"ถ้าเจ้ากล้าเอาเมล็ดพันธุ์ชั้นต่ำพวกนั้นลงดิน แปลงผักตระกูลเฉินของเราคงกลายเป็นแหล่งขยะไปพอดี!"
เสียงแหลมสูงของเฉินโม่ดังแหวขึ้นท่ามกลางความเงียบของยามสาย เขาถือวิสาสะเดินดุ่มๆ เข้ามาในเขตฟาร์มหลังบ้าน พร้อมกับกวาดสายตามองแปลงดินที่ถูกเตรียมไว้อย่างประณีตด้วยความดูแคลน สองมือไขว้หลังเชิดหน้าขึ้นฟ้า ทำท่าทางราวกับตนเป็นเจ้าของที่ดินผืนนี้ตัวจริง
หลินซีที่กำลังถือเสียมไม้ไผ่ขัดเงาอยู่ในมือ ชะงักกึกเล็กน้อย นางไม่ได้หันกลับไปทันที แต่เลือกที่จะค่อยๆ วางเครื่องมือลงบนพื้นดินอย่างใจเย็น ส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุดในรอบปี
หญิงสาวปัดเศษดินออกจากฝ่ามือช้าๆ ก่อนจะหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่ที่ขยันหาเรื่องมาสร้างความรำคาญให้ไม่เว้นแต่ละวัน ดวงตากลมโตฉายแววเยียบเย็นระคนขบขัน "อ๋อ... นี่คงเป็นเพราะท่านพี่เฉินโม่มีความเชี่ยวชาญเรื่อง 'ขยะ' เป็นพิเศษสินะคะ ถึงได้มองไปทางไหนก็เห็นแต่เงาของตัวเองทับซ้อนอยู่เต็มไปหมด"
"นี่เจ้า...!" เฉินโม่หน้าดำคร่ำเครียด ขบกรามจนสันนูนขึ้นมา คำพูดเหน็บแนมของนางมารร้ายผู้นี้มักจะแทงใจดำเขาได้เสมอ ยิ่งคิดถึงเรื่องที่ร้านขนมปังของนางขายดิบขายดีจนกำไรเป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ร้านของเขากำลังจะเจ๊งไม่เป็นท่า ความอิจฉาริษยาในอกก็ยิ่งแผดเผาจนแทบคลั่ง "ที่ดินตรงนี้บรรพบุรุษตระกูลเฉินเคยหมายตาไว้ เจ้าเป็นแค่สะใภ้ที่แต่งเข้ามา มีสิทธิ์อะไรมาพลิกแผ่นดินปลูกผักสะเปะสะปะแบบนี้!"
"สิทธิ์ที่ดินผืนนี้เป็นชื่อของสามดิฉัน และสิทธิ์ที่ข้าพเจ้าหาเงินมาซื้อด้วยหยาดเหงื่อแรงงานค่ะ" หลินซีสาวเท้าเข้าไปใกล้ทีละก้าว ท่วงท่าสง่างามแต่น่าเกรงขามในคราเดียวกัน รัศมีของแม่ค้ามือทองที่ผ่านการฟาดฟันกับลูกค้าเคี่ยวๆ มานับไม่ถ้วนแผ่ซ่านออกมาจนเฉินโม่เผลอถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว "ถ้าท่านว่างมากจนไม่มีอะไรทำ ทำไมไม่เอาเวลาไปส่องกระจกดูสภาพตัวเองตอนนี้ล่ะคะ เผื่อว่าจะสำนึกได้ว่าควรเอาสมองส่วนไหนมาคิดเรื่องทำมาหากิน มากกว่าจะคอยมาอิจฉาริษยาชาวบ้านเขาไปทั่ว"
"เจ้า... เจ้ามันปากกล้าไร้ยางอาย!" เฉินโม่ชี้หน้าด้วยความโกรธจัด หมายจะพุ่งเข้ามาปัดแปลงเพาะปลูกให้พังทลาย
