"แกจะเลือกกีตาร์เน่าๆ นี่ หรือจะเลือกอนาคตที่ฉันปูไว้ให้?"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของชายวัยกลางคนในชุดสูทสั่งตัดเนี้ยบกริบยังคงดังก้องอยู่ในโสตประสาทของผม แม้เหตุการณ์จะผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่ปนมากับบรรยากาศกดดันในห้องพักศิลปินหลังเวทีเมื่อคืน ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกเหมือนฝันร้ายที่สลัดไม่หลุด
ผมวางกีตาร์โปร่งคู่ใจลงบนขาตั้งอย่างเชื่องช้า นิ้วมือที่เคยดีดคอร์ดได้อย่างพลิ้วไหวกลับสั่นเทาโดยไม่ตั้งใจ วันนี้มหาลัยดูวุ่นวายกว่าทุกวัน ทั้งที่ควรจะเป็นวันปกติของการเข้าชมรม แต่น้ำหนักในใจผมกลับเหมือนถูกก้อนหินนับพันก้อนทับเอาไว้
"เฮ้ย โซ่! นั่งเหม่ออะไรวะ? วันนี้จะซ้อมเพลงใหม่ไม่ใช่เหรอ" เสียงของโต้งดังขึ้นพร้อมกับเสียงไม้กลองที่กระทบกันเบาๆ เป็นจังหวะ โต้งเดินเข้ามาตบไหล่ผมแรงๆ จนผมสะดุ้ง "พายก็มาถึงแล้วนะเว้ย เห็นว่ากำลังไปเตรียมตัวเปลี่ยนชุดอยู่"
ผมเงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่ยังคงร่าเริงตามสไตล์คนไม่รู้อะไรเลย ความรู้สึกผิดแล่นริ้วเข้ามาในอก ผมควรจะบอกพวกมันไหม? ว่าอนาคตในชมรมดนตรีที่พวกเราฝันไว้ด้วยกัน อาจจะมีผมเป็นคนสุดท้ายที่ได้ยืนอยู่ตรงนี้
"โต้ง..." ผมเรียกชื่อมันเสียงแผ่ว "ถ้าวันหนึ่งฉันไม่ได้มาที่นี่แล้ว แกจะยังเล่นดนตรีต่อไปไหม?"
โต้งชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะร่วนเหมือนเป็นเรื่องตลก "ไอ้โซ่! เป็นบ้าอะไรวะ วันนี้มาแปลก ช่วงนี้พ่อแกกดดันอะไรมาอีกหรือเปล่า? ปล่อยวางบ้างเถอะ เรื่องเรียนดนตรีมันก็อนาคตแกนะเว้ย"
เขายังพูดไม่ทันขาดคำ ประตูห้องชมรมก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงจนกระแทกกับผนังห้องเสียงดังสนั่น ไม่ใช่พายที่ผมรอคอย แต่เป็นกลุ่มชายฉกรรจ์ในชุดดำสามคนที่เดินเรียงแถวเข้ามา เว้นช่องว่างให้ชายร่างสูงวัยที่ดูดุดันไม่แพ้เมื่อคืนเดินนำหน้าเข้ามาในห้องซ้อมดนตรีที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ
บรรยากาศในห้องเงียบกริบทันที เสียงดนตรีจากมุมอื่นที่เคยดังคลอแว่วหายไปราวกับถูกตัดสวิตช์ มีนที่นั่งซ้อมร้องเพลงอยู่ใกล้ประตูถึงกับชะงักไป ความมั่นใจในสีหน้าของเธอหายไปหมดสิ้นเมื่อเห็นสายตาของชายผู้นี้
"พ่อ..." ผมครางชื่อนั้นออกมาแทบไม่มีเสียง
คุณธนาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าผม กวาดสายตามองไปรอบห้องซ้อมที่เต็มไปด้วยอุปกรณ์ดนตรีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม ก่อนจะหันกลับมาจ้องผมเขม็ง
"ฉันให้เวลาแกไตร่ตรองมาทั้งคืนแล้ว ธนภัทร" คุณธนาพูดพลางก้าวเข้ามาใกล้ "หรือแกต้องการให้ฉันทำอะไรที่มันรุนแรงกว่าการบุกมาถึงที่นี่เพื่อให้แกเห็นภาพว่า ชีวิตนักดนตรีข้างถนนแบบนี้ มันไม่มีวันเลี้ยงแกให้โตไปเป็นผู้บริหารได้"
"พ่อครับ นี่มันมหาลัย ไม่ใช่ที่ที่จะมาสั่งใครตามอำเภอใจได้" ผมพยายามรวบรวมความกล้าพูดออกไป แม้เสียงจะสั่น
"หึ มหาลัยงั้นเหรอ?" เขาแค่นหัวเราะ ก่อนจะหันไปทางประตูที่พายเพิ่งเดินเข้ามาพอดี เธอชะงักเมื่อเห็นสถานการณ์ผิดปกติ "คนนี้ใช่ไหมที่ทำให้แกหลงระเริงจนลืมหน้าที่? พิมพ์มาดา ใช่ไหม?"
