เสียงกระแทกของถ้วยกระเบื้องเคลือบราคาถูกลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสะท้านไปทั่วห้องโถงบ้านตระกูลเว่ย แรงปะทะทำให้เศษชาเขียวขุ่นคลั่กระเด็นเปรอะเปื้อนผ้าปูโต๊ะสีซีด แต่ไม่มีใครสักคนในห้องกล้าปริปากท้วงติง แม้แต่เว่ยหลางที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ไผ่ข้างกายภรรยาก็ยังเพียงแค่ปรายตามองด้วยแววตานิ่งเรียบดุจผิวน้ำในบึงลึก
"ฟางเซียน! เจ้าหมายความว่าอย่างไร ลูกอกตัญญูอย่างเว่ยหลางถึงกับกล้าปฏิเสธเงินเดือนทหารที่จะต้องส่งเข้ากองกลางของตระกูลแล้วหรือ!"
แม่เฒ่าจางแผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ใบหน้าเหี่ยวย่นตามกาลเวลาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความเคียดแค้นชิงชัง หากสายตาของนางสามารถแปรเปลี่ยนเป็นคมมีดได้ หลินฟางเซียนคงถูกเฉือนเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว
หลินฟางเซียนไม่ได้สะดุ้งสะเทือนแม้แต่น้อย นางกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวงามบรรจงเช็ดคราบน้ำชาบนโต๊ะด้วยผ้าเช็ดปากเนื้อนุ่มอย่างใจเย็น ท่าทีที่สุขุมเยือกเย็นราวกับนักลงทุนผู้กุมความลับของตลาดหุ้นล่วงหน้า ยิ่งขับเน้นให้แม่เฒ่าจางดูร้อนรนและไร้พลังยิ่งขึ้น
"ท่านแม่พูดเกินไปแล้วครับ เงินเดือนของพี่เว่ยหลาง เป็นหยาดเหงื่อแรงกายที่เขาเอาชีวิตไปแลกมาในค่ายทหาร สมควรแล้วที่จะต้องเก็บไว้เป็นทุนตั้งตัวและสร้างอนาคตให้ครอบครัวของเราเอง ส่วนเงินกองกลางที่ท่านแม่เอ่ยถึง... เกรงว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันคงจะถูกนำไปจุนเจือสะใภ้รองและน้องสามจนหมดเกลี้ยงแล้วกระมังครับ?"
น้ำเสียงนุ่มนวลแต่เชือดเฉือนทุกคำพูดของฟางเซียน ทำให้แม่เฒ่าจางถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำสลับแดง นางพยายามจะอ้าปากด่าทอแต่ก็ต้องกลืนคำพูดกลับลงไปเมื่อหันไปเห็นสายตาคมกริบดุจพญาอินทรีของบุตรชายคนโตที่จ้องมองมา เว่ยหลางไม่เคยขัดคำสั่งมารดาในอดีต แต่วันนี้... เขามีภรรยาที่ฉลาดเป็นกรดคอยถือหางเสือให้อย่างมั่นคง
"เจ้า... นังตัวดี! กล้าดีอย่างไรมาสั่งสอนฉัน!" แม่เฒ่าจางทุบโต๊ะเสียงดังลั่นอีกครั้ง หวังใช้ความอาวุโสข่มขู่ "ต่อให้พวกเจ้าจะหาเงินจากการค้าขายผ้าปักหรือสมุนไพรได้มากแค่ไหน แต่อย่าลืมว่าในสายตาชาวบ้าน ข้าคือแม่ผู้ให้กำเนิด! หากข้าประกาศออกไปว่าพวกเจ้าเป็นลูกอกตัญญู ไม่ดูแลคนแก่... ชื่อเสียงของเว่ยหลางในค่ายทหารจะต้องพินาศย่อยับ!"
นี่คือไม้ตายก้นก้นหีบของแม่เฒ่าจาง การใช้ศีลธรรมอันจอมปลอมและคำครหาของสังคมมาบีบบังคับให้คนยอมจำนน แต่น่าเสียดาย... นางดันมาเล่นเกมนี้กับอดีตเซียนหุ้นผู้ผ่านเล่ห์เหลี่ยมและการปั่นหุ้นในตลาดทุนมาโชกโชน
ฟางเซียนหัวسเราะเบาๆ ในลำคอ เสียงหัวsเราะนั้นไพเราะราวกับระฆังแก้ว แต่กลับทำให้สันหลังของแม่เฒ่าจางเย็นวาบ
"ท่านแม่กำลังใช้ชื่อเสียงของสามีข้ามาต่อรองหรือครับ? น่าเสียดายจริงๆ ที่โลกนี้ไม่ได้หมุนตามใจท่าน..." ฟางเซียนลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างระหงในชุดผ้าฝ้ายปักลายดอกเหมยดูสง่างามจนแม่เฒ่าจางต้องหรี่ตามองด้วยความริษยา "ท่านคิดจริงๆ หรือว่าเงินเก็บก้อนสุดท้ายในหีบของท่านตอนนี้ จะยังเหลือพอจ่ายค่าเช่าที่ดินและค่าอาหารในอีกสามเดือนข้างหน้า?"
เพล้ง!
ราวกับมีสายฟ้าฟาดลงมากลางห้องโถง ใบหน้าของแม่เฒ่าจางซีดเผือดลงทันทีจนไร้สีเลือด ความลับที่นางเก็บซ่อนไว้ว่าเงินเก็บของตระกูลถูกลูกชายคนรองหลอกเอาไปเล่นการพนันจนหมดเกลี้ยง ถูกหญิงสาวตรงหน้าล่วงรู้ได้อย่างไร!
