พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 26

การลงทุนครั้งใหม่ที่น่าตื่นเต้น

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
เอกสารราชการประทับตราครั่งสีแดงฉานถูกวางกระแทกบนโต๊ะไม้สักเก่าคร่ำคร่า เสียงกระดาษกระทบเนื้อไม้ดังทึบสะท้อนความตึงเครียดในห้องทำงานเล็ก ๆ ของค่ายทหาร "ท่านพันจ่าเว่ยหลาง! ด่วนครับ! มีคำสั่งด่วนจากกองบัญชาการมณฑลทหารสูงสุด... กองร้อยของท่านถูกเรียกตัวให้ปฏิบัติภารกิจลับทางภาคเหนือทันทีคืนนี้!" นายทหารสื่อสารหน้าตาตื่นตระหนกยืนตัวตรงทำความเคารพ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นกลัวต่อคำสั่งกะทันหันที่ไม่มีใครคาดคิด ทว่าเว่ยหลางกลับมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย ใบหน้าคมคายเคร่งขรึมราwรูปสลัก ดวงตาสสีเข้มกวาดสายตาอ่านตัวหนังสือในเอกสารอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลสถานการณ์ด้วยความสุขุมเยือกเย็นสมกับเป็นทหารผ่านศึกที่ผ่านความเป็นความตายมานับครั้งไม่ถ้วน "รับทราบแล้ว" เว่ยหลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจ "เตรียมกำลังพลและเสบียงให้พร้อม ออกเดินทางตามกำหนดการ" "รับปฏิบัติการครับ!" นายทหารผู้นั้นตะเบ๊ะรับคำแล้วหมุนตัววิ่งออกไปจากห้องทันที ทว่า เมื่อประตูปิดลง ความองอาจแข็งกร้าวของนายทหารหนุ่มก็มลายหายไปในพริบตา เว่ยหลางทิ้งตัวพิงพนักเก้าอี้ ถอนหายใจยาวเหยียดด้วยความหนักใจไม่ใช่เพราะภารกิจเบื้องหน้า แต่เป็นห่วงภรรยาตัวน้อยที่เพิ่งเริ่มตั้งหลักชีวิตในเมืองนี้ได้ไม่นาน หลินฟางเซียนของเขากำลังก้าวเข้าสู่สนามการค้าที่เต็มไปด้วยเขี่ยงหนาม หากเขาไม่อยู่คอยปกป้องเกื้อหนุน นางจะรับมือกับบรรดาญาติจอมปลอมและเหล่านักลงทุนหน้าเลือดได้อย่างไร ในขณะเดียวกัน ณ เรือนพักหลังเล็กที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายความอบอุ่น หลินฟางเซียนกำลังนั่งตรวจบัญชีทรัพย์สินในมิติลับด้วยรอยยิ้มพึงใจ ตัวเลขกำไรจากการค้าขายสมุนไพรและสินค้าหายากในช่วงเดือนที่ผ่านมาพุ่งสูงจนน่าตกใจ เม็ดเงินสดก้อนโตถูกจัดสรรอย่างเป็นระเบียบในสมุดบัญชีหนังวัว สมองอันปราดเปรื่องของอดีตเซียนหุ้นระดับท็อปกำลังคำนวณกราฟความเติบโตของเศรษฐกิจยุคเปลี่ยนผ่านนี้อย่างแม่นยำ *ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตเมืองเก่ากำลังจะบูม...* ฟางเซียนเคาะนิ้วเรียวบนโต๊ะไม้เบา ๆ ในสายตาของคนทั่วไป ที่ดินรกร้างริมแม่น้ำและตึกแถวเก่าแก่ทรุดโทรมเหล่านั้นเป็นเพียงภาระที่ไม่มีใครอยากแตะต้อง แต่สำหรับผู้ที่ย้อนเวลากลับมาพร้อมความทรงจำในอีกสิบปีข้างหน้า ที่ดินเหล่านั้นคือ "ทองคำแท่ง" ที่ฝังอยู่ใต้ดินชัด ๆ รัฐบาลกำลังจะมีแผนตัดถนนสายใหม่ผ่านโซนนั้น ราคาประเมินจะพุ่งทะยานขึ้นเป็นร้อยเท่าภายในเวลาไม่กี่ปี "ก๊อก ๆ ๆ" เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่ร่างสูงใหญ่ของสามีจะก้าวเข้ามาในห้อง