พายหน้าซีดเผือด เธอเดินเข้ามาใกล้ผมโดยอัตโนมัติ มือของเธอสั่นขณะที่พยายามเอื้อมมาจับชายเสื้อผมไว้ ความรู้สึกปกป้องที่ผมมีต่อเธอพุ่งสูงขึ้นจนน่ากลัว
"คุณลุงคะ..." พายเริ่มเอ่ยเสียงเบาแต่หนักแน่น "การที่โซ่เลือกเรียนดนตรี ไม่ได้แปลว่าเขาละทิ้งความรับผิดชอบนะคะ เขามีความสามารถ และเขาควรได้รับโอกาส..."
"โอกาส?" คุณธนาตัดบทเสียงเย็น "โอกาสของคนในตระกูลเราคือการเป็นผู้นำ ไม่ใช่การมานั่งเคาะกีตาร์แลกเศษเงินค่าขนม!"
เขาสั่งคนของเขาทันที "เก็บของทุกอย่างของมันไปใส่รถซะ แล้วพาตัวมันออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้!"
"ไม่! พ่อจะทำแบบนี้ไม่ได้!" ผมตะโกนลั่น ห้องซ้อมเริ่มวุ่นวาย เพื่อนในชมรมต่างแตกตื่น บางคนพยายามเข้ามาขวาง แต่ชายชุดดำเหล่านั้นกลับขยับตัวคุมเชิงไว้ได้อย่างรวดเร็ว
ในจังหวะที่ทุกอย่างกำลังจะบานปลาย พายเดินแทรกกลางระหว่างผมกับพ่อ เธอจ้องหน้าคุณธนาด้วยแววตาที่สั่นไหวแต่ไม่ยอมแพ้ "ถ้าคุณลุงจะพาเขาไป ก็ต้องข้ามศพหนูไปก่อน เพราะโซ่ไม่ใช่หุ่นยนต์ของใคร และเขาคือคนที่มีค่าที่สุดสำหรับชมรมดนตรีนี้"
สายตาของคุณธนาเปลี่ยนไปเป็นความโกรธจัด เขาขยับตัวเข้าใกล้พายจนแทบชิด ก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของผมหยุดหมุน
"ดี... ถ้าแกอยากปกป้องมันนัก ก็ลองดูว่าคนที่มีอนาคตสดใสแบบแก จะมีที่ยืนยังไงถ้าชื่อเสียงของไอ้เด็กนี่ถูกทำลายจนป่นปี้... หรือแกอยากจะเห็นหลักฐานความผิดพลาดทางบัญชีของครอบครัวแก ที่พ่อของแกกำลังจะถูกฟ้องในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ดีล่ะ?"
พายเบิกตากว้าง ความเข้มแข็งที่เธอพยายามสร้างขึ้นพังทลายลงทันที เธอถอยหลังไปหนึ่งก้าว สีหน้าเธอดูไร้วิญญาณ
"โซ่... ฉัน..." เธอหันมามองผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสับสนและเจ็บปวด
ผมมองไปที่พาย แล้วมองไปที่พ่อที่กำลังยิ้มเยาะด้วยความสะใจ ผมรู้ดีว่านี่คือกับดักที่เขาวางไว้เพื่อบีบให้ผมเลือก แต่การเลือกของผมครั้งนี้ จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะในขณะที่ผมกำลังจะตัดสินใจนั้น เสียงโทรศัพท์ของพ่อก็ดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดูแล้วหน้าถอดสีทันที ก่อนจะรีบกดรับและเดินออกไปนอกห้องอย่างเร่งรีบ ทิ้งให้พวกเรายืนงงกันอยู่กลางห้อง
ยังไม่ทันที่ผมจะหายใจคล่องคอ ประตูห้องซ้อมถูกเปิดออกอีกครั้งโดยมีนที่เดินหน้าตาตื่นเข้ามา เธอไม่ได้มองมาที่ผม แต่เธอมองไปที่พายด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "พาย... เธอต้องไปดูที่บอร์ดประกาศหน้าคณะเดี๋ยวนี้... ตอนนี้ทุกคนกำลังรุมดูรูปที่ถูกแอบถ่าย... รูปที่เธอกับโซ่กอดกันในห้องซ้อมเมื่อคืน... มันว่อนไปทั้งมหาลัยแล้ว!"
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทเพลงที่แสนวุ่นวายและเข้มข้นนี้นะครับ
คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 11
อุปสรรคชิ้นใหญ่
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!