เสียงกระแทกถ้วยกระเบื้องเคลือบดังปังจนน้ำแกงกระเด็นเปื้อนขอบโต๊ะไม้ไผ่ คือสัญญาณเตือนภัยที่แม่เฒ่าจางใช้ประกาศศักดาในยามสายของวันตลาดนัด
"หลินฟางเซียน! เจ้าทำตัวประหนึ่งคุณหนูในหอคอยทองคำไปถึงไหนกัน เงินเดือนทหารก้อนล่าสุดของเว่ยหลาง ข้าบอกให้เอามาเก็บไว้ที่กองกลางของตระกูล ทำไมเจ้าถึงเอาไปละลายทิ้งกับร้านขายผ้าฝ้ายเนื้อหยาบพวกนั้นหมด!"
น้ำเสียงแหลมสูงของแม่สามีเจือด้วยความริษยาอย่างปิดไม่มิด นางจ้องมองเสื้อผ้าชุดใหม่บนร่างของสะใภ้รองด้วยสายตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ชุดผ้าฝ้ายสีครามลายดอกเหมันต์ที่ตัดเย็บอย่างประณีตเข้ารูปขับเน้นเอวบางและผิวพรรณผุดผ่องของฟางเซียนให้โดดเด่นขึ้นเป็นกอง รัศมีของหญิงสาวชาวนาผู้เคยเนื้อตัวมอมแมมและก้มหน้ายอมรับชะตากรรมหายวับไปกับตา เหลือเพียงภาพลักษณ์ของสตรีผู้มีความมั่นใจและเปี่ยมด้วยรสนิยม
หลินฟางเซียนค่อยๆ วางตะเกียบหยกขาวลงบนโต๊ะอย่างใจเย็น รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นที่มุมปาก ดวงตากลมโตคู่นั้นสะท้อนความเยือกเย็นของอดีตนักลงทุนมือหนึ่งผู้เคยควบคุมเม็ดเงินนับพันล้านในตลาดหุ้น
"ท่านแม่พูดเกินไปแล้วครับ... เอ๊ย พูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" ฟางเซียนเกือบเผลอหลุดปากใช้สรรพนามตามบุคลิกของผม แต่นางดึงสติกลับมาทันเวลา "เงินที่ท่านพี่เว่ยหลางมอบให้ ข้าไม่ได้นำไปผลาญทิ้งตามอำเภอใจ แต่เป็นการลงทุนเพื่อ 'ยกระดับคุณภาพชีวิต' ของคนในครอบครัวต่างหากเล่า"
"ลงทุน? กับเสื้อผ้าผ้าขะมุกขะมอมเนี่ยนะ?" แม่เฒ่าจางแค่น
"สะใภ้รอง เจ้าอย่าคิดว่าสามีเจ้าเป็นถึงพันจ่าแล้วจะใช้เงินมือเติบได้นะ! เงินพวกนั้นควรเอามาซ่อมหลังคาเรือนใหญ่ให้ข้าต่างหาก!"
"หลังคาเรือนใหญ่ยังแข็งแรงดีนี่ครับ... เอ่อ หมายถึงยังแข็งแรงดีเจ้าค่ะ" ฟางเซียนป้องปากหัวسะเราะเบาๆ อย่างมีจริตจะก้าน "แต่ตัวท่านแม่เองต่างหาก ที่ควรเปลี่ยนวิธีคิดและการแต่งกายเสียใหม่ สมัยนี้เขาไปถึงไหนกันแล้ว คนค้าขายในเมืองเขาดูที่เปลือกนอกก่อนจะดูสินค้า หากตัวแทนของตระกูลเว่ยแต่งกายด้วยชุดเก่าขาดรุ่ย ใครเขาจะอยากมาเจรจาธุรกิจด้วยจริงไหมครับ?"
