"ถ้าคุณจะใช้นิ้วกดลงไปบนสายกีตาร์ด้วยความเกร็งขนาดนั้น ผมว่าเราควรเปลี่ยนจากการสอนดนตรี ไปเป็นการฝึกกายภาพบำบัดแทนดีไหมครับคุณพาย?"
ผมเอ่ยแซวพร้อมกับขยับตัวเข้าไปใกล้ร่างบางที่นั่งหลังตรงเป๊ะราวกับไม้บรรทัด พายตวัดสายตาคมกริบมามองผม เธอถอนหายใจยาวพลางวางปากกาเน้นข้อความลงบนตำราบัญชีเล่มหนาปึกที่วางกองอยู่บนโต๊ะไม้ตัวยาวในห้องซ้อมดนตรี เสียงกลองที่โต้งเพิ่งตีรัวทิ้งท้ายดังสะท้อนก้องก่อนจะดับลง เหลือเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนเอื่อยๆ แข่งกับเสียงหัวใจของผมที่เต้นผิดจังหวะเล็กน้อย
"ถ้านายไม่เอาแต่นั่งอมยิ้มแล้วสอนให้มันเป็นเรื่องเป็นราว ป่านนี้ฉันคงดีดคอร์ด C ได้จบเพลงไปแล้ว ไม่ใช่มานั่งฟังนายวิจารณ์ท่าทางของฉันแบบนี้" พายตอกกลับ เสียงของเธอเรียบนิ่งแต่แฝงไปด้วยความหงุดหงิดที่เริ่มก่อตัว
"ผมแค่ห่วงว่านิ้วสวยๆ ของคุณจะระบมก่อนจะได้เกรดเอวิชาบัญชีนะครับ" ผมยักไหล่พลางคว้ากีตาร์โปร่งคู่ใจมาพาดตัก นิ้วเรียวยาวดีดสายสร้างทำนองอะคูสติกเบาๆ เป็นการผ่อนคลายบรรยากาศที่ตึงเครียดให้ดูละมุนขึ้น
"พายจ๋า... ใจเย็นนะคนดี โซ่มันก็แค่ขี้เล่นไปงั้นแหละ แต่มันเป็นครูสอนดนตรีที่เก่งที่สุดในคณะเราเลยนะ ขอบอก!" โต้งที่นั่งอยู่มุมห้องตะโกนแทรกขึ้นมาพลางโยนไม้กลองเล่นอย่างอารมณ์ดี "ว่าแต่... มีนจ้องจะกินหัวโซ่มาตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ไม่คิดจะหันไปทักทายแฟนเก่าหน่อยเหรอเพื่อน?"
บรรยากาศในห้องที่เพิ่งจะผ่อนคลายพลันเย็นเยียบลงทันตาเห็น ผมเหลือบไปมองมีนที่ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงประตู ดวงตากลมโตคู่นั้นจับจ้องมาที่พายราวกับจะสำรวจว่าผู้หญิงคนนี้มีดีอะไร ถึงได้เข้ามานั่งล้อมวงติวหนังสือกับผมได้หน้าตาเฉย
"มีนไม่ได้จ้องกินหัวใครหรอกค่ะ แค่แวะมาดูว่าคนแถวนี้ยังจำตารางซ้อมของตัวเองได้ไหม" มีนเดินตรงเข้ามา ท่าทางมั่นใจแบบสาวนิเทศฯ ทำให้พายขยับตัวถอยห่างจากผมโดยสัญชาตญาณ
"ผมจำได้แม่นครับมีน แต่ตอนนี้ผมมี 'ภารกิจสำคัญ' คือการช่วยคุณพายสอบมิดเทอมให้ผ่านตามสัญญาที่ให้ไว้" ผมตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล แต่พยายามรักษาระยะห่างให้มากที่สุด
พายไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงแค่ก้มลงมองตัวเลขยุ่งเหยิงในสมุดบัญชี พยายามจดจ่อกับบทเรียนตรงหน้า แต่ผมสังเกตเห็นว่าปลายนิ้วของเธอสั่นเล็กน้อย หรือบางที... เธออาจจะไม่ได้กำลังกังวลเรื่องตัวเลขบัญชี แต่กำลังอึดอัดกับ 'ตัวเลขยุ่งเหยิง' ของหัวใจที่ผมเองก็เริ่มจะอ่านไม่ออก
"งั้นระหว่างที่นายติวเลข ฉันจะสอนกีตาร์พายเองดีไหม?" มีนขยับเข้ามาใกล้ผมมากขึ้น กลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่คุ้นเคยแตะเข้าที่ปลายจมูก "โซ่คงเหนื่อยแล้ว ให้ฉันช่วยแบ่งเบาบ้าง"
พายเงยหน้าขึ้นจากสมุด ทันใดนั้นรอยยิ้มบางๆ ที่ดูเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความท้าทายก็ปรากฏบนใบหน้าสวย "ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณมีน พอดีฉันชอบวิธีสอนแบบใจเย็นๆ ของโซ่มากกว่า... และที่สำคัญ ฉันเกลียดความวุ่นวายค่ะ โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้รับเชิญ"
