เสียงทุบโต๊ะไม้สนอัดแน่นดัง "ปัง!" จนถ้วยเซรามิกเคลือบชาอุ่นๆ ถึงกับสั่นสะเทือน น้ำชาสีอำพันกระฉอกลงบนพื้นผิวโต๊ะไม้ขัดเงา เป็นสัญญาณเตือนภัยที่ชัดเจนว่า แขกผู้มาเยือนในยามบ่ายแก่ๆ รายนี้ไม่ได้มาดีอย่างแน่นอนค่ะ
หลินซีวางถาดอบขนมปังเคลือบสารกันติดลงบนเคาน์เตอร์ด้วยจังหวะที่นุ่มนวลและมั่นคง เธอไม่ได้สะดุ้งตกใจกับเสียงคำรามปนก้าวร้าวเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย ดวงตากลมโตคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อย มองประเมินร่างท้วมหนาของ "เฉินโม่" ญาติห่างๆ ฝ่ายมารดาผู้มีใบหน้าบึ้งตึงและแววตาระaมโลภคู่นั้น ที่ตอนนี้กำลังยืนหายใจฮึดฮัดอยู่กลางร้านเบเกอรี่อันแสนสงบของเธอ
"หลินซี! นังหลานอกตัญญู! เธอคิดจะซ่อนตัวอยู่ในรูหนูชนบทแห่งนี้นานแค่ไหนกัน!"
เสียงตะคอกแหบพร่าของเฉินโม่ดังลั่นจนลูกค้าประจำหลายคนที่กำลังนั่งละเลียดกาแฟดริปหอมกรุ่นและครัวซองต์เนยสดถึงกับชะงัก ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อคลุมผ้าฝ้ายดิบที่นั่งมุมร้าน—เฟยหรง อดีตแม่ทัพหนุ่มผู้ผันตัวมาเป็นคนสวน—ค่อยๆ วางแก้วกาแฟลงอย่างเชื่องช้า เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เงาร่างหนาของเขาแผ่ขยายปกคลุม บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนอุณหภูมิในร้านราวกับถูกแช่แข็งด้วยไอเย็นจัดจากสนามรบ
แต่หลินซีกลับยกมือขึ้นห้ามสามีไว้เบาๆ ด้วยรอยยิ้มบางเฉียบที่มุมปาก รอยยิ้มที่ไม่ได้ไปถึงดวงตา และเป็นรอยยิ้มแบบเดียวกับที่เธอมักจะใช้ต้อนรับคู่ค้าหน้าเลือดในตลาดมืด
"ถ้าเสียงแหบๆ ของท่านน้าเฉินยังแผดดังเกินระดับเดซิเบลที่กฎระเบียบของร้านข้ากำหนด เกรงว่าข้าคงต้องเชิญท่านออกไปสัมผัสบรรยากาศบริสุทธิ์นอกร้านแทนนะคะ" หลินซีกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทว่าเฉียบคมจนคนฟังถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง
เฉินโม่หน้าดำคร่ำเครียด เขาตบโต๊ะอีกครั้งด้วยความโมโห "เจ้ากล้าดียังไงมาไล่ข้า! ที่ดินแปลงนี้... บ้านหลังนี้ และสูตรขนมปังประหลาดที่พวกเจ้ากำลังทำขายอยู่นี่ มันสมusควรเป็นของตระกูลเฉินต่างหาก! พินัยกรรมของท่านยายระบุไว้ชัดเจนว่าทรัพย์สินทุกชิ้นต้องตกเป็นของบุตรชายคนโต ซึ่งก็คือพ่อของข้า!"
"พินัยกรรม?" หลินซีหัวسาะในลำคอเบาๆ เสียงหัวسาะนั้นช่างไพเราะราวกับเสียงกระดิ่งแก้ว แต่กลับทำให้เฉินโม่รู้สึกหนสันหลังวาบ "พินัยกรรมฉบับที่ท่านป้าเขียนขึ้นบนกระดาษเช็ดปากเมื่อสิบปีก่อน ตอนที่นางเมาสุราจนครองสติไม่ได้น่ะหรือคะ? น่าเสียดายจริงๆ ที่ทางทางการเมืองหลวงเพิ่งประกาศรับรองโฉนดที่ดินผืนนี้ในชื่อของข้าเมื่อเดือนก่อน... แบบนี้เขาเรียกว่า 'กรรมสิทธิ์ชอบธรรม' ไม่ใช่ 'สมบัติผลราก' ที่ใครหน้าไหนจะมายื้อแย่งตามอำเภอใจนะคะ"
บรรยากาศภายในร้านเงียบกริบ เสียงลมหายใจของเฉินโม่ดังฟึดฟัดด้วยความคับแค้นใจ เส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าอ้วนท้วมบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนน่าเกลียด เขาอุตส่าห์เดินทางรอนแรมข้ามภูเขามาสามวันสามคืนเพื่อมาฮุบทำ0เงินก้อนโต แต่กลับต้องมาเจอแม่ค้าปากกล้าที่เคี้ยวไม่ขาดอย่างหลินซี
"นังตัวดี! แกคิดว่ามีทหารตกอับคนนี้คอยหนุนหลังแล้วจะยิ่งใหญ่ค้ำฟ้าหรือไง!" เฉินโม่ชี้หน้าหลินซีด้วยปลายนิ้วสั่นเทา ก่อนจะหันไปถ่มน้ำลายลงบนพื้นร้านอย่างเสียมารยาท "ถ้าพวกแกไม่ยอมโอนโฉนดที่ดินและมอบสูตรลับการทำขนมปังให้ข้าภายในวันนี้ ข้าจะไปฟ้องท่านอำเภอ บอกว่าพวกเจ้าลักลอบใช้เวทมนตร์นอกรีตในการทำธุรกิจ คอยดูเถอะว่าพวกแกจะยังลอยหน้าลอยตาขายของอยู่ได้อีกไหม!"
