"ข้อเสนอเจ็ดสัดส่วนสาม ข้าถือว่าท่านยื่นเงื่อนไขมาด้วยความเมามาย มากกว่าความจริงใจเสียอีกนะครับ คุณชายถัง"
น้ำเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ เย็นเยียบราวกับกระแสลมหนาวแรกของฤดูเหมันต์ นางไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชีปกหนังแกะที่วางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม แสงตะเกียงน้ำมันพืชส่องกระทบปลายคางเรียวโค้งได้รูปและเส้นผมที่รวบไว้ด้วยปิ่นไม้เรียบง่าย ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับกดดันจนถังอี้หมิง ทายาทตัณหาหนาและเจ้าเล่ห์แห่งหอการค้าเมืองรอง ต้องกลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
ถังอี้หมิงขยับรอยยิ้มฝืดเจื่อนบนใบหน้า มือที่ถือพัดจีบสั่นระริกเล็กน้อย ยิ่งยามที่เขาเหลือบไปเห็นร่างสูงใหญ่ของพันจ่าเว่ยหลาง สามีหนุ่มผู้มียศตำแหน่งและกลิ่นอายอันตรายจากสนามรบ ยืนกอดอกพิงกรอบประตูด้วยสายตาคมกริบดั่งพยัคฆ์ซุ่มรอตะครุบเหยื่อ ความมั่นใจที่เคยพกมาเต็มร้อยก็แทบจะมลายหายสิ้น
"คุณหนูหลิน... เอ๊ย ฮูหยินเว่ย อย่าเพิ่งรีบปฏิเสธกันเลยน่า" ถังอี้หมิงฝืนหัวเราะกลบเกลื่อนความประหม่า เขาพยายามจัดเสื้อผ้าแพรต่วนราคาแพงของตนให้เข้าที่ "การที่ร้านสมุนไพรและใบชา 'เฟียนเซียน' ของท่านเติบโตพุ่งพรวดจนผูกขาดตลาดการค้าปลีกในมณฑลเหนือได้ภายในเวลาไม่กี่เดือน มันสะดุดตาผู้มีอำนาจหลายฝ่าย... ข้าเพียงแต่นำ 'โอกาส' มายื่นให้ท่าน ร่วมมือกับสกุลถังของพวกเรา ท่านจะมีทั้งเส้นสายทางการเมืองและเงินทุนหนาเตอะที่จะขยายกิจการไปทั่วประเทศ การปฏิเสธข้าในยามนี้ เท่ากับท่านกำลังเอาอนาคตของตระกูลเว่ยมาเสี่ยงเล่นนะครับ"
หลินฟางเซียนปืดสมุดบัญชีดัง *ฉาด* เสียงนั้นคมชัดราวกับเสียงสะท้อนของกิโยตินในตลาดหุ้นที่นางเคยคร่ำหวอดมาในอดีตชาติ นางเงยหน้าขึ้นสบตาคู่แข่งทางการค้าด้วยแววตาที่เย้ยหยันอย่างไม่ปิดบัง
"อนาคตของตระกูลเว่ย?" นางทวนคำด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ "คุณชายถัง ท่านคงเข้าใจอะไรผิดไปถนัด... หุ้นส่วนที่ท่านเสนอมา คือการให้สกุลถังถือหุ้นใหญ่หادสิบห้าเปอร์เซ็นต์ โดยอ้างว่าใช้บารมีของตระกูลท่านคุ้มครองความปลอดภัย แต่แท้จริงแล้วคือการฮุบสูตรลับชาสมุนไพรและสิทธิ์การกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายมืดของท่านต่างหาก วิธีการสูบเลือดสูบเนื้อเช่นนี้ ในตลาดหุ้นเขาเรียกว่า 'การฮอบบี้ เทคโอเวอร์' (Hostile Takeover) ซึ่งน่าเสียดาย... ข้าเกลียดการโดนเอาเปรียบยิ่งกว่าเกลียดหนอนในข้าวสารเสียอีกนะครับ"
ถังอี้หมิงหน้าถอดสี รอยยิ้มจอมปลอมแตกกระเจิง ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธที่ถูกจี้จุดตาย "หลินฟางเซียน! อย่าให้มันมากนักนะ เจ้าคิดว่ามีสามีเป็นทหารกระจอกๆ แล้วจะคานอำนาจกับตระกูลถังได้หรือ? ตลาดสินค้าเกษตรและใบชาในมือข้า ถ้าข้าบอกว่าห้ามใครรับซื้อของจากเจ้า รับรองว่าพรุ่งนี้ร้านของเจ้าจะไม่มีแม้แต่ใบชาแห้งสักใบเดียว!"
