เสียงหัวเราะในลำคอของคีย์ที่ดังขึ้นเคล้ากับบรรยากาศตึงเครียดในโถงทางเดินบริษัท ทำให้เม็ดเหงื่อกาฬของเหล่าผู้บริหารระดับสูงเริ่มผุดซึมตามไรผม ธันวาขยับกรอบแว่นสายตาอย่างเชื่องช้า แต่นัยน์ตาคมกริบหลังเลนส์นั้นกลับทอประกายเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เขายังไม่ทันได้เอ่ยปากตอกหน้าพี่ชายต่างแม่ผู้หิวโหยอำนาจคนนี้ให้หงายเงิบ มินนี่ก็ก้าวเท้าฉับๆ เข้ามาแทรกกลางระหว่างผู้ชายสองคนด้วยรอยยิ้มหวานหยาดเยิ้ม แต่วาจานั้นกลับคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน
"อุ๊ย! นึกว่าใคร ที่แท้ก็คุณคีย์นี่เอง..." มินนี่ลากเสียงสูงอย่างจงใจ ปรายตามองชุดสูทแบรนด์เนมราคาแพงลิบลิ่วของอีกฝ่ายตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาสมเพชระคนขบขัน "ลมอะไรหิ้วคุณมาถึงนี่คะ หรือว่ากลิ่นความล้มเหลวจากโปรเจกต์เก่ามันตีเข้าจมูก จนต้องวิ่งโร่มาขอเศษบุญจากคุณธันวาเขาอีกรอบ?"
"ปากกล้าดีนี่ ยัยอินฟลูเอนเซอร์ตกอับ" คีย์กัดฟันกรอด รอยยิ้มเสแสร้งบนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ "เธอคิดว่าเกาะติดหนุ่มเนิร์ดคนนี้แล้วจะรอดตัวไปได้งั้นเหรอ? บอกไว้ก่อนนะว่าหุ้นของบริษัทกำลังจะร่วงกวาดพื้น และฉันนี่แหละที่จะเข้ามาฮุบทุกอย่าง—"
"ติ๊ง!"
เสียงสัญญาณลิฟต์โดยสารวีไอพีดังขึ้นขัดจังหวะพอดี ธันวาไม่ปล่อยให้สุนัขตัวอื่นเห่าพร่ำเพรื่อไปมากกว่านี้ มือหนาคว้าข้อแขนเรียวของมินนี่แล้วดึงตัวเธอให้ก้าวเข้าไปในตัวลิฟต์อย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่เขาตวัดสายตาคมปลาบไปยังคีย์ที่กำลังจะก้าวตามเข้ามา
"ขอโทษด้วยนะครับคุณคีย์... ลิฟต์ตัวนี้ 'ระบบความปลอดภัย' สูงมาก และมันถูกตั้งค่าไว้ว่า 'ไม่ต้อนรับขยะเปียก' ครับ"
นิ้วเรียวกดปุ่มปิดประตูลิฟต์อย่างไม่ลังเล ท่ามกลางเสียงสบถอย่างหัวเสียของคีย์ที่ดังลอดเข้ามาได้ทันก่อนที่บานประตูเหล็กกล้าสีดำสนิทจะปิดสนิทลง ตัดขาดโลกภายนอกออกไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงพื้นที่แคบๆ แสนอึดอัดภายในกล่องสี่เหลี่ยมเคลื่อนที่ตัวนี้
บรรยากาศในลิฟต์เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันที ความเงียบงันเข้ามาปกคลุมจนได้ยินเสียงลมหายใจของคนทั้งคู่ชัดเจน มินนี่ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความโล่งอก เธอทิ้งน้ำหนักพิงแผ่นหลังแนบกับผนังกระจกใสเงาวับของลิฟต์ ก่อนจะหันไปแยกเขี้ยวใส่คนข้างๆ
"นายเนิร์ด! เก๊กอยู่ได้ เกือบจะเท่แล้วเชียวถ้าเมื่อกี้ฉันไม่ช่วยเบรกปากให้" มินนี่บ่นอุบอิบ พลางใช้มือพัดใบหน้าตัวเองที่เริ่มร้อนผ่าว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอารมณ์โกรธเมื่อครู่ หรือเพราะพื้นที่ในลิฟต์มันแคบจนเกินไปกันแน่
ธันวาไม่ได้ตอบทันที เขายืนนิ่งเงียบ ปลดกระดุมเสื้อสูทตัวนอกออกหนึ่งเม็ดอย่างใจเย็น ก่อนจะก้าวเข้าไปประชิดร่างบางที่พิงผนังอยู่ ดวงตาคมกริบก้มลงมองหญิงสาวที่สูงเพียงแค่ระดับอกของเขา รังสีความกดดันแบบซีอีโอมหาเศรษฐีแผ่ซ่านออกมาจนมินนี่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืนๆ
"ใครบอกว่าเธอช่วย..." เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดต้นคอทำเอาขนอ่อนลุกชันไปทั่วร่าง "ถ้าเธอไม่แทรกขึ้นมาซะก่อน... ฉันก็มีวิธีทำให้หมาตัวนั้นหมอบราบคาบแก้วภายในสามวินาทีอยู่แล้ว"
