เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 7

ความเงียบในเสียงเพลง

ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
“ถ้าพายยังไม่ยอมฟังผมตอนนี้ เราก็ไม่มีทางเข้าใจกันหรอกครับ” ผมขวางทางพายไว้ที่หน้าประตูห้องซ้อมดนตรี เสียงปิดประตูดังปังสนั่นจนผมสะดุ้งเล็กน้อย พายไม่ได้หันมามองหน้าผมด้วยซ้ำ เธอเก็บกระเป๋าโน้ตเพลงลงเป้ด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอที่มักจะทำให้ผมใจชื้นเสมอในตอนนี้ กลับกลายเป็นกลิ่นของกำแพงที่หนาทึบและเย็นเยียบ “โซ่... ถอยไปเถอะค่ะ” เธอใช้คำว่า ‘ค่ะ’ เพื่อเว้นระยะห่าง ซึ่งนั่นบาดลึกยิ่งกว่าคำด่า “พายไม่มีอะไรจะพูดกับคนที่ไม่รู้จักให้เกียรติความสัมพันธ์ของเรา” “พาย! มีนแค่มาร้องเพลงในงานชมรม เธอแค่มาปรึกษาเรื่องคอร์ด ผมไม่ได้คิดอะไรเกินเลยไปกว่าเพื่อนร่วมงาน” ผมพยายามอธิบายด้วยน้ำเสียงที่พยายามคุมให้ราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ในใจมันร้อนรุ่มเหมือนถูกไฟลน พายหยุดชะงัก เธอหันมามองผม ดวงตาคู่สวยที่เคยทอประกายสดใสยามเราร้องเพลงด้วยกัน ตอนนี้กลับฉายแววตัดพ้ออย่างรุนแรง “เพื่อนร่วมงานงั้นเหรอ? เพื่อนร่วมงานที่นั่งกุมมือกันกลางหอประชุมน่ะเหรอครับโซ่? พายอาจจะเป็นเด็กบัญชีที่น่าเบื่อ ชอบอยู่ในกฎระเบียบ แต่พายไม่ได้โง่จนมองไม่ออกว่าสายตาที่คุณใช้มองผู้หญิงคนนั้น มันต่างจากที่มองพายยังไง” เธอผลักไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะเดินแทรกตัวออกไป ผมคว้าข้อมือเธอไว้ได้ทัน แต่เป็นจังหวะเดียวกับที่โต้งเดินเปิดประตูเข้ามาพอดี เจ้าตัวชะงักกึก มองบรรยากาศที่มาคุจนถึงขีดสุด บรรยากาศในห้องซ้อมที่เคยเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงกลองจังหวะสนุกๆ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความเงียบงันที่น่าอึดอัดเสียจนหายใจไม่ออก “เอ่อ... กูว่ากูมาผิดจังหวะใช่ไหมวะ?” โต้งเกาหัวแกรกๆ พยายามทำลายบรรยากาศ แต่มันกลับยิ่งทำให้ความเงียบพุ่งสูงขึ้นไปอีก พายสะบัดข้อมือออกทันทีโดยไม่หันกลับมามองอีกเลย เสียงรองเท้าผ้าใบของเธอที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ ตามทางเดินหินขัดของคณะดุริยางค์ฯ ดังสะท้อนเข้ามาในหัวใจผมเหมือนเสียงเมโทรโนมที่นับจังหวะถอยหลังสู่การจบสิ้นความสัมพันธ์ ผมทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หน้าแอมป์กีตาร์ หยิบกีตาร์โปร่งตัวเก่งที่ผมรักเหมือนแขนขาขึ้นมาวางบนตัก โต้งเดินมาตบไหล่ผมเบาๆ ก่อนจะนั่งลงที่ชุดกลองข้างๆ เขาไม่พูดอะไรต่อ แต่เริ่มเคาะไม้กลองเป็นจังหวะช้าๆ หน่วงๆ เหมือนคนกำลังครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง ผมนิ้วเริ่มลากผ่านสายเหล็ก... *เกร๊ง*... เสียงมันบาดหูเสียจนผมต้องหยุดชะงัก ปมเรื่องพ่อที่คอยกดดันให้ผมทิ้งดนตรีไปเรียนบริหารยังไม่ทันจะคลี่คลาย