เว่ยหลางถอดเสื้อคลุมทหารพาดไว้ที่เก้าอี้ ดวงตาคมกริบทอดมองภรรยาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งอาลัยและเป็นห่วง ฟางเซียนเงยหน้าขึ้นจากสมุดบัญชี สังเกตเห็นความผิดปกติบนใบหน้าของสามี นางวางปากกาลงทันทีแล้วลุกขึ้นเดินเข้าไปหา เอื้อมมือเรียวไปจัดปกเสื้อให้อย่างเบามือ สัมผัสอบอุ่นจากปลายนิ้วทำให้อารมณ์ที่ตึงเครียดของเว่ยหลางผ่อนคลายลงอย่างน่าประหลาด "มีเรื่องด่วนจากกองทัพใช่ไหมคะ... เอ๊ย... พี่เว่ย" ฟางเซียนเกือบหลุดปากพูดคำคุ้นเคย รีบเปลี่ยนสรรพนามอย่างแนบเนียน พร้อมกับเงยหน้าสบตาเขาด้วยแววตาที่อ่านทะลุปรุโปร่ง "คุณต้องไปปฏิบัติภารกิจด่วนใช่หรือไม่" เว่ยหลางรวบเอวบางเข้ามาโอบกอดไว้แนบอก ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่มน สูดดมกลิ่นหอมอ่อน ๆ คล้ายดอกไม้ป่าที่ติดตัวนางเป็นประจำเพื่อเก็บ "ฟางเซียน... ผมต้องไปภาคเหนือคืนนี้ อาจจะใช้เวลาเป็นเดือน ๆ" เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบข้างใบหู "ผมเป็นห่วงคุณ... ช่วงนี้พวกตระกูลจางยังคอยตามรังควานไม่เลิกรา เกรงว่าคุณจะ..." ฟางเซียนยกมือขึ้นลูบ1แผ่นหลังหนาเบา ๆ นางหัวسเราะในลำคอเบา ๆ อย่างไม่ยี่หระ รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างรวดเร็ว "พี่เว่ย... สามีของฉันเป็นถึงนายทหารผู้เก่งกาจ ส่วนภรรยาของท่าน... ก็ไม่ใช่ลูกไก่ในกำมือใครอีกต่อไปแล้วนะยะคะ... เอ่อ... นะครับ" นางรีบแก้คำพูดอีกครั้งเมื่อเห็นคิ้วเข้มของสามีเลิกขึ้นอย่างแปลกใจกับสรรพนามแปลกหู ฟางเซียนอมยิ้ม "ท่านต่างหากที่ต้องระวังตัวให้ดี ทำภารกิจให้ปลอดภัยแล้วรีบกลับมา เพราะถ้าคุณไม่อยู่... ฉันอาจจะกว้านซื้อตึกครึ่งเมืองจนคุณจำทางเข้าบ้านไม่ได้เลยก็ได้" เว่ยหลางอมยิ้มบาง ๆ อดไม่ได้ที่จะก้มลงจหน้าผากมนด้วยความรักใคร่ระคนเอ็นดู ภรรยาตัวน้อยของเขาคนนี้ช่างมีความมั่นใจและเด็ดเดี่ยวเสียเหลือเกิน นางไม่เคยหวั่นเกรงต่ออุปสรรคใด ๆ กลับมองวิกฤตเป็นโอกาสได้เสมอ รุ่งอรุณวันถัดมา แม้เว่ยหลางจะออกเดินทางไปปฏิบัติภารกิจตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง แต่แผนการทางการเงินของหลินฟางเซียนมิได้สะดุดลงแม้แต่น้อย นางสวมชุดเสื้อผ้าเนื้อดีแต่เรียบง่าย สวมหมวกปีกกว้างอำพรางใบหน้าเล็กน้อย เดินทางมายังสำนักงานที่ดินประจำเขตด้วยรถโดยสารประจำทาง ในมือถือกระเป๋าเอกสารหนังสีดำที่บรรจุสัญญาซื้อขายและแคชเชียร์เช็คเงินสดก้อนโต บรรยากาศภายในสำนักงานที่ดินเนืองแน่นไปด้วยผู้คน พ่อค้าแม่ค้าและนายหน้าต่างพากันมาติดต่อธุรกรรม บ้างก็ถอนหายใจด้วยความกลุ้มใจ บ้างก็รีบร้อนวิ่งวุ่น ฟางเซียนเดินตรงไปยังเคาน์เตอร์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายประเมินราคาและโอนกรรมสิทธิ์ด้วยฝ่าเท้าที่มั่นคง "สวัสดีครับ ติดต่อเรื่องอะไรครับ?" เจ้าหน้าที่หนุ่มเงยหน้าขึ้นถามด้วยความเหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน "ดิฉันต้องการกว้านซื้อกรรมสิทธิ์ที่ดินโซนริมแม่น้ำตะวันตก แปลงหมายเลข 40 ถึง 45 รวมทั้งหมดหกแปลงครับ" ฟางเซียนวางเอกสารระบุพิกัดลงบนโต๊ะด้วยท่าทีเยือกเย็น เจ้าหน้าที่รับเอกสารมาเปิดดู ครู่ต่อมา ดวงตาก็เบิกกว้างด้วยความตกตะลึง เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าหัวจรดเท้าด้วยความประหลาดใจระคนสงสัย "คุณ... คุณผู้หญิงครับ ที่ดินโซนนั้นเป็นเขตชุมชนแออัดเก่าแก่ และบางแปลงเป็นที่ดินรกร้างน้ำท่วมถึง ไม่มีใครเขาลงทุนซื้อกันหรอกครับ มันมีแต่จะขาดทุนป안ตาย หรือถ้าคุณจะซื้อเพื่อเก็งกำไร บอกตามตรงว่าอีกร้อยปีก็ไม่มีทางขายออกหรอกครับ" เจ้าหน้าที่หนุ่มเตือนด้วยความหวังดีตามจรรยาบรรณ ฟางเซียนเพียงแค่ยกยิ้มมุมปาก รอยยิ้มนั้นเปี่ยมด้วยความมั่นใจจนเจ้าหน้าที่ถึงกับรู้สึกหนาว "คนเรามองเห็นคุณค่าของสิ่งของไม่เหมือนกันหรอกค่ะเจ้าหน้าที่ สิ่งที่คนอื่นมองว่าเป็นขยะ... ในสายตาของดิฉัน มันคือเพชรเม็ดงามที่รอการเจียระไน กรุณาตรวจสอบเอกสารและดำเนินการออกโฉนดในชื่อของ 'หลินฟางเซียน' ให้เรียบร้อยด้วยนะคะ... ครับ" นางยื่นแคชเชียร์เช็คระบุยอดเงินมหาศาลวางทับลงบนเอกสาร เสียงกระดาษกระทบโต๊ะเบา ๆ แต่มีน้ำหนักดุจค้อนเหล็กที่ตอกย้ำความเด็ดขาด เจ้าหน้าที่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบเช็คขึ้นมาตรวจสอบยอดเงิน ในขณะที่ฟางเซียนกำลังสะบัดปากกาเซ็นสัญญาโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินมูลค่าหลายแสนหยวนอย่างไร้ความลังเล ที่บ้านตระกูลจาง แม่เฒ่าจางและหลานสาวตัวดีกำลังนั่งสุมหัวกันวางแผนร้ายเพื่อจะมาบีบไถเงินจากนางอีกครั้ง โดยไม่รู้เลยว่า เหยื่อที่พวกมันหมายตาได้กลายเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของเมืองไปเสียแล้ว กระดาษสัญญาแผ่นสุดท้ายถูกเซ็นเสร็จสมบูรณ์ เจ้าหน้าที่ประทับตราอนุมัติเสียงดัง "ปั๊ม!" ฟางเซียนรับโฉนดที่ดินผืนงามมาถือไว้ในมือสัมผัสผิวสัมผัสของกระดาษราชการหนาหนัก ทว่าสิ่งที่หนักแน่นกว่าคืออนาคตความมั่งคั่งที่นางเป็นผู้กำหนดด้วยมือตนเอง ทว่า ในขณะที่นางกำลังจะเก็บโฉนดใส่กระเป๋าเพื่อเดินทางกลับ เสียงฝีเท้าหนัก ๆ พร้อมกับเสียงเอะอะโวยวายก็ดังขึ้นที่หน้าประตูสำนักงานที่ดิน ร่างอวบอ้วนของแม่เฒ่าจางในชุดเสื้อผ้าสีฉูดฉาด พร้อมด้วยลูกสมุนอีกสองคนพากันผลักประตูเข้ามาในห้องโถงด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด กวาดสายตามองหาเป้าหมายอย่างบ้าคลั่ง "นังตัวดีหลินฟางเซียน! แกอยู่ที่นี่ใช่ไหม! คายเงินของตระกูลเราออกมาเดี๋ยวนี้!" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เฒ่าจางแผดลั่นไปทั่วสำนักงาน เรียกสายตาของทุกคนให้หันมามองเป็นตาเดียว ฟางเซียนค่อย ๆ หันกลับไปช้า ๆ มุมปากยกยิ้มเย็นเยียบ ดวงตาสีเข้มทอประกายคมกริบดั่งใบมีดที่ถูกชักออกจากฝัก... -------------------------------------------------- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%