“ถ้าท่านยังเอาแต่ขุดหลุมฝังเมล็ดพันธุ์ผักกาดขาวด้วยความลึกเท่ากับการขุดหลุมฝังศพศัตรูในสนามรบเช่นนี้ เกรงว่าผักน้อยเหล่านี้คงไม่มีทางได้ผุดได้เกิดมารับแสงตะวันเป็นแน่ค่ะ ท่านเฟยหรง”
เสียงหวานใสเจือรอยหัวเราะเบาๆ ดังขึ้นท่ามกลางแปลงเกษตรท้ายบ้าน หลินซีในชุดผ้ากันเปื้อนสีครีมสะอาดตา ยืนกอดอกมองบุรุษร่างสูงใหญ่ที่กำลังเหงื่อท่วมกาย มือหนาที่เคยถือทวนและดาบยาวปลิดชีพข้าศึกมานักต่อนัก บัดนี้กลับกำลังถือเสียมเล่มเล็กด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายฉายแววเคร่งเครียดจริงจังราวกับกำลังวางแผนยุทธศาสตร์กู้ชาติ
เฟยหรงชะงักมือที่กำลังจะหย่อนเมล็ดพันธุ์ลงหลุมที่สี่ เขาเงยหน้าขึ้นจากพื้นดิน สลัดคราบอดีตแม่ทัพผู้เกรียงไกรทิ้งไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงสามีหมาดๆ ที่กำลังพยายามพิสูจน์ฝีมือการเป็นชาวสวนเพื่อภรรยาคนสวย
“ข้าเพียงแต่เกรงว่า หากขุดตื้นเกินไป เมล็ดพันธุ์เหล่านี้จะถูกนกกาคาบไปกิน หรือไม่อย่างนั้นก็อาจทนทานต่อลมหนาวที่กำลังจะมาถึงไม่ไหว... เจ้าก็รู้ว่าข้าอยากให้ผักล็อตแรกของพวกเราเติบโตอย่างแข็งแรงที่สุด เพื่อนำไปใช้เป็นวัตถุดิบในร้านขนมปังและเมนูอาหารใหม่ของเจ้าไม่ใช่หรือ” เฟยหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม แววตาคมกริบที่เคยดุดันยามอยู่ในสนามรบ บัดนี้กลับฉายประกายความอ่อนโยนและเว้าวอนจนคนมองต้องใจสั่น
หลินซีอมยิ้ม นางเดินเข้าไปใกล้พลางยื่นผ้าเช็ดหน้าสะอาดซับเหงื่อบนหน้าผากให้เขาอย่างเบามือ
“ความตั้งใจของท่านน่ะดีค่ะ ข้าซาบซึ้งใจยิ่งนัก แต่พืชผักเขามีวิถีชีวิตของเขานะคะท่านพี่ ขุดลึกเกินไปรากหายใจไม่ออก โตช้าแถมยังอาจเน่าตายได้... มาค่ะ ให้ภรรยาผู้เชี่ยวชาญด้านมิติลับคนนี้สอนวิธีเพาะปลูกที่ถูกต้องให้ท่านดีกว่า”
นับตั้งแต่ที่สองสามีภรรยาตกลงกันว่าจะยกระดับร้าน “เบเกอรี่หอมกรุ่น” ให้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการใช้วัตถุดิบสดใหม่ที่ปลูกเอง เฟยหรงก็อาสาขอรับหน้าที่เป็น “ชาวสวนมือหนึ่ง” ของบ้านทันที แม้ว่าทักษะติดตัวของเขาจะมีแต่การทำสงครามและการเอาชีวิตรอด แต่ความขยันขันแข็งและความคลั่งรักที่พร้อมทุ่มเททุกอย่างให้ภรรยา ทำให้หลินซีรู้สึกอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก
ภาพของอดีตแม่ทัพผู้เย่อหยิ่ง ยอมก้มหน้าก้มตาพรวนดิน รดน้ำ และศึกษาตำราเกษตรกรรมอย่างเอาเป็นเอาตาย กลายเป็นภาพความสุขเรียบง่ายที่หาไม่ได้จากที่ใดในโลกใบนี้
ทว่า ความสงบสุขในแปลงผักหลังบ้านก็อยู่ได้ไม่นานนัก...
*ปัง! เสียงถีบประตูรั้วไม้หน้าบ้านดังสนั่นหวั่นไหว* ตามมาด้วยเสียงโวยวายแหลมสูงที่เป็นเอกลักษณ์ของญาติผู้พี่ตัวแสบอย่าง “เฉินโม่” ผู้ไม่เคยสำนึกผิดแม้แต่น้อยหลังจากการโดนตบหน้ากลางตลาดในสัปดาห์ก่อน
“หลินซี! นังสารเลวตัวดี ออกมาพบข้าเดี๋ยวนี้! เจ้ากล้าดียังไงถึงปล่อยข่าวลือเรื่องสูตรขนมปังมีพิษจนร้านค้าของข้าไม่มีใครกล้าเหยียบเข้าไปซื้อ! วันนี้ข้าจะมาทวงความยุติธรรม เอาโฉนดที่ดินตรงนี้ชดใช้มาให้หมด!”