ปัญหาเรื่องมีนที่พยายามจะแทรกเข้ามาในชีวิตก็โถมเข้ามาเหมือนคลื่นยักษ์ ผมหลับตาลง พยายามเปลี่ยนความเศร้าที่จุกอยู่ในอกให้กลายเป็นตัวโน้ต นิ้วของผมเริ่มเคลื่อนที่ไปตามสัญชาตญาณ ผมไม่ได้ตั้งใจจะเล่นเพลงที่มีเนื้อร้อง ผมแค่ต้องการให้กีตาร์ตัวนี้ระบายสิ่งที่ผมพูดออกไปไม่ได้ เสียงคอร์ดดรอปต่ำ (Drop D) ดังกังวานขึ้น มันเป็นท่วงทำนองที่หม่นหมองและสับสน เสียงสายกีตาร์ที่สั่นสะท้านสะท้อนถึงความโดดเดี่ยวที่ไม่มีใครเข้าใจ ผมเริ่มบรรเลงทำนองที่แสนเศร้า ท่วงทำนองที่ไม่ได้เน้นความแพรวพราวเหมือนทุกครั้ง แต่มันกลับหนักแน่นไปด้วยความผิดหวังในตัวเอง “มึงกำลังจะพังเพราะอารมณ์นะเว้ยไอ้โซ่” โต้งพูดขึ้นมาท่ามกลางเสียงดนตรี “ถ้ามึงไม่ไปง้อเขาตอนนี้ มึงอาจจะไม่ได้เห็นหน้าเขาในชมรมอีกเลยก็ได้” “ผมจะง้อยังไงดีวะโต้ง? ในเมื่อเขาปิดกั้นผมทุกทาง” ผมตอบกลับโดยที่นิ้วยังคงกรีดกรายไปตามฟิงเกอร์บอร์ด ผมใส่จังหวะขัด (Syncopation) เข้าไปเพื่อแทนความสับสนในจิตใจ ผมเล่นกีตาร์จนนิ้วโป้งเริ่มด้านและเจ็บ แต่มันเทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกข้างในที่กำลังแหลกสลาย ความเงียบในเสียงเพลงที่ผมพยายามสร้างขึ้นมา มันกลับดังยิ่งกว่าเสียงตะโกน... ทุกเสียงโน้ตที่ผมกดลงไปคือการขอโทษที่ผมส่งไปไม่ถึง เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่รู้ จนกระทั่งแสงอาทิตย์อัสดงสาดส่องผ่านหน้าต่างห้องซ้อมเข้ามาเป็นสีส้มแดงฉาน ผมวางกีตาร์ลงพลางถอนหายใจยาว โต้งลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทิ้งให้ผมอยู่คนเดียว ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูแชทที่ผมพิมพ์ข้อความทิ้งไว้เป็นสิบประโยค แต่พายไม่แม้แต่จะอ่าน... ผมตัดสินใจลุกขึ้นเดินออกจากห้องซ้อมด้วยความหวังอันริบหรี่ว่าจะไปดักรอเธอที่หน้าตึกบัญชี แต่ทว่า ทันทีที่ผมเลี้ยวพ้นมุมตึก ผมกลับต้องหยุดกึก ร่างของพายยืนอยู่ตรงนั้น... แต่เธอไม่ได้ยืนอยู่คนเดียว เธอไม่ได้อยู่กับเพื่อนบัญชี แต่เธอกำลังยืนอยู่กับผู้ชายอีกคนหนึ่งที่ผมจำได้แม่นว่าเป็นดาวเด่นของคณะบริหารธุรกิจที่เคยมาจีบเธอเมื่อตอนปีหนึ่ง ชายคนนั้นกำลังยื่นช่อดอกไม้สีขาวให้เธอ และสิ่งที่ทำให้หัวใจผมกระตุกวูบคือ... พายไม่ได้เดินหนีเขา เธอรับดอกไม้นั้นไว้ พร้อมกับรอยยิ้มจางๆ ที่ผมไม่ได้เห็นมาตลอดทั้งวัน และเมื่อเธอหันมาเห็นผมที่ยืนแข็งค้างอยู่ตรงนั้น สายตาของเธอก็เปลี่ยนจากความอ่อนโยนต่อคนตรงหน้า เป็นความเย็นชาที่ทำเอาผมก้าวขาไม่ออก ราวกับว่านี่คือจุดจบของทำนองรักที่ผมพยายามรักษามันไว้สุดหัวใจ ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับเมโลดี้ของผมนะครับ ขอให้คืนนี้ทุกคนได้ยินเสียงเพลงที่ปลอบประโลมหัวใจนะครับครับ
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%