แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน•ตอนที่ 2

เตาอบในกระท่อมร้าง

ผลงานโดย เบเกอรี่มิติต่างโลก
"ท่าน... ท่านปีศาจหรือเปล่า?" เสียงทุ้มต่ำที่เคยราบเรียบและเต็มไปด้วยความระแวดระวังของเฟยหรง บัดนี้กลับสั่นพร่าเล็กน้อย นัยน์ตาคมกริบของอดีตแม่ทัพผู้ผ่านสนามรบมาโชกโชนเบิกกว้างจนแทบถลน จ้องมองแผ่นเหล็กสีดำสนิทที่พลันปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับส่งเสียงหึ่งต่ำๆ คล้ายเครื่องจักรกลลึกลับจากต่างมิติ กลิ่นหอมกรุ่นของเนยฝรั่งเศสแท้ที่ละลายผสานไปกับแป้งพัฟฟ์บางกรอบชั้นแล้วชั้นเลิศ ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งห้องโถงคับแคบของกระท่อมไม้ร้าง กลิ่นนี้ช่างรุนแรงและเย้ายวนเสียจนกระเพาะอาหารที่ว่างเปล่าของบุรุษร่างสูงใหญ่ส่งเสียงร้องประท้วงออกมาอย่างน่าอับอาย หลินซีที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเตาอบวิเศษจากระบบมิติลับไม่ได้มีเวลามาใส่ใจอาการตกตะลึงของสามีหมาดๆ นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวสวยปัดหน้าจอโฮโลแกรมเรืองแสงสีฟ้าใสที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศอย่างคล่องแคล่ว ดวงตากลมโตเป็นประกายเจิดจ้าด้วยความมุ่งมั่นและสัญชาตญาณนักธุรกิจเลือดนักสู้ [ติ๊ง! ยืนยันการเปิดใช้งานร้านค้าชั่วคราว "เบเกอรี่มิติต่างโลก" รอบปฐมนิเทศ] [วัตถุดิบในคลัง: แป้งสาลีเกรดพรีเมียมจากมิติที่ 4, เนยสดแท้ 100%, เมล็ดกาแฟอาราบิก้าคั่วบดระดับซิกเนเจอร์] [ภารกิจแรก: จำหน่ายครัวซองต์เนยสด 50 ชิ้น และกาแฟดริป 30 แก้ว ภายในเวลาเที่ยงวันนี้ เพื่อปลดล็อกสิทธิ์การขยายพื้นที่ทำกิน หากล้มเหลว จะถูกหักคะแนนความประพฤติและริบแปลงเกษตร!] ให้ตายสิ ขู่เก่งเสียจริงเจ้าชีวมิติบ้านี่! หลินซีแอบพ่นลมหายใจออกมาอย่างหมั่นไส้ในใจ แต่มุมปากกลับยกยิ่องusองด้วยความท้าทาย นางเป็นถึงเชฟเบเกอรี่มือทองและนักการตลาดมือฉกาจในโลกเก่า ก่อนจะทะลุมิติมาอยู่ในร่างสะใภ้ตกอับผู้นี้ นางผ่านสมรภูมิการแข่งขันทางธุรกิจมานับไม่ถ้วน แค่ขายขนมปังในยุคโบราณที่มีแต่แป้งหยาบๆ กับเนื้อย่างแห้งผาก จะยากสักแค่ไหนกันเชียว? "ไม่ใช่ปีศาจเสียหน่อยค่ะท่านสามี..." หลินซีหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยังคงยืนแข็งทื่อราวกับรูปปั้นหิน "นี่คือ... นวัตกรรมทำมาหากินต่างหากเล่าคะ" เฟยหรงกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาไม่ใช่คนโง่ แม้จะไม่เข้าใจว่าสิ่งมหัศจรรย์ตรงหน้าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่กลิ่นหอมของขนมปังสีทองอร่ามที่เพิ่งถูกหยิบออกมาจากกล่องเหล็กปริศนานั้น มันหอมเสียจนสัญชาตญาณดิบในตัวร่ำร้องอยากลิ้มลอง "เจ้า... ซ่อนของพวกนี้ไว้ที่ใดกัน?" เฟยหรงเอ่ยถามเสียงแหบพร่า ก้าวเท้าเข้าไปใกล้ร่างบางโดยไม่รู้ตัว ดวงตาคมกราบกวาดมองถาดขนมปังพัฟฟ์รูปพระจันทร์เสี้ยวที่เรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ เนื้อแป้งขึ้นฟูสวยงามจนเห็นชั้นเนยแทรกตัวชัดเจน ยิ่งยามที่ต้องกับแสงแดดที่ลอดผ่านหน้าต่างไม้เก่าๆ มันช่างดูราวกับงานศิลปะชั้น "เป็นความลับทางการค้าค่ะ" หลินซีเอียงคอตอบอย่างอารมณ์ดี