เฉินโม่ก้าวเข้ามาในอาณาเขตบ้านพร้อมกับอันธพาลท้องถิ่นอีกสามคน ในมือถือไม้กระบองแกว่งไปมาอย่างกร่าง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้นและฤทธิ์สุราที่ดื่มย้อมใจมาก่อนจะบุกมา
หลินซีหุบยิ้มทันที แววตาคู่สวยฉายแววเย็นชาและเย้ยหยัน นางยังไม่ทันได้ขยับตัวก้าวออกไปเผชิญหน้า มือหนาของเฟยหรงที่เพิ่งวางเสียมลงก็เอื้อมมาจับข้อมือนางไว้เบาๆ
“อยู่ที่นี่ เดี๋ยวด้าจัดการเอง” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่ทรงพลัง อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงจนคนฟังรู้สึกหนสันหลังวาบ
เฟยหรงค่อยๆ ยืดกายขึ้นเต็มความสูง ร่างกายกำยำภายใต้เสื้อผ้าที่เปื้อนฝุ่นดินก้าวเดินออกไปช้าๆ ทว่าสง่าราศีของอดีตแม่ทัพกลับแผ่ซ่านออกมาราวกับพญาเสือที่กำลังจะตะครุบเหยื่อ ดวงตาคมกริบกวาดมองเฉินโม่และลิ่วล้อด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์
“เจ้า... เจ้าคือไอ้ทหารพิการที่เกาะเมวกินนี่หว่า!” เฉินโม่สะดุ้งโหยงเมื่อสบเข้ากับดวงตานั้น แต่ยังคงฝปากดีร้องตะโกนต่อ “ดี! ในเมื่อผัวเมียคู่นี้มันรังแกญาติสนิท วันนี้ข้าจะพังร้านพวกแกให้ราบคาบ!”
“รังแกงั้นหรือ?” เสียงหวานใสเอ่ยแทรกขึ้นอย่างใจเย็น หลินซีเดินเคียงบ่าเคียงไหล่สามี ใบหน้าประดับรอยยิ้มการค้าอันเป็นเอกลักษณ์ แต่แววตากลับคมกริบดั่งใบมีด “คนที่เที่ยวขโมยสูตรขนมปังคนอื่นไปทำเลียนแบบจนแป้งขึ้นราขายไม่ออก แล้วยังหน้าด้านมากล่าวหาว่าผู้อื่นใส่ร้าย... คือพวกท่านต่างหากล่ะคะท่านพี่เฉินโม่”
“นังตัวดี ปากเก่งนักนะ! พี่น้อง จัดการมันเลย!” เฉินโม่หน้าดำคร่ำเครียด สั่งลูกน้องพุ่งเข้าใส่
ทว่า ก่อนที่อันธพาลพวกนั้นจะได้ขยับก้าวที่สอง เฟยหรงก็เคลื่อนไหวราสายฟ้าแลบ มือหนาคว้าคอเสื้อของหัวโจกคนแรกแล้วเหวี่ยงกระเด็นไปกระแทกกับรั้วไม้จนไม้หักพังเป็นแถบๆ ในกระบวนท่าเดียวโดยที่แทบไม่ต้องออกแรงมากนัก ลิ่วล้ออีกสองคนเห็นดังนั้นก็หน้าซีดเผือด เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นทันทีด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
“ไสหัวไป... ก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจส่งพวกเจ้าไปนอนคุยกับรากผักที่สามีข้าเพิ่งจะปลูกเมื่อครู่” เฟยหรงเอ่ยเสียงเย็นเยียบ
เฉินโม่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัว ลนลานพยุงพรรคพวกวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากบ้านราวกับสุนัขจนตรอก ทิ้งเสียงโหยหวนไว้เบื้องหลัง
หลินซีถอนหายใจเบาๆ หันไปมองสามีด้วยความทึ่ง “ท่านนี่นะ มือหนักขึ้นทุกวันระวังผักในแปลงจะตกใจหมดนะคะ”
เฟยหรงเปลี่ยนสีหน้าจากพยือร้ายกลเป็นสุนัขตัวโตออดอ้อนภรรยาในพริบตา เขายิ้มกริ่มแล้วโน้มตัวลงกระซิบข้างหู “ถ้าผักตกใจ ข้ามีวิธีทำให้เจ้าหายตกใจด้วยวิธีอื่นดีไหม... เช่น การชิมขนมปังสูตรใหม่ที่อบเสร็จร้อนๆ ในมิติลับของเจ้าดีล่ะ?”
หลินซีหน้าแดงก่ำกำลังจะอ้าปากเอ็ด แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยอันใด สายตากลับเหลือบไปเห็นเงาร่างลึกลับในชุดคลุมสีดำสนิทผู้หนึ่ง กำลังยืนเร้นกายอยู่บนกำแพงรั้วบ้านด้านหลัง พร้อมกับโยน “กล่องไม้ปริศนา” ตราประทับราชสำนักตกลงมาที่เท้าของนางพอดี!
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความหอมหวานนี้ไปพร้อมกับหลินซีนะคะ!
แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน•ตอนที่ 11
เมื่อทหารหนุ่มกลายเป็นชาวสวน
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!