“ถ้านายยังไม่หยุดสั่นแบบนี้ ฉันเกรงว่ากีตาร์ตัวนี้จะพังก่อนที่นายจะได้เล่นเพลงจบเสียอีกนะโซ่”
เสียงของพายไม่ได้อ่อนหวานเหมือนทุกครั้ง แต่มันหนักแน่นและเด็ดขาดพอจะดึงสติคนที่กำลังกำคอซองกีตาร์จนเส้นเลือดปูดโปนให้กลับมาอยู่กับปัจจุบัน
โซ่ปล่อยมือจากคอกีตาร์ เขาหอบหายใจถี่ สายฝนที่กระหน่ำซัดสาดกระทบหลังคาห้องซ้อมดนตรีเก่าๆ ท้ายมหาวิทยาลัยกลบเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเขาจนเกือบหมดสิ้น ในมือถือโทรศัพท์ที่เพิ่งวางสายจากพ่อไป ข้อความสุดท้ายที่ทิ้งไว้คือคำปรามาสว่าสิ่งที่เขาทำอยู่มันเป็นแค่ ‘ขยะไร้ค่า’ ที่ไม่มีทางเลี้ยงชีวิตได้
“ผมขอโทษ...” โซ่พึมพำ ดวงตาที่เคยเป็นประกายยามจับกีตาร์บัดนี้หม่นแสงลงจนน่าใจหาย เขาพยายามจะขยับตัวลุกขึ้น แต่เข่ากลับทรุดลงกับพื้นไม้ที่เย็นเฉียบ
พายวางแฟ้มบัญชีหนาเตอะลงบนเก้าอี้ข้างๆ เธอไม่ได้ถามเซ้าซี้ถึงบทสนทนาที่เพิ่งจบไป ไม่ได้ปลอบประโลมด้วยคำพูดสวยหรู แต่เธอกลับเดินไปหยิบแก้วน้ำอุ่นที่วางไว้บนแอมป์กีตาร์ส่งให้เขาแทน
“ดื่มซะ แล้วเงยหน้าขึ้นมา” พายสั่งเบาๆ สายตาของเธอจดจ้องที่ดวงตาของเขา ไม่มีความลังเล มีเพียงความมั่นคงที่ทำให้โซ่รู้สึกเหมือนได้รับที่พักพิงในวันที่โลกทั้งใบดูเหมือนจะพังทลาย
โซ่รับแก้วน้ำไปถือไว้ ปลายนิ้วของเขาสั่นไหวสัมผัสกับความอบอุ่นจากแก้ว เขาเหม่อมองหยดน้ำที่ไหลผ่านหน้าต่างกระจกฝ้าข้างห้องซ้อม ความเปียกชื้นภายนอกดูเหมือนจะแทรกซึมเข้ามาถึงกลางใจ “พาย... ถ้าวันหนึ่งสิ่งที่ผมรักที่สุด มันกลายเป็นสิ่งที่ผลักไสคนในครอบครัวออกไปจากชีวิตจริงๆ ผมควรจะหยุดมันไหม”
คำถามนั้นเปราะบางเสียจนพายนิ่งไปครู่หนึ่ง เธอทรุดตัวลงนั่งยองๆ ตรงหน้าเขา ในจังหวะที่ฟ้าแลบแปลบปลาบผ่านช่องหน้าต่าง แสงสว่างจ้าเผยให้เห็นแววตาที่สั่นไหวของหญิงสาวผู้เคร่งครัด
“โซ่... นายจำวันที่นายสอนฉันจับคอร์ด C ครั้งแรกได้ไหม?” พายถาม เสียงของเธอนุ่มลง “ตอนนั้นนายบอกว่าดนตรีไม่ใช่แค่เสียง แต่มันคือการประกาศว่าเราเป็นใคร ถ้าวันนี้วันหนึ่งนายยอมทิ้งมันเพื่อใครสักคน นายยังจะจำตัวเองคนเดิมได้หรือเปล่า”
โซ่เงียบไป ครู่หนึ่งที่บรรยากาศในห้องเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงฝนตกกระทบหลังคาที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เขาค่อยๆ วางแก้วน้ำลง แล้วดึงกีตาร์โปร่งตัวเก่งขึ้นมาวางบนตักอีกครั้ง นิ้วที่เคยสั่นเทาเริ่มขยับเปลี่ยนเป็นจังหวะที่มั่นคงขึ้นทีละน้อย
“ผมคงลืมมันไม่ได้” โซ่พูดพลางดีดสายกีตาร์เบาๆ เสียงคอร์ดที่กังวานในความเงียบฟังดูโศกเศร้าแต่ทว่าทรงพลัง “เพราะมันคือส่วนเดียวที่ยังทำให้ผมรู้สึกว่าผมยังมีลมหายใจอยู่”
เขาสบตาพาย แววตาของเขาเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีความโกรธหรือความน้อยใจหลงเหลืออยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความเสียใจ เขาเริ่มบรรเลงทำนองใหม่ที่เพิ่งแต่งขึ้นสดๆ เสียงกีตาร์โปร่งมีความละมุนแต่หนักแน่นเหมือนพายุที่กำลังพัดผ่าน พายหลับตาลงรับฟัง เธอรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดออกมาผ่านจังหวะการรูดสายกีตาร์และเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อยของโซ่