พลางยื่นมือไปหยิบแก้วกระดาษเก็บความร้อนที่มีไอควันพวยพุ่งออกมาเล็กน้อยยื่นให้เขา "อ่ะ ลองชิมกาแฟดริปนี่ดูสิคะ รับรองว่าท่านจะไม่เคยลิ้มรสอะไรแบบนี้มาก่อนในชีวิตแน่ๆ" เฟยหรงรับแก้วประหลาดนั้นมาด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดเตะเข้าที่ปลายจมูกทันที ความขมเข้มแต่แฝงด้วยความนุ่มละมุนลอยเด่นขึ้นมา เขาค่อยๆ จิบของเหลวสีดำสนิทนั้นลงคอ... วินาทีแรก รสชาติขมอมเปรี้ยวเล็กน้อยกระจายไปทั่วปลายลิ้น ก่อนจะตามมาด้วยความหวานชุ่มคอที่อบอวลยาวนาน ความเหนื่อยล้าจากการทำไร่ทำนาและบาดแผลเรื้อรังในร่างกายคล้ายจะถูกชำระล้างให้หายไปในพริบตา! "นี่มัน..." เฟยหรงเบิกตากว้างขึ้นอีกครั้งอย่างตื่นตะลึง พลังงานแปลกประหลาดสายหนึ่งแล่นพล่านไปทั่วร่าง ความกระปรี้กระเปร่าที่หาย aไปนานนับปีกลับคืนมาอย่างน่าอัศจรรย์ "รสชาตินี้... ร่างกายข้ารู้สึกเบาสบายขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ!" "เห็นไหมล่ะคะ? ดิฉันไม่เคยหลอกท่านหรอก" หลินซีหัวเราะคิกคักอย่างพึงพอใจ นางตบมือเบาๆ เรียกสติสามี "ในเมื่อท่านเติมพลังเรียบร้อยแล้ว ก็ถึงเวลาที่เราจะไปกอบกู้ฐานะครอบครัวกันเสียทีค่ะ!" ว่าแล้ว หญิงสาวก็จัดแจงหยิบตะกร้าไม้สานใบใหญ่ที่ระบบเตรียมไว้ให้บรรจุครัวซองต์เนยสดกลิ่นหอมฟุ้งลงไปอย่างเป็นระเบียบ พร้อมกับอุปกรณ์ชงกาแฟพกพา นางตั้งใจจะไปเปิดแผงขายของชั่วคราวที่ทางเข้าตลาดประจำตำบล แม้ที่นี่จะเป็นเขตชายแดนและผู้คนจะค่อนข้างยากจน แต่กลิ่นหอมระดับพรีเมียมขนาดนี้ ต่อให้เป็นขอทานก็ต้องยอมควักเงินก้อนสุดท้ายมาซื้อแน่นอน! แต่ทว่า... โลกนี้มักไม่ปล่อยให้คนขยันทำมาหากินได้มีความสุขโดยง่าย ขณะที่สองสามีภรรยากำลังก้าวเท้าเดินออกจากประตูบ้าน เสียงตึงตังโครมครามพร้อมกับเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางก็ดังแว่วมาแต่ไกล "ฮ่าๆๆ! นึกว่าหนีไปตายที่ไหน ที่แท้ก็ยังซุกหัวกันอยู่ในกระท่อมผุๆ นี่เอง!" น้ำเสียงแหลมสูงน่ารำคาญที่คุ้นหูเป็นอย่างดีดังขึ้น พร้อมกับร่างท้วมของ 'เฉินโม่' ลูกพี่ลูกน้องฝ่ายแม่ผู้มีศักดิ์เป็นญาติจอมปลอม เดินนำหน้าสมุนมือมีดร่างกำยำอีกสองคนตรงเข้ามาขวางทางเข้าออกบ้านไว้อย่างกร่าง ใบหน้าอ้วนท้วมบิดเบี้ยวด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียม มือข้างหนึ่งถือสัญญาเช่าที่ดินฉบับปลอมแปลงที่เพิ่งไปบังคับขู่เข็ญนายอำเภอมา หลินซีหรี่ตาลงทันที รังสีอำมหิตพวยพุ่งออกจากร่างเพรียวบาง ความทรงจำของร่างเดิมหลั่งไหลเข้ามา เฉินโม่ผู้นี้คือคนที่คอยสูบเลือดสูบเนื้อครอบครัวของนางมาตลอด ถือโอกาสตอนที่บิดามารดาของนางเสียชีวิต ฮุบที่ดินทำกินและขับไล่พวกนางให้มาอยู่นกระท่อมร้างแห่งนี้ แถมยังเคยคิดจะขายตัวนางให้กับเศรษฐีเฒ่าเพื่อแลกกับเงินพนันอีกด้วย! "อ้าว นึกว่าหมาที่ไหน ที่แท้ก็ญาติผู้พี่ตัวดีที่ชอบปล้นทรัพย์ชาวบ้านนี่เองค่ะ" หลินซีเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เชือดเฉือน รอยยิ้มบนใบหน้าหวานหยาดเยิ้มไม่ได้ไปถึงดวงตาคู่สวยที่ตอนนี้กำลังฉายแววเย็นเยียบราวน้ำแข็งขั้วโลก เฉินโม่ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสตรีตรงหน้าไม่ได้หวาดกลัวตัวสั่นเทาเช่นเคย