บรรยากาศในห้องรับแขกอึมครึมลงในพริบตา กลิ่นอายความกดดันแผ่ซ่านจนแทบหายใจไม่ออก
ทว่า ก่อนที่เว่ยหลางจะก้าวเท้าออกจากกรอบประตูเพื่อสั่งสอนไอ้สารเลวที่บังอาจมาข่มขู่ภรรยา หลินฟางเซียนกลับยกมือขึ้นห้ามสามีไว้เบาๆ นางแย้มยิ้ม มุมปากหยักลึกด้วยความมั่นใจ ราวกับคนถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
"เชิญท่านสั่งห้ามตามสบายเลยครับ คุณชายถัง" ฟางเซียนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ก้าวเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลัง "เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าได้เซ็นสัญญาผูกขาดการส่งออกใบชาเกรดพรีเมียมกับสำนักการค้าหลวงและกองทัพภาคตะวันตกเรียบร้อยแล้ว สินค้าทั้งหมดของข้ามีตราประทับราชสำนักคุ้มครอง... ถ้าท่านกล้าขัดขวาง ก็ลองดูว่าหัวบนบ่าของท่าน หรือเส้นสายกระจอกๆ ของตระกูลถัง อันไหนจะหลุดออกจากร่างก่อนกัน"
ถังอี้หมิงผงะถอยหลังจนสะดุดชายผ้าตัวเอง หน้าซีดเผือดราวกับคนใกล้ตาย ข้อมูลวงในระดับนี้ แม้แต่บิดาของเขาก็ยังไม่รู้ระแคะระคาย หลินฟางเซียนนางปีศาจตนนี้รู้ล่วงหน้าได้อย่างไร!
"เจ้า... เจ้ามันบ้า..." ถังอี้หมิงชี้หน้าสั่นเทา ก่อนจะสะบัดชายแขนเสื้อแล้ววิ่งหนีออกจากเรือนไปอย่างไม่คิดชีวิต
เว่ยหลางมองตามหลังไอ้ตัวปัญหาที่วิ่งหางจุกตูดออกไป ก่อนจะหันมามองภรรยาคนเก่งด้วยสายתาเป็นประกายระยิบระยับเต็มไปด้วยความหลงใหล เขาเดินเข้ามาโอบเอวบางไว้หลวมๆ ก้มลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่เจือความขี้อ้อน "ภรรยาของข้าช่างน่ากลัวเสียจริง... แบบนี้คนที่คิดจะเข้ามาจีบเจ้า คงต้องพกกรมธรรม์ประกันชีวิตมาด้วยสินะครับ"
ฟางเซียนค้อนใส่สามีเบาๆ หนึ่งที นางตีมือหนาที่โอบเอวอยู่ "อย่ามาทำเป็นพูดดีเลยค่ะ... เอ๊ย พูดดีเลยนะครับคุณสามี" นางแก้คำอุทานตามกฎเหล็กของตัวเองแทบไม่ทัน พลางอมยิ้มขำ "จัดการเรื่องงานเสร็จแล้ว ท้องฟ้าก็เริ่มโพล้เพล้พอดี วันนี้ข้าตั้งใจจะเข้าครัวตุ๋นซุปกระดูกหมูตุ๋นรากบัวใส่พุทราจีนสูตรลับ แถมด้วยปลาทอดกรอบราดซอสเปรี้ยวหวานจานโปรดของท่าน ฝีมือข้า รับรองว่าหอมฟุ้งไปทั่วทั้งสามหมู่บ้านจนท่านต้องยอมสยบแน่นอน"
พูดจบ กลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศจีนและน้ำซุปเคี่ยวเคี่ยวเคี่ยวจนงวดได้ที่ ก็ลอยโชยผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเตะจมูก ท่ามกลางความอบอุ่นของบ้านหลังน้อยที่สร้างขึ้นด้วยน้ำพักน้ำแรง
ทว่า... ในขณะที่ทั้งสองกำลังจะก้าวเดินไปที่ห้องครัว เสียงเคาะประตูด้านหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างเป็นจังหวะหนักแน่น
*ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...*
เว่ยหลางขมวดคิ้วเล็กน้อยยามหันไปมองประตูหน้า ในยามวิกาลเช่นนี้ และไม่มีใครกล้าเข้ามาใกล้เรือนของพวกเขาหลังจากเกิดเรื่องกับพวกตระกูลถัง ใครกันคือผู้มาเยือน?
ฟางเซียนหรี่ตาลง นางเดินไปหยิบตะเกียงน้ำมันขึ้นมาถือไว้ ประตูไม้บานเก่าค่อยๆ ถูกผลักเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างของสตรีสูงวัยผู้หนึ่งยืนหอบหายใจโรยรอยอยู่ท่ามกลางความมืด เส้นผมขาวโพลนยุ่งเหยิง เสื้อผ้าเนื้อหยาบเปื้อนโคลน ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยคราบน้ำตาและรอยแผล
แม่เฒ่าจาง... แม่สามีผู้เคยใจร้ายและขับไล่ไสส่งนางกับสามีออกมาราวกับหมูเหมือนหมา ในยามนี้กลับทรุดตัวลงคุกเข่ากอดข้อเท้าของหลินฟางเซียนแน่น ร้องไห้ฟูมฟายเสียงดังลั่น
"ฟางเซียน... ลูกสะใภ้ ช่วยแม่ด้วย! พวกมัน... พวกมันกำลังจะมายึดบ้านและไล่พวกเราออกจากตระกูลแล้ว!"
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของฟางเซียนและเว่ยหลางในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 28
เมื่ออดีตคู่แข่งมาขอเจรจา
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!