ทว่า ยังไม่ทันที่ปลายนิ้วของเขาจะได้แตะโดนดิน เงาร่างสูงใหญ่ของบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาขวางกลางระหว่างคนทั้งสองไว้เสียก่อน เฟยหรงไม่ได้พูดอะไรสักคำ แต่อดีตแม่ทัพหนุ่มผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนเพียงแค่ปรายตามองนิ่งๆ ด้วยแววตาดุจพญายมที่พร้อมจะปลิดชีพคนได้ทุกเมื่อ กลิ่นอายกดดันอันน่าสะพรึงกลัวก็ทำให้เฉินโม่ถึงกับแข็งค้าง กลืนน้ำลายลงคอatอย่างยากลำบาก ขาที่ก้าวออกไปเมื่อครู่หดกลับแทบไม่ทัน
"ถ้าไม่อยากให้มือคู่นี้ของข้าต้องเปื้อนเลือดสุนัข ไสหัวออกไปจากเขตบ้านของข้าซะ" เฟยหรงเอמהเสียงทุ้มต่ำ กังวาน และทรงพลัง จนแผ่นดินใต้เท้าคล้ายจะสั่นสะเทือน
เฉินโม่หน้าซีดเผือดเป็นไก่ต้ม รีบสาวเท้าถอยหลังกรูดด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ก่อนจะสะดุดชายผ้าตัวเองล้มกลิ้งไม่เป็นท่า แต่ก็ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงร้อง เขารีบตะเกียบคตะกายลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีหายลับไปจากรั้วบ้านอย่างไม่คิดชีวิต
หลินซีมองตามหลังอีกฝ่ายไปพลาญส่ายหัวเบาๆ นางหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยดย้อยให้สามีหนุ่มที่ยืนหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างกาย "ท่านพี่นี่ดุจริงๆ เลยนะคะ ขู่แค่นี้เขาก็แทบจะฉี่รดกางเกงอยู่แล้ว"
เฟยหรงถอนหายใจยาว สีหน้าเคร่งขรึมเมื่อครู่พลันอ่อนลงทันทีเมื่อสบตากับภรรยา "ข้าแค่วิตกกังวลว่ามันจะมารบกวนเวลาพักผ่อนของเจ้า... แปลงนี้พร้อมแล้วใช่ไหม?"
"ค่ะ เรียบร้อยดีมาก"
หลินซีหันกลับมามองแปลงดินที่ถูกเตรียมไว้ สำรับดินร่วนซุยสีดำสนิทที่นางผสมปุ๋ยพิเศษจากมิติลับจนอุดมไปด้วยแร่ธาตุ พร้อมกับระบบรดน้ำอัตโนมัติที่ประดิษฐ์ขึ้นเองจากเศษไม้และท่อไผ่
ในมิติลับของนางเวลานี้ มีเมล็ดพันธุ์พืชวิเศษและสมุนไพรหายากที่ถูกเก็บรักษาไว้ในสภาวะสุญญากาศมาระยะหนึ่งแล้ว วันนี้แหละคือฤกษ์งามยามดีที่จะนำพวกมันออกมาสู่โลกภายนอก เพื่อยกระดับวัตถุดิบในการทำเบเกอรี่และอาหารเพื่อสุขภาพให้ก้าวไปอีกขั้น
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึกๆ ยื่นมือเรียวสวยออกไปเบื้องหน้า ในห้วงความคิดจิตใจเชื่อมโยงกับมิติลับทันที แสงสีทองเรืองรองจางๆ พาดผ่านปลายนิ้ว ก่อนที่ถุงผ้าไหมปักลายประณีตจะปรากฏขึ้นในอุ้งมือ
นางบรรจงเปิดปากถุงออก กลิ่นหอมหวานบริสุทธิ์คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายดินหลังฝนตกใหม่ๆ ก็โชยกำจายออกมาทันที จนแม้แต่เฟยหรงยังต้องสูดหายใจเข้าลึกด้วยความทึ่ง
"นี่คือ...?" เฟยหรงเอ่ยถามอย่างสนใจ