คำพูดของพายทำให้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงัน โต้งถึงกับหยุดตีกลองแล้วทำหน้าเหวอ ผมเองก็อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม พายไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอที่ยอมให้ใครมาข่มได้ง่ายๆ และนั่นคือเสน่ห์ที่ทำให้ผมละสายตาจากเธอไม่ได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
"แรงนะเนี่ย" โต้งกระซิบข้างหูผม
ผมวางกีตาร์ลงกับพื้น พลางขยับเข้าไปใกล้พายมากขึ้นจนไหล่ของเราแตะกันเบาๆ พายชะงักไปครู่หนึ่ง แต่เธอก็ไม่ได้ขยับหนี ผมตัดสินใจเอื้อมมือไปกุมมือข้างที่ถือปากกาของเธอไว้แน่น เพื่อบังคับให้เธอหยุดเขียน
"ใจเย็นๆ ครับคุณพาย สูดลมหายใจลึกๆ แล้วลองมองตัวเลขพวกนี้ให้เหมือนเมโลดี้เพลงสิครับ ถ้าคุณเรียงลำดับมันได้ถูกคีย์ ทุกอย่างมันจะลงตัวเหมือนเสียงดนตรีเอง" ผมกระซิบข้างหูเธอ เสียงของผมทุ้มต่ำและจริงใจจนพายเริ่มผ่อนคลายลง
มีนยืนมองภาพนั้นด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนจากความมั่นใจเป็นความแค้นเคือง เธอสะบัดหน้าหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยไม่กล่าวลาแม้แต่คำเดียว แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง เธอหันกลับมาทิ้งท้ายด้วยสายตาที่ทำให้ผมรู้สึกสังหรณ์ใจอย่างประหลาด
"โซ่... นายคิดว่าสัญญาที่ให้นายติวหนังสือให้เขาเนี่ย มันจะจบลงแค่เรื่องเกรดจริงๆ เหรอ?"
ทันทีที่ประตูห้องซ้อมปิดลง พายก็ดึงมือออกจากการกุมของผมอย่างรวดเร็ว เธอจ้องหน้าผมด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม "โซ่ นายบอกฉันมาตามตรงนะ เรื่องที่นายยอมมาติวให้ฉันน่ะ... นายทำไปเพราะต้องการแค่ข้อแลกเปลี่ยนเรื่องดนตรีจริงๆ หรือนายมี 'ตัวเลข' อื่นในใจที่ยังไม่ได้บอกฉันกันแน่?"
ผมชะงักไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรงขึ้นราวกับรัวกลองชุดของโต้งในจังหวะโซโล่ ผมโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูเธอจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจของกันและกัน
"ถ้าผมบอกว่าโจทย์ข้อนี้... คือโจทย์ที่ผมไม่อยากให้ใครแก้ได้นอกจากคุณ คุณจะเชื่อไหมครับ?"
ในวินาทีที่พายกำลังจะอ้าปากตอบ เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นทำลายความเงียบ หน้าจอโชว์ชื่อ 'แม่' พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนเด้งขึ้นมาบนหน้าจอที่ทำให้พายหน้าซีดเผือดไปทันที—เป็นข้อความจากธนาคารแจ้งเตือนหนี้ก้อนโตที่เธอไม่เคยบอกใคร
"โซ่... นายต้องช่วยฉัน" พายเสียงสั่น เธอมองผมด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแตกสลาย "ฉันไม่ได้ต้องการแค่เรียนให้ผ่าน แต่ฉันต้องการเงินจำนวนนี้ภายในสามวัน ไม่งั้นอนาคตทุกอย่างที่ฉันสร้างมา... มันจะพังทลายลงต่อหน้าต่อตา"
ขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามเดินทางผ่านบทเพลงและตัวอักษรไปกับผมนะครับครับ
เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ•ตอนที่ 3
โน้ตตัวแรกกับตัวเลขยุ่งเหยิง
ผลงานโดย คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (คอร์ดรักกีตาร์โปร่ง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เมโลดี้รักจังหวะหัวใจ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!