"ถ้าเอกสารสิทธิ์ที่ดินผืนนั้นยังเป็นชื่อตระกูลเว่ย พวกท่านก็ไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะก้าวเท้าเข้ามาเหยียบหน้าต่างกระจกบานนี้ด้วยซ้ำครับ คุณป้าจาง"
เสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังของพันจ่าเว่ยหลางดังขึ้น ท่าالإрตที่ยืนกอดอกพิงกรอบประตูร้าน ‘ฟางเซียนอินเวสเมนต์’ ขับเน้นให้เห็นถึงความเยือกเย็นและเด็ดเดี่ยว นายทหารหนุ่มในชุดเครื่องแบบรีดเรียบไม่ได้ตะโกน ไม่ได้แสดงท่าทีเกรี้ยวกราด แต่รังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากตัวเขากลับทำให้แม่เฒ่าจางและบรรดาญาติห่างๆ ที่เคยปากกล้าถึงกับหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดไปสามก้าว
หลินฟางเซียนค่อย ๆ หันกลับไปช้า ๆ มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาสีเข้มทอประกายคมกริบดั่งใบมีดที่ถูกชักออกจากฝัก...
บนโต๊ะทำงานไม้เนื้อดีสลักลวดลายวิจิตร เอกสารการจดทะเบียนบริษัทการค้าและสัญญาซื้อขายที่ดินแปลงใหญ่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษถูกวางกองไว้ท่ามกลางแสงไฟสีส้มละมุนจากโคมไฟทองเหลือง บรรยากาศภายในห้องประชุมชั้นสองของร้านค้าที่เคยเป็นเพียงห้องแถวโทรมๆ ในอดีต บัดนี้กลับกลายเป็นศูนย์กลางการเงินที่ผู้คนต่างเกรงใจ หลินฟางเซียนในชุดสูทผ้าไหมเข้ารูปสีเทาเข้มขับผิวให้ดูโดดเด่นและทรงอำนาจ เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเก็บอย่างประณีตเผยให้เห็นลำคอระหงและใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ
เธอไม่ได้เหลือบมองแม่เฒ่าจางที่กำลังอ้าปากพะงาบๆ เหมือนปลาขาดน้ำทันที แต่เลือกที่จะหยิบปากกาหมึกซึมด้ามหรูขึ้นมาหมุนเล่นเบาๆ เสียงโลหะกระทบกันเบาๆ ในห้องที่เงียบสงัดกลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้มาเยือน
"จำได้ว่าเมื่อครึ่งปีก่อน พวกท่านยังบอกว่าฉันเป็นแค่ ‘สะไภ้ตัวกาลกิณี’ ที่เกาะสามีกินอยู่เลยไม่ใช่หรือครับ?" ฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมบาดลึกถึงขั้วหัวใจ เธอกวาดสายตามองหน้าบรรดาญาติสนิทมิตรสหายจอมปลอมที่เคยพากันเหยียบย่ำเธอในอดีต ทีละคน... ทีละคน จนไม่มีใครกล้าสบตา
แม่เฒ่าจางหน้าดำคร่ำเครียด ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความโกรธแค้นและละอายใจ มือเหี่ยวย่นกำไม้เท้าแน่นจนข้อต่อขาวซีด "นัง... ฟางเซียน! แกมันเนรคุณ! ยังไงฉันก็เป็นแม่สามีแก เป็นผู้มีพระคุณที่..."
"พระคุณ?" ฟางเซียนแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน "พระคุณที่เคยโยนเศษอาหารให้กินเหมือนหมอเหมือนหมา? หรือพระคุณที่พยายามจะฮุบเงินเดือนทหารของสามีฉันไปเล่นการพนัน? เสียใจด้วยนะครับคุณป้า สมัยนั้นมันหมดไปพร้อมกับดอกเบี้ยเงินกู้ที่พวกท่านเอาชื่อฉันไปค้ำประกันแล้ว และตอนนี้... ศาลก็ตัดสินให้ทรัพย์สินทุกชิ้นตกเป็นของฉันตามกฎหมายเรียบร้อย"
เว่ยหลางเดินเข้ามาโอบไหล่ภรรยาอย่างปกป้อง ฝ่ามือหนาอุ่นจัดลูบเบาๆ ที่ต้นแขนเพื่อส่งผ่านความอบอุ่น เขาก้มลงกระซิบข้างใบหูเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนต่างจากเมื่อครู่ลิบลับ "เก่งมากครับที่รัก... จัดการคนพวกนี้เสร็จแล้ว ผมมีเซอร์ไพรส์รออยู่ที่บ้านนะ"
ฟางเซียนอมยิ้มบางๆ ให้สามีสายเปย์ผู้คอยสนับสนุนเธอทุกย่างก้าว ก่อนจะหันไปสั่งการผู้จัดการร้านด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด "เชิญแขกที่ไม่ได้รับเชิญเหล่านี้ออกไปได้แล้วครับ ถ้าพวกเขายังขัดขืน แจ้งตำรวจข้อบุกรุกและหมิ่นประมาทได้เลย ไม่ต้องประนีประนอม"
สิ้นคำสั่ง ร่างของบอดี้สเกิร์ตสวมสูทสقัดเข้มสองคนก็ก้าวเข้ามาประกบแม่เฒ่าจางและญาติๆ ทันที ท่ามกลางเสียงโวยวายและคำด่าทอที่ค่อยๆ เบาลงจนลับหายไปจากประตูร้าน
