“ถ้ามึงจะเล่นให้มือสั่นขนาดนี้ ก็วางกีตาร์แล้วไปนั่งร้องไห้หลังเวทีไปเลยไปไอ้โซ่!”
เสียงของโต้ง มือกลองตัวดีดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันหลังม่านเวทีขนาดใหญ่ในหอประชุมมหาวิทยาลัย ผมสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะมองดูปลายนิ้วที่สั่นเทาของตัวเองที่กดลงบนคอร์ด F major อย่างไม่มั่นคงนัก พายยืนอยู่ข้างผม เธอไม่ได้พูดอะไร แต่สัมผัสอบอุ่นจากมือเล็กๆ ที่วางลงบนไหล่ผมนั้นดูจะทรงพลังกว่าคำปลอบโยนใดๆ ในโลก
“ผม... ผมแค่รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาตลอดเลยพาย” ผมกระซิบ เสียงของผมแหบพร่า “สายตาที่ไม่ได้มาเพื่อชื่นชม แต่มาเพื่อรอเวลาที่ผมจะทำพลาด”
พายขยับเข้ามาใกล้ ดวงตาคู่สวยของเธอมองลึกเข้ามาในดวงตาผม “ถ้าพ่อคุณอยู่ตรงนั้นจริงๆ โซ่... คุณจะเล่นเพื่อพิสูจน์ให้เขาเห็นว่าเขาคิดผิด หรือคุณจะเล่นเพื่อพิสูจน์ให้หัวใจตัวเองเห็นว่าคุณเลือกทางถูกกันแน่?”
คำถามนั้นกระแทกเข้ากลางใจผมอย่างจัง ในขณะที่เสียงพิธีกรประกาศชื่อวงของเราดังขึ้น
ผมสูดลมหายใจเข้าลึก กลิ่นอายของเวที กลิ่นยางสนบนสายกีตาร์ และความตื่นเต้นที่เต้นเร่าอยู่ในกระแสเลือดคือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตผมมาตลอด ผมเลือกที่จะก้าวออกไปภายใต้แสงไฟที่สาดส่องจนตาพร่ามัว แต่ทว่า... ท่ามกลางผู้ชมหลายร้อยชีวิต สายตาของผมกลับพุ่งตรงไปที่มุมมืดแถวหลังสุดของหอประชุม
ร่างของชายวัยกลางคนที่ดูเคร่งขรึมในชุดสูทสีเข้ม—พ่อของผม—เขานั่งกอดอกนิ่งสนิทราวกับรูปปั้น ความเย็นเยียบแล่นผ่านสันหลังผมไปชั่วขณะ แต่ทว่าในวินาทีที่ผมดีดคอร์ดแรกออกไป เสียงดนตรีที่ไหลออกมาจากตัวโน้ตเหล่านั้นกลับไม่ใช่ความกลัว แต่มันคือการสารภาพ
ผมเริ่มร้องเพลงที่พายกับผมช่วยกันแต่งขึ้น เนื้อหาที่ถ่ายทอดความขัดแย้ง ความฝัน และการค้นหาตัวตนที่แท้จริง พายร้องประสานเสียงด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลแต่บาดลึก เสียงของเธอเป็นเหมือนจังหวะหัวใจที่ประคองให้ผมกล้าที่จะเปิดเผยตัวตนผ่านท่วงทำนอง ผมปล่อยใจไปกับเสียงดนตรี ไม่สนใจอีกต่อไปว่าใครจะมองอย่างไร ผมหลับตาลง พริ้มรับความรู้สึกเหล่านั้น รอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขจากการได้เล่นดนตรีที่รักผุดขึ้นบนใบหน้าโดยไม่ตั้งใจ
ผมเห็นตัวเองในวัยเด็กที่ชอบเคาะโต๊ะเป็นจังหวะ และเห็นภาพตัวเองในวันนี้ที่ได้กอดกีตาร์คู่ใจไว้แนบอก ในจังหวะที่ดนตรีพีคถึงขีดสุด ผมลืมตาขึ้นมองไปยังมุมมืดนั้นอีกครั้ง