"เมล็ดพันธุ์ 'สตรอว์เบอร์รีหิมะมรกต' และ 'แป้งสาลีจันทرا' ค่ะ" หลินซีดวงตาเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น นางหยิบเมล็ดพันธุ์สีเขียวมรกตใสราวกระจกขึ้นมาอวดสามี "พืชพวกนี้ไม่ได้หาได้ทั่วไปในตลาดหรอกนะคะ ถ้าเราปลูกพวกมันสำเร็จ เค้กและขนมปังสูตรใหม่ของเราจะมีความพิเศษจนไม่มีใครเทียบเคียงได้แน่นอน และที่สำคัญ... สรรพคุณในการบำรุงร่างกายและฟื้นฟูพลังปราณก็ยอดเยี่ยมมากด้วยค่ะ"
หลินซีเริ่มลงมือหยอดเมล็ดพันธุ์ลงหลุมทีละหลุมอย่างประณีต ทุกการเคลื่อนไหวเต็มไปด้วยความตั้งใจและทะนุถนอมราวกับกำลังปั้นแต่งผลงานศิลปะชิ้นเอก เฟยหรงคอยช่วยตักดินกลบอย่างเบามือ เคียงบ่าเคียงไหล่ภรรยาอย่างรู้ใจ บรรยากาศรอบตัวอบอวลไปด้วยความอบอุ่นและเรียบง่ายที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยอันวุ่นวายนี้
เมื่อเมล็ดสุดท้ายถูกฝังลงสู่ผืนดิน หลินซีก็หยิบน้ำค้างสวรรค์จากบ่อน้ำในมิติลับมารดลงบนแปลงเพาะปลูก ทันทีที่หยดน้ำใสสะอาดสัมผัสกับผืนดิน แสงสีเขียวเรืองรองอ่อนๆ ก็แผ่ซ่านลึกลงไปใต้รากพืช ราวกับชีวิตชีวานับร้อยปีถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในชั่วพริบตา
ทว่า ในขณะที่ทั้งสองกำลังชื่นชมผลงานของตนเองด้วยความภาคภูมิใจอยู่นั้น เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเสียงเคาะประตูรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นอย่างกระชั้นชิด พร้อมกับเสียงตะโกนด้วยความตื่นตระหนกของเพื่อนบ้านผู้ดูแลแปลงเกษตรฝั่งตรงข้าม
"คุณหลินซี! คุณเฟยหรง!แย่แล้วครับ! รีบมาดูที่ตลาดกลางหมู่บ้านเร็วเข้า!"
หลินซีขมวดคิ้วมุ่น นางสบตากับเฟยหรงทันทีด้วยความรู้สึกสังหรณ์ใจประหลาด ทั้งสองรีบสาวเท้าเดินไปเปิดประตูรั้ว
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือพ่อค้าคนกลางจากเมืองหลวงผู้ผูกขาดวัตถุดิบแป้งสาลี ยืนยิ้มเยาะเย้ยอยู่ท่ามกลางกลุ่มทหารรับจ้างติดอาวุธครบมือ ด้านหลังของพวกเขาคือโกดังเก็บสินค้าของหลินซีที่ถูกพังประตูจนพังยับเยิน และกลิ่นบางอย่างที่คุ้นเคยกำลังโชยออกมาจากข้างใน... กลิ่นอายของสารเคมีแปลกปลอมที่ตั้งใจทำลายสินค้าล็อตใหญ่ทั้งหมดในพริบตา!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความหอมหวานนี้ไปพร้อมกับหลินซีและเฟยหรงนะคะ!
แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน•ตอนที่ 16
ขยายพื้นที่ทำฟาร์ม
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!