หลินซีหุบยิ้มทันที แววตาของเธอลุกโชนด้วยประกายไฟแห่งความดุร้าย มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบมีดหั่นขนมปังด้ามเงินสลักลายวิจิตรขึ้นมาถือไว้ ปลายคมกริบสะท้อนแสงไฟสีส้มอุ่นจากเตาอบ เธอก้าวเท้าเดินออกจากเคาน์เตอร์ช้าๆ ท่วงท่าองอาจและเด็ดเดี่ยวราวกับพญาหงส์ที่กำลังกางปีกปกป้องอาณาเขต
"เชิญไปฟ้องได้ตามสบายเลยค่ะท่านน้า..." หลินซีโน้มตัวเข้าไปกระซิบใกล้ๆ จนเฉินโม่ต้องผงะถอยหลังด้วยความหวาดกลัว "แต่ก่อนที่ท่านจะไปถึงศาลอำเภอ ข้าอยากเตือนสติท่านสักนิดว่า... วัตถุดิบชั้นเลิศที่อยู่ในตู้เก็บของของข้า หากนำมาทำเป็นไส้พายอบร้อนๆ รสชาติคงจะกลมกล่อมถูกปากพวกสัตว์ป่าแถบนี้ไม่น้อยเลยนะคะ โดยเฉพาะ... 'หมูป่าหิวกระหาย' ที่ชอบบุกรุกเข้ามาสร้างความเสียหายในเขตหวงห้าม"
เฟยหรงที่ยืนเงียบมานาน ขยับตัวก้าวเข้ามาเคียงข้างภรรยา ร่างสูงใหญ่กดสายตาดุร้ายมองเฉินโม่ราวกับพญาอินทรีมองเหยื่อ พร้อมกับปลดปมเชือกหนังที่ข้อมือออกช้าๆ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ทำเอาเฉินโม่หน้าซีดเผือด ขาแข้งอ่อนแรงจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น ความโลภที่มีมลายหายไปในพริบตาเมื่อเผชิญหน้ากับจิตสังหารอันแท้จริงของอดีตแม่ทัพสนามรบ
เฉินโม่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก้าวถอยหลังกรูดด้วยความตื่นตระหนก ยกมือขึ้นชี้หน้าหลินซีอย่างสั่นเทา "ทะ...นังเด็กนี่... พวกแก... พวกแกมันพวกนอกคอก! ข้าไม่จบแค่นี้แน่!"
พูดจบ เฉินโม่ก็หมุนตัววิ่งหนีเตลิดเปิดเปิงออกไปจากร้าน ล้มลุกคลุกคลานชนเข้ากับป้ายไม้หน้าร้านจนเกือบคว่ำ สร้างเสียงหัวسาะเบาๆ ให้กับลูกค้าในร้านที่นั่งชมละครฉากใหญ่กันอย่างสนุกสนาน
หลินซีถอนหายใจยาวเหยียด ยอมเก็บมีดลงฝักก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานให้กับสามีหนุ่มที่ยังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด "เหนื่อยหน่อยนะคะท่านแม่ทัพของฉัน"
เฟยหรงส่ายหน้าเบาๆ ดวงตาคมกริบฉายแววอ่อนโยนยามมองภรรยา "พี่ไม่เหนื่อยหรอก... แต่เกรงว่ากลิ่นหอมของ 'พายแอปเปิ้ลคาราเมลร้อนๆ' ที่เพิ่งอบเสร็จเมื่อครู่ จะถูกรบกวนด้วยกลิ่นไม่พึงประสงค์ของเจ้าคนน่ารำคาญนั่นเสียแล้ว"
คำพูดของเฟยหรงทำให้หลินซีหัวسาะออกมาเสียงดังอย่างอารมณ์ดี ความตึงเครียดเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เธอกลิ่นกายหอมกรุ่นของเนยและคาราเมลที่ลอยอบอวลไปทั่วห้องครัวในมิติลับเริ่มฟุ้งกระจายออกมาอีกครั้ง เมื่อเธอสะบัดมือเบาๆ เพื่อหยิบผลแอปเปิ้ลทองคำสดๆ จากต้นในมิติออกมาเตรียมทำขนมลอตใหม่เพื่อปลอบใจลูกค้า
ทว่า... ในวินาทีที่หลินซีหั่นแอปเปิ้ลลูกแรกเป็นชิ้นบางๆ กลิ่นหอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ของคาราเมลเคี่ยวก็พลันเปลี่ยนเป็นกลิ่นหอมฉุนแปลกประหลาด—กลิ่นหอมของสมุนไพรโบราณที่เธอไม่เคยสัมผัสมาก่อนในมิตินี้
และก่อนที่เธอจะทันได้หันไปบอกเฟยหรง เสียงเคาะประตูกระจกหน้าร้านเบเกอรี่ก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเป็นจังหวะ พร้อมกับเงาร่างของสตรีในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ ปักลวดลายด้ายเงินรูปตราสัญลักษณ์ลับแห่งราชสำนัก ที่กำลังยืนรอคอยความเมตตาอยู่เบื้องหน้า ท่ามกลางหมอกหนาทึบที่จู่ๆ ก็เคลื่อนตัวเข้ามาปกคลุมหมู่บ้านชนบทแห่งนี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย...
ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนความอร่อยในทุกๆ ตอนด้วยนะคะ!
แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน•ตอนที่ 7
ศัตรูเก่ามาเยือนถึงถิ่น
ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!