ความเย็นเยียบในใจมลายหายไปสิ้น เมื่อผมเห็นมือข้างหนึ่งของพ่อที่เคยกอดอกแน่น... ตอนนี้มันคลายออก วางอยู่บนตัก และสิ่งที่ทำให้ผมแทบหยุดหายใจไม่ใช่ความโกรธเกรี้ยว แต่มันคือมุมปากของชายที่ขึ้นชื่อว่าเข้มงวดที่สุดในชีวิตผมที่กำลังยกขึ้นเล็กน้อย... รอยยิ้มบางๆ ที่ผมไม่ได้เห็นมานานนับสิบปี
การแสดงจบลงพร้อมเสียงปรบมือที่กึกก้องไปทั่วหอประชุม แต่สำหรับผม เสียงเหล่านั้นกลับเบาบางลงเมื่อเทียบกับเสียงหัวใจที่เต้นรัวด้วยความอิ่มเอมใจ ผมรีบวางกีตาร์แล้วกวาดสายตามองไปที่แถวหลังสุด ทว่าที่นั่งตรงนั้นกลับว่างเปล่าเหลือเพียงความว่างเปล่าราวกับว่าสิ่งนั้นเป็นเพียงภาพหลอน
“โซ่... คุณทำได้ดีมากนะ” พายกระซิบข้างหู ผมหันไปหาเธอ กำลังจะตอบ แต่โต้งก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขัดจังหวะ
“ไอ้โซ่! มีคนฝากนี่มาให้มึงว่ะ!” โต้งส่งซองจดหมายสีครีมเรียบหรูให้ผม บนหน้าซองเขียนด้วยลายมือที่ผมจำได้ขึ้นใจว่า ‘แด่ ธนภัทร’
มือของผมสั่นอีกครั้งไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นที่ยากจะบรรยาย ผมค่อยๆ ฉีกซองออก บัตรคอนเสิร์ตวงดนตรีคลาสสิกชื่อดังที่ผมเคยอ้อนวอนขอให้พ่อพาไปดูเมื่อตอนสิบขวบแนบมาพร้อมกับโน้ตสั้นๆ ที่เขียนว่า
‘ดนตรีของลูก... ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่พ่อคิด โดยเฉพาะตอนที่ลูกยิ้มออกมาจากใจ’
ความรู้สึกตื้นตันตีตื้นขึ้นมาจนขอบตาผมร้อนผ่าว นี่คือ Aha! Moment ที่เปลี่ยนทุกความเจ็บปวดในอดีตให้กลายเป็นแรงผลักดันมหาศาล แต่ทว่า... เมื่อผมเงยหน้าขึ้นจากกระดาษแผ่นนั้น สายตาผมกลับไปปะทะเข้ากับเงาร่างหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงทางออกหลังเวที
คนคนนั้นไม่ใช่พ่อของผม แต่เป็นมีน... แฟนเก่าที่เดินตรงเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูไม่น่าไว้วางใจ และในมือของเธอกำลังถือโทรศัพท์ที่เปิดบันทึกวิดีโอการแสดงของผมไว้พร้อมกับแคปชั่นบนหน้าจอที่ทำให้เลือดในกายผมเย็นเยียบไปถึงกระดูก
"โซ่คะ... เพลงเพราะดีนะ แต่จะดีกว่านี้ถ้าคลิปนี้หลุดออกไปให้คนทั้งคณะเห็นว่า 'มือกีตาร์อัจฉริยะ' ที่จริงแล้วเขามีปมเรื่องครอบครัวจนเสียอาการขนาดไหน!"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามกันมาจนถึงช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดของชีวิตโซ่ครับ
เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 18
Aha! Moment ของครอบครัว
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!