"เจ... เจ้าพูดเรื่องอะไร ข้าไม่เห็นเข้าใจ!" แม่เฒ่าจางละล่ำละลักปฏิเสธ มือเหี่ยวย่นเริ่มสั่นระริกโดยไม่รู้ตัว
"ไม่เข้าใจ ไม่เป็นไรครับ..." ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้ชิดโต๊ะประธาน น้อมตัวลงเล็กน้อยแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่ได้ยินกันเพียงสองคน "แต่ข้าเชื่อว่าเจ้าหนี้บ่อน้ำชาท้ายหมู่บ้านคงจะเข้าใจดี หากพรุ่งนี้เช้า ข้าบังเอิญเดินไปบอกพวกเขาว่า... ลูกสะใภ้คนโปรดของท่านแม่ เป็นคนค้ำประกันหนี้พนันก้อนโตให้ลูกชายคนรองโดยใช้โฉนดที่ดินนาแปลงสุดท้ายของตระกูลเป็นหลักค้ำประกัน"
"แก!... นังสารเลว!" แม่เฒ่าจางโกรธจนหน้ามืด ตาเหลือกค้าง เกือบจะล้มพับลงไปกองกับพื้น หากไม่ได้สาวใช้รีบเข้าไปประคองไว้ทัน นางเจ็บใจจนกระอักเลือด ความแค้นสุมอกจนแทบระเบิด แต่ทำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะชีวิตและความเป็นอยู่ของนางและลูกชายคนรองในตอนนี้... ต้องพึ่งพาเงินทองและการช่วยเหลือจากบ้านของหลินฟางเซียนเพียงทางเดียวเท่านั้น!
เว่ยหลางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายกำยำในเครื่องแบบทหารก้าวเข้ามาโอบเอวภรรยาอย่างปกป้อง สายตาที่เขามองมารดาเต็มไปด้วยความผิดหวังระคนเยชา
"ท่านแม่... หากยังคิดจะหาเรื่องฟางเซียนอีก ต่อไปนี้เบี้ยเลี้ยงรายเดือนที่ข้าแอบส่งให้ท่านลับๆ จะถูกตัดขาดทันที" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของบุตรชายทำให้แม่เฒ่าจางสะấuสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ นางรู้ดีว่าบุตรชายคนนี้พูดจริงทำจริง
ฟางเซียนยิ้มรับสัมผัสอบอุ่นจากมือหนาที่โอบเอว นางปรายตามองแม่เฒ่าจางที่ทำได้เพียงกัดฟันกรอดด้วยความแค้นเคืองแต่ต้องก้มหน้ายอมจำนนโดยปริยาย เกมนี้... นางเป็นผู้ชนะอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด
บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องค่อยๆ คลี่คลายลงเมื่อทั้งสองเดินออกมาจากบ้านหลักของตระกูลจาง แสงอาทิตย์ยามบ่ายสาดส่องกระทบผืนนาเขียวขจี กลิ่นหอมกรุ่นของดินหลังฝนตกผสมผสานกับสายลมเย็นที่พัดโชยมา ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขที่หาได้ยากยิ่ง
"ภรรยาของข้า... เจ้าช่างน่ากลัวเสียจริง" เว่ยหลางก้มลงกระซิบข้างหูภรรยาพลางอมยิ้มเจ้าเล่ห์ "เล่นงานคนแก่วัยชราเสียจนมุมขนาดนั้น ไม่กลัวชาวบ้านนินทาหรือครับ?"
"นินทาอะไรกันเล่าครับ คนเราทำกรรมอันใดย่อมได้รับผลกรรมนั้น ข้าเพียงแค่ทวงคืนความยุติธรรมให้สามีผู้ซื่อบื้อของข้าต่างหาก" ฟางเซียนค้อนขวับให้สามีหนุ่มอย่างหมั่นไส้ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไม่แพ้กัน "ว่าแต่... วันนี้ข้าอุตส่าห์ไปเหมาปลาเนื้ออ่อนสดๆ จากท่าน้ำมา ตอนเย็นเรามาทำ 'ปลาเนื้ออ่อนนึ่งซีיוวสมุนไพรจีน' กันดีกว่าครับ ข้าจะแสดงฝีมือปลายจวักให้ท่านได้ซดน้ำซุปร้อนๆ บำรุงกำลังเสียหน่อย"
เพียงแค่เอ่ยถึงเมนูเด็ด กลิ่นหอมกรุ่นของขิงแก่ ซีיוวชั้นดี และน้ำซุปกระดูกหมูเคี่ยวเคี่ยวจนเข้มข้นก็ราวกับลอยละล่องอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวบ้านพักหลังน้อย สร้างความกระหายใคร่อยากให้กับชายหนุ่มผู้ภักดีต่อภรรยาและอาหารฝีมือเมียยิ่งนัก
ทว่า... ในขณะที่ทั้งคู่กำลังก้าวเดินกลับบ้านพักพร้อมรอยยิ้มแห่งความสุข เสียงฝีเท้าเร่งรีบของเด็กส่งสารจากค่ายทหารก็ดังขึ้นขัดจังหวะเสียก่อน
"ท่านพันจ่าเว่ยหลาง! ด่วนครับ! มีคำสั่งด่วนจากกองบัญชาการมณฑลทหารสูงสุด... กองร้อยของท่านถูกเรียกตัวให้ปฏิบัติภารกิจลับทางภาคเหนือทันทีคืนนี้!"
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ติดตามการเดินทางอันเข้มข้นนี้ร่วมกันกับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 25
แม่สามีที่ต้องยอมจำนน
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!