แถมยังมีท่าทีเย่อหยิ่งจองหองขึ้นอย่างผิดหูผิดตา เขาแค่นเสียงฮึดฮัดในลำคอ ชูสัญญาในมือขึ้นสูงแล้วประกาศกร้าว "นังสารเลวปากดี! เลิกทำปากเก่งได้แล้ว วันนี้หมดเวลาเล่นสนุกของพวกเจ้าโง่สองสามีภรรยาแล้ว ที่ดินแปลงนี้และกระท่อมผุๆ นี่ ทางการตัดสินให้ตกเป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว! ส่วนสูตรลับขนมปังที่เจ้าแอบซุกซ่อนไว้... คายออกมาเสียดีๆ มิฉะนั้น อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!" บรรยากาศรอบตัวพลันเย็นเยียบลงทันที เฟยหรงที่ยืนอยู่ด้านหลังก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ร่างสูงใหญ่แผ่รังสีนักฆ่าออกมาโดยสัญชาตญาณ มือหนาเอื้อมไปกุมด้ามดาบเก่าๆ ที่เหน็บอยู่ข้างเอว นัยน์ตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยจิตสังหารที่กดขี่จนเฉินโม่หน้าถอดสีถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ทว่า... หลินซีกลับยกมือขึ้นแตะแขนแกร่งของสามี เป็นเชิงบอกให้เขายอดใจรอชมการแสดง หญิงสาวก้าวเท้าเดินผ่านหน้าสามีออกไปเผชิญหน้ากับญาติผู้พี่ตัวแสบด้วยท่าทีสง่างามราวกับพญาหงส์ นางหัวเราะเบาๆ ในลำคอ น้ำเสียงไพเราะแต่กลับสร้างความหนาวสะท้านให้แก่ผู้ฟัง "อยากได้ที่ดิน? อยากได้สูตรขนมปัง?" หลินซีปัดชายเสื้อเบาๆ เดินเข้าไปใกล้เฉินโม่ทีละก้าว ดวงตากลมโตจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว "ฝันกลางวันกลางแดดเปรี้ยงแบบนี้ ระวังสมองจะสุกจนกินไม่ได้นะคะ... พี่ชาย" "นัง... นังนี่!" เฉินโม่โกรธจนหน้าดำคร่ำเครียด ชี้หน้าด่ากราด "จัดการมัน! รื้อกระท่อมมันให้ราบ แล้วค้นหาของมีค่าทุกชิ้นให้หมด!" สมุนร่างยักษ์สองคนพุ่งเข้ามาหมายจะคว้าตัวหลินซีไว้ แต่วินาทีนั้นเอง... [ติ๊ง! ตรวจพบภัยคุกคามภายนอก เปิดใช้งานระบบป้องกันพิเศษ: "สเปรย์พริกไทยมิติที่ 9" และ "หมัดเหล็กสะท้านฟ้า"] หลินซีแสยะยิ้มเหี้ยม มือเรียวคว้ากระป๋องสเปรย์สีทองอร่ามที่ปรากฏขึ้นในมือจากอากาศธาตุอย่างไร้รอยต่อ หันไปฉีดใส่หน้าสมุนคนแรกเต็มแรงในระยะประชิด! "อ๊ากกก! แสบตา! ตาฉัน! ช่วยด้วย!" เสียงโหยหวนดังลั่นป่า สมุนร่างยักษ์ล้มลงดิ้นทุรนทุรายกุมใบหน้าตัวเองทันที ก่อนที่คนร้ายคนที่สองจะทันได้ตั้งตัว เฟยหรงที่รอจังหวะอยู่นานก็พุ่งตัวออกไปราวกับสายฟ้าแลบ หมัดหนักหน่วงซัดเข้าที่ปลายคางของสมุนคนที่สองอย่างแม่นยำ ร่างใหญ่โตกระเด็นลอยไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนสลบเหมือดคาที่ในหมัดเดียว! เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นภายในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ! เฉินโม่เบิกตากว้าง อ้าปากค้างจนแมลงวันแทียบ่อย เขาตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว ถอยหลังกรูดจนสะดุดรากไม้ล้มกลิ้งไม่เป็นท่า เงยหน้าขึ้นมองหลินซีที่ยืนถือกระป๋องประหลาดส่งควันจางๆ ด้วยสายตาราวกับมองเห็นปีศาจของจริง หลินซีค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้เฉินโม่ที่กำลังหวาดผวา นางก้มตัวลงเล็กน้อย ส่งยิ้มพิมพ์ใจที่ทำเอาเฉินโม่ขนหัวลุกวาบ "เอาล่ะค่ะท่านพี่โม่... ไหนๆ ท่านก็ุตส่าห์มาเยือนถึงที่แล้ว..." หลินซีหยิบครัวซองต์เนยสดชิ้นโตออกจากตะกร้า