ความเงียบสงบกลับคืนสู่ห้องทำงานอีกครั้ง ฟางเซียนถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก สงครามประสาทกับครอบครัวสามีจอมปล้นสะดมปิดฉากลงอย่างสมบูรณ์แบบด้วยตัวบทกฎหมายและอาณาจักรธุรกิจที่เธอสร้างขึ้นด้วยสองมือและสมองที่ล่วงรู้อนาคต ชื่อเสียงของ "หลินฟางเซียน" ในฐานะนักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลแห่งยุคได้รับการยอมรับจากวงการค้าอย่างไร้ข้อกังขา
เที่ยงวันนั้นเอง รถจิ๊ปทหารคันเก่งของเว่ยหลางก็พาเธอกลับมาถึงเรือนหอหลังงามที่ถูกปรับปรุงใหม่จนกลายเป็นบ้านสวนสไตล์โคโลเนียลผสมผสานกลิ่นอายอบอุ่น ทันทีที่ก้าวลงจากรถ กลิ่นหอมเย้ายวนของเครื่องเทศตุ๋นและเนื้อย่างรมควันก็ลอยมาแตะจมูก ปลุกความหิวโหยในตัวให้ออกมาทักทาย
"วันนี้คุณสามีเข้าครัวเองหรือครับ?" ฟางเซียนเลิกคิ้วถามอย่างประหลาดใจ ขณะเดินตามกลิ่นหอมกรุ่นตรงดิ่งไปยังห้องครัวหลังบ้าน
เว่ยหลางถอดเสื้อคลุมทหารออก เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีเขียวเข้มที่รัดรูปจนเห็นกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ เขากำลังยืนปรุงเมนูเด็ดอย่างตั้งอกตั้งใจ บนเตาถ่านอุ่นๆ หม้อดินเผาขนาดกลางกำลังส่งเสียงเดือดปุดๆ กลิ่นหอมของ ‘ซี่โครงหมูตุ๋นเห็ดหอมยาสุนไพรจีน’ ผสมผสานกับกลิ่นหอมหวานของน้ำซุปกระดูกเคี่ยวเคี่ยวจนงวด สีน้ำตาลเข้มเคลือบเงาชวนน้ำลายสอ ลอยฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งบริเวณบ้านจนข้างบ้านต้องแอบชะቋมอง
"แน่นอนครับ เพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของ CEO คนเก่งของผม เมนูนี้ผมใช้เวลาเคี่ยวตั้งแต่เช้าตรู่เลยนะ" เว่ยหลางหันมายิ้มกว้างจนตาหยี รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความรักและความภูมิใจในตัวภรรยา ทำให้ภาพลักษณ์นายทหารผู้ดุดันละลายหายไปจนหมดสิ้น
ฟางเซียนเดินเข้าไปสวมกอดเอวสอบของสามีจากด้านหลัง ซบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างสูดดมความอบอุ่นที่เป็นดั่งเซฟโซนเดียวของเธอในโลกใบนี้ "หอมมากเลยครับ... ฝีมือคุณนี่พัฒนาเร็วกว่าหุ้นบลูชิพเสียอีกนะเนี่ย"
"ถ้าอย่างนั้นก็ต้องชิมฝีมือผมเสียหน่อยแล้ว..." เว่ยหลางตักซี่โครงหมูชิ้นโตที่เปื่อยนุ่มจนร่อนออกจากกระดูก ใส่ลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบสีขาวสะอาดควันฉุย ก่อนจะหันมาป้อนเธอด้วยความทะนุถนอม
ฟางเซียนอ้าปากรับรสชาติความอร่อยกลมกล่อมที่ละลายในปาก เนื้อหมูนุ่มละมุนลิ้นผสานกับรสชาติหวานเค็มกำลังดีของเครื่องเทศทำให้เธอพึงพอใจจนต้องหลับตาพริ้ม
ทว่า... ในวินาทีที่ความสุขสงบกำลังโอบล้อมคนทั้งคู่ เสียงเคาะประตูกรั้วหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งอย่างกะทันหัน... *ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ฟางเซียนลืมตาขึ้น ชะงักค้างไปเล็กน้อยเมื่อหันไปมองนาฬิกาแขวนผนัง เวลาบ่ายโมงตรง... ไม่ควรมีแขกคนไหนมาเยือนในเวลาส่วนตัวเช่นนี้
เว่ยหลางขมวดคิ้วเล็กน้อย วางทัพพีในมือลงอย่างระมัดระวัง ดวงตาคมกริบฉายแววระแวดระวังขึ้นมาทันที "เดี๋ยวผมออกไปดูเองครับ คุณรออยู่ตรงนี้นะ"
นายทหารหนุ่มสาวเท้าก้าวออกไปที่ประตูรั้วหน้าบ้านด้วยฝีมือมั่นคง แต่ทว่า... เมื่อเขาเปิดประตูออกไป ภาพบุคคลปริศนาที่ยืนอยู่เบื้องหน้า กลับทำให้ร่างสูงใหญ่ของพันจ่าเว่ยหลางชะงักงัน ราวกับถูกตรึงไว้กับพื้น ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดลงเล็กน้อยเมื่อมองเห็นซองเอกสารตราประทับลับสุดยอดจากส่วนกลางที่ยื่นส่งมาตรงหน้า
"เรียนร้อยเอกเว่ยหลาง... ทางการมีคำสั่งด่วนที่สุด เรียกตัวคุณและภรรยาเข้ารับการไต่สวนในคดี ‘ครอบครองทรัพย์สินแห่งรัฐโดยมิชอบ’ ทันทีครับ!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทาง ฝ่าฟัน และเติบโตไปพร้อมกับความสำเร็จของฟางเซียนและเว่ยหลางในทุกๆ ตัวอักษรนะครับ!
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 27
ความสำเร็จที่ไม่มีใครกล้าดูแคลน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!