หน้าจอโทรศัพท์เครื่องนั้นยังคงสว่างวาบ ทิ้งเงาสีฟ้าสะท้อนเข้ากับม่านตาของผมจนรู้สึกแสบขัดไปหมด รูปภาพที่ถูกส่งมาจากเบอร์แปลกปลอม—ภาพของผมและพายที่นั่งอยู่ด้วยกันในห้องซ้อมดนตรีนี้ ถ่ายจากมุมสูงผ่านช่องระบายอากาศ พร้อมข้อความขู่กรรโชกที่พยายามจะพรากทุกสิ่งทุกอย่างที่ผมรักไป—มันไม่ใช่แค่เรื่องไร้สาระของพวกว่างงาน แต่มันคือหลักฐานชัดเจนว่า มีใครบางคนกำลังจ้องมองพวกเราอยู่ และคนๆ นั้นก็จงใจใช้มันเป็นเครื่องมือทำลายอนาคตของผมในชมรมดนตรี
"โซ่... หน้าคุณซีดมากเลยนะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า"
เสียงหวานของพายดังขึ้นทำลายความเงียบ เธอยื่นมือเรียวเล็กมาแตะที่แขนของผมเบาๆ สัมผัสอุ่นๆ นั้นทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ผมรีบกดล็อกหน้าจอโทรศัพท์แล้วคว่ำมันลงกับโต๊ะทันที พยายามปั้นยิ้มฝื่อนๆ ส่งให้คนที่นั่งอยู่ตรงข้าม แม้ว่าในอกตอนนี้มันจะร้อนรุ่มราวกับมีถ่านไฟสุมอยู่ก็ตาม
"เปล่าครับ... ไม่มีอะไรหรอก แค่ข้อความขยะจากพวกขายประกันน่ะ" ผมตอบเสียงเรียบ พยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่นเครือ "ว่าแต่คุณเถอะครับพาย ดึกมากลดละนะ ทำไมยังไม่ยอมกลับหอพักอีก เป็นห่วงผมหรือไงถึงอยู่เป็นเพื่อนดึกขนาดนี้"
พายชะงักไปนิด ดวงตากลมโตคู่สวยไหววูบ เธอกัดริมฝีปากล่างเบาๆ เหมือนกำลังชั่งใจอะไรบางอย่าง ก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความเงียบโรยตัวลงมาระหว่างเราอีกครั้ง เสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ในห้องซ้อมส่งเสียงฮัมเบาๆ แข่งกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นโครมคราม
"ฉันไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนคุณเพราะว่างหรอกนะ..." พายเอ่ยขึ้น เสียงของเธอลอดไรฟันเบาหวิว แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของผม "แต่ฉัน... แค่ไม่อยากให้คุณเข้าใจฉันผิดเรื่องมีน"
ชื่อนั้น... ชื่อที่ผมพยายามจะหลบ and หลีกหนีมาตลอดทั้งวัน ถูกเอ่ยออกมาจากปากของคนที่ผมกำลังพยายามจะรักษาไว้ในชีวิต
บรรยากาศในห้องซ้อมดนตรีแคบๆ ดูเหมือนจะบีบอัดแคบลงไปอีก โซ่สูดหายใจเข้าลึกๆ กลิ่นอายของไม้กี้ตาร์และฝุ่นจางๆ ลอยอบอวล ผมมองลึกลงไปในดวงตาของพาย ที่ไม่มีความแข็งกระด้างหรือความถือดีหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความเปราะบางและร่องรอยของความเสียใจที่เธอพยายามซ่อนไว้
"ผมไม่ได้โกรธคุณเรื่องมีนหรอกครับพาย... แต่ผมแค่อึดอัด" ผมตัดสินใจเปิดปากพูดความจริงออกไปบ้าง หลังจากที่เก็บงำมันไว้มานาน "ผมอึดอัดที่เห็นเขาเข้ามาวุ่นวายในชีวิตผม อึดอัดที่เขาพยายามทำเหมือนว่าเรายังมีความผูกพันอะไรกันอยู่ ทั้งๆ ที่... หัวใจของผมมันไม่ได้อยู่ที่ตรงนั้นตั้งแต่แรกแล้ว"
พายเงยหน้าขึ้นสบตาผมทันที ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย "หมายความว่า..."