ยัดใส่ปากของเฉินโม่ที่อ้าค้างอยู่ด้วยความตกใจอย่างแรงจนอีกฝ่ายเกือบสำลัก "กินขนมปังต้อนรับอาคันตุกะเสียหน่อยนะคะ... แล้วก็ฟังให้ดี!" หญิงสาวโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเฉินโม่ด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเฉียบขาด "ถ้าไม่อยากให้กระดูกทั่วร่างของพวกแกแหลกละเอียดคามือสามีฉัน... ไสหัวออกไปจากที่ดินของฉันเสีย! และจำไว้ให้ขึ้นใจ... หนี้เก่าที่แกเคยโกงบ้านฉันไปทุกบาททุกสตางค์..." นางหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาวโรจน์อย่างเยือกเย็น "...ฉันจะตามทวงคืนทั้งต้นทั้งดอก แบบทบต้นทบดอกจนพวกแกหมดตัว กลายเป็นขอทานข้างถนนแน่ค่ะ!" เฉินโม่สำลักครัวซองต์ชิ้นโตออกมาอย่างทุลักทุเล หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความแค้นเคืองและหวาดกลัวสุดขีด เขาลนลานคลานหนีหัวซุกหัวซอนราวกับสุนัขจนตรอก ตะโกนเสียงหลงวิ่งหนีหายเข้าป่าไปอย่างไม่คิดชีวิต ทิ้งสมุนสองคนที่นอนสลบเหมือดไว้เบื้องหลัง หลินซีพ่นลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ปัดเศษแป้งออกจากมือเบาๆ ก่อนจะหันกลับมาส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้กับสามีหนุ่มที่ยืนมองนางด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความทึ่งและประกายระยิบระยับลึกซึ้งที่อ่านไม่ออก "ท่านมองอะไรหรือคะ? หน้าฉันมีแป้งติดอยู่เหรอ?" หลินซีเอียงคอถามอย่างสงสัย เฟยหรงส่ายหัวช้าๆ มุมปากหนายกยิ้มขึ้นเป็นครั้งแรก รอยยิ้มที่ทำให้ใบหน้าคมคายนั้นหล่อเหลาจนใจสั่น เขาเดินเข้ามาใกล้ ก้มลงมองสตรีตัวเล็กแต่ใจเด็ดตรงด้วยสายตารักใคร่และหลงใหลที่ปิดไม่มิด "เจ้า... ช่างน่าสนใจเสียจริง หลินซี" เฟยหรงเอ่ยเสียงนุ่ม ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังอบอุ่นหัวใจและน่าติดตาม... จู่ๆ เสียงระฆังเตือนภัยโบราณจากหมู่บ้านชายแดนก็ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้น ท้องฟ้าทิศเหนือพลันแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทะมึน ฝุ่นตลบอบอวลพร้อมกับเสียงควบม้าศึกนับร้อยตัวที่กำลังมุ่งตรงมายังกระท่อมร้างแห่งนี้อย่างรวดเร็ว! เฟยหรงหุบยิ้มทันที สีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดจริงจังในเสี้ยววินาที เขาดึงตัวหลินซีเข้า Ma อยู่ด้านหลังปกป้องทันที นัยน์ตาสีเข้มจ้องเขม็งไปยังกลุ่มฝุ่นควันปริศนาที่กำลังใกล้เข้ามาด้วยจิตสังหารรุนแรง "มาแล้ว..." เฟยหรงพึมพำเสียงต่ำ "คนจากกองทัพหลวง... ตามหาตัวข้าจนพบจนได้" หลินซีเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบเมื่อตระหนักได้ว่า... สงครามแย่งชิงชีวิตสงบสุขกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว! *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอขอบพระคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เบเกอรี่มิติต่างโลก" มาโดยตลอดนะคะ!
สารจากนักเขียน (เบเกอรี่มิติต่างโลก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง แม่ค้าขนมปังสายฟาด กับนายทหารปากร้ายที่อยากเป็นชาวสวน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%