"ข้าบอกแล้วว่าพายแอปเปิ้ลอบฉ่ำเนยสูตรพิเศษนี้ เหลือเพียงสามชิ้นสุดท้ายเท่านั้น หากท่านช้ากว่านี้อีกก้าวเดียว เกรงว่าแม้แต่กลิ่นหอมจางๆ บนใบตองก็คงปลิวหายไปกับสายลมแล้วค่ะ คุณชาย"
เสียงใสแต่หนักแน่นของหลินซีดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหลเล็กๆ หน้าเพิงร้านค้าชั่วคราวที่ตอนนี้ถูกห้อมล้อมไปด้วยกลุ่มพ่อค้ากองคาราวานและนักเดินทางข้ามแดนจนแทบไม่มีทางเดิน
กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้ผสมผสานกับความหวานซ่อนเปรี้ยวของแอปเปิ้ลป่าจากมิติลับ ลอยฟุ้งกระจายไปไกลจนดึงดูดผู้คนที่สัญจรผ่านไปมาบนเส้นทางสายหลักให้ต้องหยุดม้าและเกวียน
ย้อนกลับไปเมื่อหนึ่งชั่วยยามก่อน หลินซีเพิ่งจะลำเลียงขนมปังเนยสดและพายผลไม้ออกจากเตาอบดินเผาที่เฟยหรงช่วยสร้างให้อย่างแข็งขัน ใครจะคาดคิดว่าเพียงแค่พระอาทิตย์ยังไม่ทันจะลอยถึงกลางหัว ขนมปังนับร้อยชิ้นที่นางตั้งใจจะทยอยขายตลอดทั้งวัน กลับถูกกวาดซื้อเกลี้ยงเกลาจนชั้นวางไม้แทบจะว่างเปล่า
"อร่อย! แม่นางหลิน ข้าเดินทางรอนแรมมาครึ่งค่อนเดือน ไม่เคยลิ้มรสขนมสิ่งใดที่ทำให้ร่างกายอบอุ่นและมีเรี่ยวแรงขึ้นมาทันทีเช่นนี้มาก่อนเลย!" พ่อค้าต่างเมืองคนหนึ่งอุทานเสียงดัง พร้อมกับวางเหรียญเงินลงบนโต๊ะไม้ด้วยความเต็มใจยิ่ง โดยไม่ต่อรองราคาแม้แต่นصفอีแปะเดียว
หลินซียิ้มรับอย่างมีมารยาท ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยความพึงพอใจ หัวการค้าของนางเริ่มคำนวณกำไรมหาศาลที่จะไหลเข้ากระเป๋าในวันนี้ ทว่าในขณะที่นางกำลังจะยื่นถุงกระดาษบรรจุขนมชิ้นสุดท้ายให้ลูกค้ารายนั้น เงาร่างคุ้นตาของใครบางคนก็พุ่งแหวกฝูงชนเข้ามาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด
"หลินซี! เจ้าทำเป็นกระหยิ่มยิ้มย่องใหญ่โตเลยนะ! ขายดิบขายดีจนหางโผล่แล้วสินะ ถึงได้กล้าเปิดร้านแข่งกับญาติสนิทมิตรสหายในตระกูลเดียวกันแบบนี้!"
เสียงแหลมปรี๊ดของเฉินโม่ดังแทรกขึ้นมาทำลายบรรยากาศครึกครื้น เขายืนเท้าสะเอวใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความอิจฉาริษยา สองตาจ้องมองตะกร้าเงินเหรียญตรงหน้าหลินซีราวกับสุนัขจิ้งจอกจ้องมองชิ้นเนื้ออันโอชะ
ฝูงชนที่กำลังรุมล้อมอยู่รอบร้านต่างพากันเงียบเสียงลงและหันมามองเป็นตาเดียว หลินซีมิได้แสดงอาการตกใจหรือหวาดกลัวแม้แต่น้อย นางเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ปัดเศษแป้งบนมือออกอย่างใจเย็น ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่เชือดเฉือน
"อ้าว ท่านพี่เฉินโม่ ลมอะไรหอบท่านมาถึงที่นี่ได้ หรือว่ากลิ่นหอมของขนมปังร้านข้าจะเตะจมูกจนท่านทนเก็บตัวอยู่บ้านไม่ได้เสียแล้วคะ? แต่ก็น่าเสียดายจริงๆ นะคะที่ท่านมาช้าไปหน่อย เพราะตอนนี้... ของหมดเกลี้ยงแล้วค่ะ"
"เจ้า! อย่ามาทำปากดีนะหลินซี!" เฉินโม่หน้าดำคร่ำเครียดด้วยความโกรธจัด เขาพยายามจะก้าวเข้ามาปัดกวาดข้าวของบนโต๊ะเพื่อระบายความคับแค้นใจ แต่ทว่า...
ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเขาจะได้สัมผัสขอบโต๊ะ ร่างสูงใหญ่ของเฟยหรงที่ยืนเงียบอยู่หลังเตามาตลอดก็ก้าวออกมาขวางไว้ราวกับกำแพงเหล็ก อดีตแม่ทัพหนุ่มไม่ได้พูดอะไรสักคำ เพียงแค่ปรายตามองเฉินโม่ด้วยแววตาดุดันดั่งพญาเสือที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวแผ่ซ่านออกมาจนเฉินโม่ต้องผถอยหลังกรูดโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าไม่อยากให้มือของเจ้าต้องพิการไปตลอดชีวิต ก็ไสหัวไปซะ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาสั้นๆ แต่ทรงพลังจนเฉินโม่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ได้แต่ฮึดฮัดขัดใจแล้วเดินหนีหายไปท่ามกลางฝูงชนด้วยความอัปยศ
บรรยากาศรอบตัวกลับคืนสู่ความรื่นรมย์อีกครั้ง หลินซีหันไปยิ้มหวานให้สามีหนุ่มผู้คอยปกป้องนางอย่างเงียบเชียบเสมอ
ทว่า ในขณะที่ความสำเร็จกำลังหอมหวานและเงินทองกำลังไหลมาเทมา เสียงฝีเท้าหนักแน่นของม้าศึกหลายสิบตัวก็ควบตรงเข้ามาหยุดที่หนหน้าเพิงร้านค้า ฝุ่นตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ
บุรุษในชุดเกราะหรูหราผู้มีใบหน้าคมคายเคร่งขรึมก้าวลงจากหลังม้า สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบร้านก่อนจะมาหยุดที่เฟยหรง และเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทุกคนในที่นั้นสะดุดกัก
"แม่ทัพเฟย... ราชยโองการด่วนจากเมืองหลวง มาถึงท่านแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความหอมหวานนี้ไปพร้อมกับหลินซีนะคะ!
แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน•ตอนที่ 13
ความสำเร็จที่เกินคาด
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!