มันไม่ใช่เพลงรักหวานแหววทั่วไป แต่มันคือเพลงที่ร้องขอความเข้าใจจากคนที่เขารักที่สุด เพลงที่ระบายความอัดอั้นจากคำพูดร้ายๆ ของพ่อ และเป็นเพลงที่เขาอยากบอกกับพายว่า ในวันที่ทุกอย่างดูเหมือนมืดมิด เธอคือ ‘ที่พักพิง’ เพียงแห่งเดียวที่เขายังคงยึดเหนี่ยวไว้
เมื่อเสียงคอร์ดสุดท้ายจางหายไป ความเงียบกลับมาปกคลุมอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด มันคือความสบายใจที่แสนเปราะบาง โซ่มองคนตรงหน้า พายค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเธอนั้นวูบไหวราวกับจะร้องไห้แต่ก็กลั้นไว้
“เพลงนี้...” พายกระซิบ “ชื่อว่าอะไร?”
“‘ที่พักพิงยามฝนพรำ’” โซ่ตอบ สบตาเธออย่างจริงจัง “ผมแต่งให้คุณ”
พายชะงัก เธอหลบสายตาไปทางหน้าต่างเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับมาด้วยรอยยิ้มจางๆ ที่ทำให้โซ่ใจสั่น “ถ้าอย่างนั้น ฉันคงต้องให้คะแนนเต็มสำหรับบทเพลงนี้นะ แต่นายรู้ใช่ไหมว่าการเป็นที่พักพิงน่ะ... มันไม่ได้หมายความว่าจะต้องอยู่นิ่งๆ เฉยๆ เสมอไปหรอก”
“คุณหมายความว่ายังไงครับ?”
พายยังไม่ทันได้ตอบ เสียงประตูห้องซ้อมก็ถูกเปิดออกอย่างแรง!
กลิ่นน้ำหอมคุ้นเคยโชยมาก่อนที่ร่างของใครบางคนจะปรากฏตัวขึ้น ‘มีน’ ยืนอยู่ตรงประตู ผมของเธอเปียกปอนเล็กน้อยจากการวิ่งฝ่าฝนเข้ามา เธอไม่ได้มีท่าทีเกรงใจหรือขัดเขิน ดวงตาคู่สวยจ้องเขม็งมาที่โซ่และพายที่นั่งอยู่ใกล้กันจนน่าสงสัย
“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายต้องอยู่ที่นี่โซ่” มีนเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าแฝงไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะคาดเดา “พ่อของนายเพิ่งโทรศัพท์มาหาฉันเมื่อกี้นี้ เขาบอกว่าถ้าเขาสั่งให้นายหยุดไม่ได้ เขาก็จะให้คนอื่นเป็นคนทำเอง”
โซ่ผุดลุกขึ้นทันที กีตาร์โปร่งในมือแทบจะหลุดมือ “เธอว่ายังไงนะ? พ่อทำอะไร!”
มีนก้าวเข้ามาในห้อง กลิ่นอายของความวุ่นวายติดตามเข้ามาด้วย เธอมองพายด้วยสายตาที่แสดงความเหนือกว่าเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาโซ่ “พ่อของนายกำลังจะยกเลิกทุนการศึกษาทั้งหมดที่สนับสนุนชมรมดนตรีนี้... และเขากำลังจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่านายไม่มีสิทธิ์ก้าวเข้าสู่เส้นทางดนตรีอีกต่อไป ถ้าไม่อยากเห็นชมรมนี้พังลงไปต่อหน้าต่อตา นายต้องเลือกว่าจะเก็บกีตาร์ตัวนี้ไว้ หรือจะรักษาอนาคตของเพื่อนๆ ทุกคนในชมรมเอาไว้กันแน่”
โซ่ตัวชาวาบในใจ เขามองไปที่กีตาร์ในมือ สลับกับแววตาที่เต็มไปด้วยความตกใจของพาย นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของเขากับพ่ออีกต่อไปแล้ว แต่มันคือจุดจบของสิ่งที่เขารักที่สุด
ฝนข้างนอกยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ราวกับท้องฟ้ากำลังร่ำไห้ให้กับทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจที่สุดในชีวิตของเขา
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของโซ่และพายมาจนถึงตอนนี้ครับ
เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 12
ที่พักพิงยามฝนพรำ
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!