริงจังขึ้นมาในเสี้ยววินาที
จินที่สังเกตเห็นความผิดปกติหันไปมองหน้าอีกฝ่ายอย่างงุนงง "เป็นอะไรวะพี่ หน้าเครียดเชียว ใครทักมา?"
ไทม์เงยหน้าขึ้นสบตาจิน ชั่วขณะหนึ่งมีความลังเลฉายชัดอยู่ในแววตานั้น ก่อนที่เขาจะเก็บมือถือใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเอ่ยเสียงเรียบ
"ไม่มีอะไร... แค่เรื่องงานที่คณะนิดหน่อย" ไทม์เว้นวรรคไปนิดหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือมาคว้าข้อมือเล็กของจินไว้หลวมๆ แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่แปลกไปจากเดิม "จิน... ถ้าสมมติว่า... มีเรื่องบางอย่างที่พี่ปิดบังเราอยู่ ตั้งแต่วันแรกที่เราเจอกัน... จินจะโกรธพี่ไหม?"
คำถามนั้นทำให้จินชะงักกึก หัวใจที่เคยเต้นระรัวเพราะความเขินเมื่อครู่ กลับกระตุกวูบลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความสังหรณ์ใจประหลาด
— ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจฟูไปกับความสัมพันธ์สุดละมุนนี้ด้วยกันนะครับ — สายลมแผ่วเบา
องศารักร้ายละลายใจวิศวะ•ตอนที่ 11
มือปลาหมึกนั่นน่ะเอาออกไป!
ผลงานโดย สายลมแผ่วเบา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (สายลมแผ่วเบา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง องศารักร้ายละลายใจวิศวะ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!