"หมายความว่าผมไม่เคยมีใจให้มีนอีกเลยตั้งแต่วันที่เราเลิกกันครับพาย" ผมเอ่ยต่อ น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นอย่างลืมตัว มือใหญ่เอื้อมไปกุมมือเรียวของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะไว้โดยอัตโนมัติ พายสะดุ้งเล็กน้อยแต่ไม่ได้ดึงมือออก "คนที่ผมมอง... คนที่ผมคิดถึง และคนที่ผมอยากให้มานั่งฟังผมดีดกีตาร์ด้วยกันทุกๆ เย็น มันคือคุณต่างหาก พาย... คุณไม่รู้จริงๆ หรือครับว่าทำไมผมถึงยอมให้คนระเบียบจัดอย่างคุณมาคอยบ่น คอยเคี่ยวเข็ญเรื่องเวลา หรือแม้กระทั่งเรื่องซ้อมดนตรี"
ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ท่ามกลางแสงไฟสลัวสีส้มจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่ใกล้จะเสีย ใบหน้าของพายขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอก้มหน้ามองมือของเราที่ประสานกันอยู่ หัวใจของเธอน่าจะเต้นรัวไม่แพ้ผมในตอนนี้
"คุณ... บ้าหรือเปล่าเนี่ย" พายพึมพำเสียงเบา ใบหูของเธอกลายเป็นสีแดงจัด "อยู่ๆ ก็มาพูดอะไรแบบนี้... เราเพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานเองนะ"
"นานไม่นานไม่สำคัญหรอกครับ สำคัญที่ว่าตั้งแต่วันแรกที่คุณก้าวเข้ามาในชมรมดนตรี โลกที่เคยมีแต่เสียงคอร์ดกีตาร์เดิมๆ ของผมมันก็เปลี่ยนไปหมดเลย" ผมส่งยิ้มละมุนที่มักจะใช้เวลาร้องเพลงบนเวทีให้เธอ แม้ในใจจะกังวลเรื่องข้อความขู่กรรโชกเมื่อครู่แค่ไหน แต่ในวินาทีนี้ ผมไม่อยากปล่อยให้ความกลัวมาขโมยช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิตของผมไป "พายครับ... เป็นแฟนกับผมนะครับ ให้ผมได้เป็นคนที่คอยเล่นกีตาร์ให้คุณฟังทุกวัน... ตกลงไหมครับ?"
คำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทำให้ห้องซ้อมดนตรีเก่าๆ แห่งนี้อบอวลไปด้วยความหวานที่แม้แต่เสียงเพลงรักบทไหนก็เทียบไม่ได้ พายเงยหน้าขึ้นสบตาผมอีกครั้ง แววตาสั่นระริกด้วยความตื้นตัน ก่อนที่รอยยิ้มบางๆ จะปรากฏขึ้นบนริมฝีปากของเธอ—รอยยิ้มที่สวยที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาตั้งแต่รู้จักกัน
เธอนิ่งคิดไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ เบาๆ
"ก็ได้ค่ะ... เอ๊ย! หมายถึง... ก็ได้ครับ เอ๊ย ไม่ใช่!" พายอุทานออกมาอย่างลิบลับเมื่อเผลอใช้คำลงท้ายตามความคุ้นเคย ก่อนจะหัวسะเราะออกมาเบาๆ แก้เขิน "ฉันหมายถึง... ตกลงค่ะ... อ๊ะ! ตกลงค่ะ พายตกลงค่ะ โซ่!"
ผมหลุดหัวเราะออกมาด้วยความโล่งอกและดีใจสุดขีด ดึงตัวเธอเข้ามากอดไว้แนบอกอย่างลืมตัว ความอบอุ่นจากร่างกายของพายและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของแชมพูเด็กทำให้ผมรู้สึกว่าโลกใบนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน ปัญหาเรื่องมีนหรือข้อความขู่บ้าๆ นั่นดูเลือนLางลงไปถนัดตา
พวกเราผละออกจากกันอย่างเขินอาย พายซ่อนใบหน้าที่แดงก่ำไว้ด้วยการหยิบสมุดโน้ตขึ้นมาเปิดผ่านๆ กลบเกลื่อนอาการประหม่า บรรยากาศเต็มไปด้วยความหวานชื่นของคู่รักป้ายแดงที่เพิ่งเริ่มต้นบทเพลงบทใหม่ร่วมกัน
แต่ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขนั้นช่างแสนสั้น
*กึก... แอ๊ด...*
เสียงบานประตูไม้เก่าของห้องซ้อมดนตรีที่ควรจะถูกล็อกไว้จากด้านใน ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ พร้อมกับเสียงฝีเท้าก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ท่ามกลางความมืดสลัวของมุมห้องที่แสงไฟส่องไปไม่ถึง ร่างของใครบางคนยืนพิงกรอบประตู กอดอกมองมาที่เราด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นที่ชวนให้สันหลังวาบหวิว
"หวานกันพอหรือยังคะ... โซ่ พาย" เสียงหวานใสแต่แฝงด้วยพิษสงของมีนดังขึ้น ท่ามกลางความตกตะลึงของพวกเราทั้งคู่ "ถ้าหวานพอแล้ว... ช่วยหันมาคุยธุระของเราให้จบเสียที ก่อนที่ฉันจะส่งคลิปนี้ให้ทุกคนในคณะดูพรุ่งนี้เช้า"
ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและส่งกำลังใจให้วงของเราเสมอมานะครับ!
เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 9
สารภาพใต้แสงไฟสลัว
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!