"นี่นาย..." มินนี่เงยหน้าขึ้นเถียง แต่คำพูดทั้งหมดก็ต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อพบว่าระยะห่างระหว่างใบหน้าของพวกเขานั้นใกล้กันจนเกินไปแล้ว ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องลึกลงไปในนัยน์ตาคู่คมที่สะท้อนภาพเงาของเธออยู่ข้างในนั้น มันไม่มีความเย็นชาหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงประกายความคลั่งรักและบางสิ่งที่ร้อนแรงพุ่งทะยานจนเธอไม่กล้าสบตาตรงๆ
"ขยับ... ขยับไปหน่อยสิ นายตัวใหญ่เกินไปแล้วนะ" มินนี่พยายามใช้มือดันแผงอกกว้างของเขาออกเบื้องหน้า แต่ทว่าธันวากลับไม่ได้ขยับเขยื้อน เขายกแขนข้างหนึ่งขึ้นยันผนังกระจกไว้ เป็นการกักขังร่างบางเอาไว้ในอ้อมแขนโดยสมบูรณ์ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นไอความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ยิ่งทำให้หัวใจดวงน้อยของอินฟลูเอนเซอร์สาวเต้นรัวระรัวราวกับกลองเพล
"ไม่ขยับ..." ธันวาเอ่ยเสียงพร่าต่ำ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน "ในเมื่อเธอชอบสอดปากเข้ามาในเกมของฉันนัก... งั้นก็ต้องรับโทษ 'จำจำเลยรัก' ซะให้เข็ด"
"นายมัน... อื้อ!"
คำพูดต่อว่าของมินนี่ถูกกลืนหายไปในลำคอทันที เมื่อริมฝีปากหยักลึกประกบทาบทับลงมาอย่างไร้การเตือนล่วงหน้า มันไม่ใช่จูบที่รุนแรงป่าเถื่อน แต่เป็นความนุ่มนวล ลึกซึ้ง และตักตวงความหวานที่ทำให้สติปัญญาอันเฉียบคมของแม่ค้าออนไลน์สายปั่นหลุดลอยหายไปในอากาศ สมองของเธอขาวโพลนไปหมด ร่างกายอ่อนยวบยาบจนต้องใช้มือคว้าจับปกเสื้อสูทของเขาไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยว
เสียงหัวใจที่เต้นโครมครามดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์ลิฟต์ที่กำลังเคลื่อนตัวลงสู่ชั้นใต้ดิน ความใกล้ชิดที่แนบแน่นจนแทบจะหลอมละลายเป็นร่างเดียวกัน ทำให้ความเย็นชาของซีอีโอหนุ่มผู้คลั่งรักละลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาอันดิบเถื่อนที่ถูกเก็บกดมานาน
ทว่า... ในจังหวะที่มินนี่กำลังจะเคลิบเคลิ้มไปกับรสจูบอันเร่าร้อนนั้น เสียงระบบดิจิตอลภายในลิฟต์ก็ดังขึ้นขัดจังหวะ
"ติ๊ง! ถึงชั้นจอดรถใต้ดิน... ประตูลิฟต์กำลังจะเปิดออก"
ธันวาผละริมฝีปากออกอย่างเสียดาย ปลายจมูกโด่งยังคงคลอเคลียอยู่ข้างแก้มใสที่ขึ้นสีแดงจัดราวกับผลมะเขือเทศสุก เขาเหลือบมองหน้าจอแสดงผลชั้นลิฟต์แวบหนึ่ง ก่อนจะยกย่องมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่รี้ดเดอร์เห็นแล้วต้องกรี๊ดสد
"ดูเหมือนเกมของเรา... จะมีแขกไม่ได้รับเชิญมารอรับที่ชั้นล่างอีกแล้วนะครับที่รัก"
ประโยคสุดท้ายกระซิบแผ่วเบาข้างใบหู ก่อนที่บานประตูกระจกนิรภัยของลิฟต์จะค่อยๆ เลื่อนเปิดออก เผยให้เห็นร่างสูงโปรดของ 'ใครบางคน' ที่ยืนกอดอกรออยู่หน้าประตู พร้อมกับรอยยิ้มเยาะเย้ยที่เตรียมจะพ่นพิษใส่พวกเขาทันทีที่ก้าวออกไป...
...โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ...
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนเมล่อนโซดามาโดยตลอดนะคะ!
คุณชายเนิร์ดผู้คลั่งรักกับยัยตัวร้ายสายปั่น•ตอนที่ 6
จังหวะซิตคอม
ผลงานโดย เมล่อนโซดา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เมล่อนโซดา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง คุณชายเนิร์ดผู้คลั่งรักกับยัยตัวร้ายสายปั่น นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!