เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 8

แผนกู้ภัยของชาวชมรม

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ไอ้โซ่ มึงจะยืนแข็งเป็นหินทาแป้งอยู่ตรงนั้นอีกนานไหมวะ!” เสียงกระซิบของโต้งที่ดังมาจากมุมเสา ดึงสติผมให้หลุดออกจากภวังค์ความเย็นชาของพายที่เพิ่งหันหลังเดินหนีไปพร้อมกับมีน สายตาของเธอในตอนนั้น... มันไม่ใช่แค่ความไม่พอใจ แต่มันคือการปิดตายประตูทุกบานที่ผมพยายามเคาะเรียกมาตลอดหลายสัปดาห์ “มึงเห็นใช่ไหม โต้ง...” ผมพึมพำขณะเดินโซซัดโซเซเข้ามาหาเพื่อนที่มุมตึก “เขามองผมเหมือนคนแปลกหน้า” “เห็นสิวะ! ก็เพราะมึงมันซื่อบื้อไงไอ้คุณชายกีตาร์โปร่ง” โต้งตบไหล่ผมแรงๆ ก่อนจะส่งสัญญาณมือให้เพื่อนในชมรมที่แอบอยู่หลังห้องเก็บอุปกรณ์ “แผนกู้ภัยเวอร์ชันสุดท้ายเริ่มได้... ถ้ามึงไม่ได้เคลียร์กับพายวันนี้ ก็เตรียมตัวขึ้นคานพร้อมกีตาร์ตัวโปรดมึงได้เลย” ผมถอนหายใจยาว ความเหนื่อยล้าจากการฝึกซ้อมบวกกับความสับสนในใจทำให้ผมแทบจะยอมแพ้ แต่เมื่อนึกถึงวันที่พายร้องเพลงให้ผมฟังในห้องซ้อม ความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงนั้นคือสิ่งเดียวที่ผมยังอยากพิสูจน์ว่ามันเป็นของจริง “เอาละ แผนคือ... กูกับไอ้พวกนี้จะหลอกให้มีนไปทำธุระอื่น แล้วกูจะไปตามพายมาที่ห้องเก็บอุปกรณ์ อ้างเรื่องตารางซ้อมที่พังยับเยิน ส่วนมึง... เข้าไปรอข้างในแล้วล็อกประตูซะ” “ล็อก? มึงจะบ้าเหรอโต้ง นั่นมันกักขังหน่วงเหนี่ยวนะครับ” “กักขังที่ไหน เขาเรียก ‘พื้นที่ส่วนตัวเพื่อการปรับความเข้าใจ’ เว้ย! เชื่อมือเพื่อนมึงเหอะ” สิบห้านาทีต่อมา บรรยากาศในห้องเก็บอุปกรณ์ดนตรีเงียบงันจนได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นจังหวะรัว ผมนั่งลงบนกล่องใส่คีย์บอร์ดเก่าๆ ในใจพะว้าพะวังว่าแผนการบ้าๆ นี่จะจบลงที่ความโกรธของพายแทนที่จะเป็นการเคลียร์ใจ แต่แล้วเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นหน้าประตู แอ๊ด... เสียงบานพับประตูไม้เก่าครูดกับพื้น พายก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉยตามสไตล์สาวบัญชี เธอถือแฟ้มเอกสารแน่น “โต้งบอกว่าตารางซ้อมมีปัญหาตรง... อ้าว? โซ่? ทำไมมึงมาอยู่ที่นี่” ผมรีบลุกขึ้น แต่จังหวะนั้นเสียง ‘แกร๊ก’ จากด้านนอกทำให้ผมรู้ทันทีว่าโต้งทำหน้าที่ได้สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว ประตูล็อกสนิทจากด้านนอก ผมรีบวิ่งไปเขย่าลูกบิด แต่ไม่ว่าจะออกแรงแค่ไหน มันก็ไม่มีทีท่าจะขยับ “ไอ้โต้ง! เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” ผมตะโกนลั่น พายยืนนิ่ง สายตาของเธอมองมาที่ผมด้วยความเย็นชาที่มากกว่าเดิม “นี่แผนของพวกมึงสินะ” “พาย... ผม... ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้เป็นแบบนี้ คือโต้งมัน—” “พอเถอะโซ่” เธอขัดขึ้น น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยความสั่นไหวเล็กน้อยที่ผมจับสังเกตได้ “ที่ผ่านมาฉันพยายามประคองความสัมพันธ์ในชมรมให้มันราบรื่น แต่นายดูสิ่งที่นายทำสิ นายดึงเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน นายปล่อยให้แฟนเก่าเข้ามามีอิทธิพลในใจ นายทำเหมือนทุกอย่างเป็นแค่เรื่องเล่นๆ เหมือนการดีดกีตาร์ที่ถ้าพลาดก็แค่เริ่มใหม่” “ผมไม่เคยคิดว่ามันเป็นเรื่องเล่นๆ นะครับ!” ผมสวนกลับทันที ความอัดอั้นที่เก็บไว้ระเบิดออกมา “ที่ผมหงุดหงิด ที่ผมพยายามทำทุกอย่างให้มันดีขึ้น เพราะผมแคร์คุณ! ผมไม่ได้อยากเห็นคุณเดินไปกับคนอื่น ผมไม่ได้อยากให้ใครมาเปลี่ยนทำนองเพลงของเรา... คุณเข้าใจไหมพาย” ห้องทั้งห้องเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจที่หนักหน่วง พายหันหน้าหนีไปทางชั้นวางกีตาร์ที่เต็มไปด้วยฝุ่น เธอพยายามซ่อนใบหน้าที่เริ่มแดงระเรื่อ “นายมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้ ในเมื่อความชัดเจนของนายมันแทบไม่มีเลย โซ่” เธอกลั้นเสียงสะอื้น “ฉันเหนื่อย... เหนื่อยที่ต้องคอยเดาว่าตอนไหนคือตัวตนจริงๆ ของนาย และตอนไหนคือการแสดง” ผมก้าวเข้าไปใกล้เธออย่างช้าๆ ระยะห่างที่เคยมีเริ่มลดน้อยลง ผมเอื้อมมือไปคว้ากีตาร์โปร่งตัวที่วางอยู่ข้างๆ แล้วกดสายไล่สเกลเมโลดี้ที่ผมแต่งให้เธอโดยเฉพาะ “งั้นฟังเพลงนี้แทนคำตอบนะครับ” ผมเริ่มดีดกีตาร์จังหวะช้าๆ อ่อนโยนแต่ทว่าหนักแน่นในทุกตัวโน้ต มันไม่ใช่เพลงรักหวานแหววทั่วไป แต่มันคือความในใจที่ผมรวบรวมมาตลอดสองปี พายค่อยๆ หันกลับมามองผม แววตาของเธอเริ่มสั่นไหวไปตามท่วงทำนองที่ผมบรรเลง มันคือเสียงที่สะท้อนถึงปมในใจของผม เรื่องพ่อ เรื่องความฝัน และเรื่องของเธอที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของจังหวะชีวิตผมไปแล้ว เมื่อนิ้วสุดท้ายดีดผ่านสายกีตาร์ ความเงียบก็เข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่น่าอึดอัด แต่มันคือความเงียบที่มีความหมายบางอย่างซ่อนอยู่ พายก้าวเข้ามาหาผมหนึ่งก้าว แววตาของเธอดูอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด เธอเอื้อมมือมาแตะเบาๆ ที่สายกีตาร์ที่ยังสั่นไหวอยู่ “เพลงนี้... นายแต่งให้ฉันจริงๆ เหรอ” “ทุกตัวโน้ตครับพาย... ผมมีแค่คุณนะ” คำสารภาพนั้นทำให้ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อ ผมรู้สึกได้ว่ากำแพงที่เธอก่อขึ้นมาเริ่มพังทลายลง ผมค่อยๆ วางกีตาร์ลงแล้วขยับเข้าไปใกล้เธออีกนิด หัวใจของผมเต้นแรงราวกับกลองชุดของโต้งที่กำลังหวดรัว “พาย ถ้าคุณไม่ได้เกลียดผม... ขอโอกาสให้ผมได้เป็นมากกว่าคนในชมรมได้ไหมครับ” เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้าขึ้นสบตาผม สายตาคู่นั้นไม่มีความเย็นชาเหลืออยู่อีกแล้ว มีเพียงความประหม่าที่น่ารักจนผมแทบหยุดหายใจ เธออ้าปากกำลังจะตอบคำถามที่ผมรอคอยมาแสนนาน ทว่า... เสียงโทรศัพท์ของพายที่ดังขึ้นขัดจังหวะทำลายห้วงเวลาอันแสนหวานลงอย่างโหดร้าย เธอหยิบมันขึ้นมาดู ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจก่อนจะหันมามองผมด้วยสีหน้าซีดเผือด “โซ่... นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน” ผมมองไปที่หน้าจอโทรศัพท์ของเธอ ข้อความที่เด้งขึ้นมาบนหน้าจอทำให้หัวใจของผมแทบหยุดเต้น มันเป็นรูปภาพของผมและพายที่อยู่ในห้องนี้... ถ่ายจากมุมสูงผ่านช่องระบายอากาศ พร้อมแคปชันสั้นๆ จากเบอร์แปลกหน้าที่ส่งมาว่า ‘ถ้าอยากให้เรื่องนี้ไม่ถึงหูอาจารย์คณะดุริยางค์ พรุ่งนี้เจอกันที่หลังตึกเก่า... เตรียมตัวลาออกจากชมรมซะ’ ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกคนที่ร่วมเดินทางไปกับผมในบทนี้ แล้วเจอกันใหม่ตอนหน้านะครับ!
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%