ในจังหวะนั้นเอง ประตูไม้ไผ่ก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พันจ่าเว่ยหลางในชุดเครื่องแบบทหารรีดเรียบกริบ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาด้วยฝ่าเท้าหนักแน่น กลิ่นอายความเป็นผู้นำและความน่าเกรงขามแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ แต่เมื่อสายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมาเจอภรรยา ความดุดันทั้งหมดก็ละลายหายไปราวกับหิมะเจอแดดจ้า
เว่ยหลางไม่แม้แต่จะชายตามองมารดาของตนที่กำลังนั่งหน้าดำคร่ำเครียด เขาเดินตรงดิ่งเข้าไปหาฟางเซียน วางหีบไม้ขนาดเล็กสลักลวดลายประณีตลงตรงหน้าภรรยา พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มที่ใช้พูดกับนางเพียงคนเดียว
"ฟางเซียน... วันนี้เจ้าดูงดงามยิ่งนัก เสื้อผ้าชุดนี้... ข้าชอบมาก"
คำชมที่ออกมาจากปากบุตรชายคนโปรดแต่กลับไม่เคยได้รับ ทำให้แม่เฒ่าจางถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าตาบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น "เว่ยหลาง! นี่เจ้าตาบอดไปแล้วหรือไร เมียเจ้ากำลังผลาญเงินทองของเจ้า แต่นอกจากเจ้าจะไม่ด่าทอ นางยังเป่าหูจนเจ้าหลงใหลหัวปำ!"
เว่ยหลางหันกลับไปมองมารดา แววตาที่ใช้มองช่างเย็นชาและไร้ซึ่งความอบอุ่น ต่างจากตอนมองภรรยาราวฟ้ากับเหว
"ท่านแม่ เงินเดือนทุกบาททุกสตางค์ ข้าเป็นคนหามาด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อในกองทัพ และข้าเป็นคนมอบสิทธิ์ขาดในการจัดการเงินทั้งหมดให้ฟางเซียนเอง หากนางจะใช้มันซื้อเสื้อผ้าดีๆ หรือปรับปรุงความเป็นอยู่ให้บ้านเราดูทันสมัยขึ้น นั่นคือสิ่งที่ถูกต้องที่สุดแล้วครับ"
น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวและไร้เยื่อใยของบุตรชายทำให้แม่เฒ่าจางผงะถอยหลังไปก้าวหนึ่ง นางไม่เคยคาดคิดเลยว่าบุตรชายผู้เคยเชื่อฟังคำสั่งตนมาตลอด จะกลายเป็นคน "กลัวเมีย" และ "เข้าข้างเมีย" ได้ถึงเพียงนี้
ฟางเซียนลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าฝ้ายเนื้อดีพลิ้วไหวตามจังหวะก้าวเดิน นางส่งยิ้มให้สามีอย่างรู้ใจ ก่อนจะหันมามองหน้าแม่สามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่า
"ท่านแม่ไม่ต้องห่วงไปหรอกนะเจ้าคะ เงินที่ท่านพี่เว่ยหลางหามา ข้าจะต่อยอดให้มันงอกเงยเป็นร้อยเท่าพันทวี และแน่นอนว่า... บ้านหลังนี้จะต้องมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ไม่ใช่จมปลักอยู่กับความยากจนและความเห็นแก่ตัวของใครบางคนอีกต่อไป"
นางก้าวเท้าเดินผ่านหน้าแม่เฒ่าจางไปช้าๆ กลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ป่าที่ผสมผสานอยู่ในเนื้อผ้าลอยเข้าจมูกของคนแก่ ทว่า ก่อนที่ฟางเซียนจะก้าวพ้นธรณีประตูเพื่อไปตรวจดูสินค้าล็อตใหม่ในมิติลับ เสียงเคาะประตูด้านนอกก็ดังขึ้นสามครั้งติดต่อกันอย่างเร่งรีบ
*ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!*
ร่างของเด็กรับใช้ประจำหมู่บ้านวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา พร้อมกับตะโกนเสียงหลงด้วยความตกใจ
"คุณหนูหลิน! นายท่าน... นายท่านตระกูลเฉิน คู่ค้าใหญ่จากในเมือง นำรถม้าหรูหราห้าคันเดินทางมาถึงหน้าหมู่บ้านแล้วครับ! พวกเขาบอกว่า... ต้องการมาขอซื้อ 'สินค้าสูตรลับ' ของท่านทั้งหมดทันทีในราคาเท่าไหร่ก็ยอมจ่าย!"
ฟางเซียนชะงักฝีเท้า รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นที่มุมปากอย่างพึงพอใจ นางหันกลับไปสบตากับเว่ยหลางที่ยืนยิ้มมุมปากรออยู่ก่อนแล้ว สงครามการค้าและการเอาคืนตระกูลผู้เคยเหยียบย่ำนาง กำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการในวินาทีนี้เอง
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางในเส้นทางสายหุ้นและการล้างแค้นนี้กับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 24
แผนการยกระดับคุณภาพชีวิต
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!