เสียงฉีกซองเอกสารราชการสีน้ำตาลดังขึ้น ท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจของคนที่ยืนอยู่รอบห้องโถง
หลินฟางเซียนมิได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย เธอยังคงยืนกอดอกพิงเคาน์เตอร์ไม้เนื้อแข็งที่ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเครื่องเทศ นัยน์ตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองใบหน้าซีดเผือดสลับกับรอยยิ้มที่บิดเบี้ยวของ "เจี้ยนฮ่าว" อดีตคู่หมั้นผู้เคยเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของเธอในชาติก่อนอย่างเยือกเย็น
"ฟางเซียน... เธอไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนะ" เจี้ยนฮ่าวพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูน่าเห็นอกเห็นใจ ทั้งที่มือข้างที่ถือสำเนาเอกสารฟ้องร้องนั้นกำลังสั่นเทา "การที่เธอแอบอ้างสิทธิ์ในที่ดินแปลงนี้โดยไม่มีชื่อตระกูลเจี้ยนค้ำจุน ถือเป็นการฉ้อโกงทรัพย์สินของตระกูล หากไม่อยากติดคุกหัวโต ก็จงเซ็นยกสิทธิ์การถือครองหุ้นทั้งหมดในโรงงานแปรรูปสมุนไพรให้ฉันเสียดีๆ แล้วฉันจะเมตตาถอนฟ้องให้"
คำพูดนั้นไม่ได้ทำให้ฟางเซียนสะเทือนใจแม้แต่น้อย กลับทำให้มุมปากของหญิงสาวหยิกลงเป็นรอยยิ้มเยาะที่ทรงพลังยิ่งกว่ากราฟหุ้นพุ่งทะยานในตลาดหลักทรัพย์ เธอก้าวเท้าช้าๆ เข้าหาอดีตคู่หมั้นทีละก้าว เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นไม้ดัง ก๊อก... ก๊อก... ราวกับเสียงนับถอยหลังเวลาชีวิตของอีกฝ่าย
"ฉ้อโกงงั้นหรือ เจี้ยนฮ่าว... นายช่างกล้าใช้คำนี้กับคนที่ถือครองโฉนดที่ดินตัวจริงและหลักin สัญญาซื้อขายที่ผ่านการรับรองจากศาลสูงอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการนะ" ฟางเซียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าเฉียบคมดุจใบมีดโกนที่เคลือบด้วยน้ำผึ้ง
เธอหยิบแฟ้มเอกสารสีดำสนิทอีกแฟ้มขึ้นมาจากโต๊ะทำงานอย่างใจเย็น แล้วโยนมันลงตรงหน้าชายหนุ่ม เสียงกระดาษหนาปะทะพื้นโต๊ะดังปึกใหญ่ จนเจี้ยนฮ่าวสะดุ้งโหยง
"นี่คือบัญชีรายรับรายจ่ายย้อนหลังสามปีของตระกูลเจี้ยน... รวมถึงหลักฐานการยักยอกเงินกองทุนบรรเทาทุกข์ของตำบลที่พ่อของนายเซ็นอนุมัติให้พี่ชายขี้ยาของนายเอาไปเล่นการพนันที่บ่อนเถื่อนทางใต้ และที่สำคัญที่สุด..." ฟางเซียนหยุดเว้นจังหวะ ปรายตามองไปยังร่างท้วมของแม่เฒ่าจางที่เพิ่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาทางประตูบ้านด้วยความตกใจ
"...เอกสารชิ้นสุดท้ายในหน้าสิบสอง เป็นลายมือชื่อของนายเอง ที่แอบปลอมลายเซ็นของฉันไปค้ำประกันเงินกู้นอกระบบมูลค่าสิบล้านหยวน!"
ใบหน้าของเจี้ยนฮ่าวเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเขียวคล้ำในพริบตา เหงื่อกาฬผุดพรายเต็มขมับจนไรผมเปียกชุ่ม เขารีบก้มลงมองแฟ้มเอกสารบนโต๊ะด้วยความตื่นตระหนก มือสั่นเทาจนแทบพลิกกระดาษไม่ไหว "มะ... ไม่จริง! เอกสารพวกนี้เธอเอามาจากไหน! ใครเป็นคนให้เธอ!"
"ในตลาดหุ้น ข้อมูลคืออำนาจ... และในโลกแห่งความจริง ความโลภคือกรงขังที่แน่นหนที่สุด" ฟางเซียนกล่าวเสียงต่ำอย่างทรงพลัง ขณะเดียวกัน ประตูบ้านก็ถูกผลักเปิดออกอีกครั้งด้วยแรงหนักแน่น
พันจ่าเว่ยหลาง สามีหนุ่มในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไหล่กว้างและแผงอกหนาภายใต้ชุดเครื่องแบบทำให้บรรยากาศในห้องดูอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เขามองหน้าเจี้ยนฮ่าวด้วยสายตาดุจพญาอินทรีที่กำลังจ้องเหยื่อ ก่อนจะชูหมายจับอย่างเป็นทางการที่ประทับตราสีแดงฉานจากกรมตำรวจภูธร
"เจี้ยนฮ่าว... นายมีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารราชการ ฉ้อโกงทรัพย์สิน และข่มขู่กรรโชกทรัพย์ เชิญไปคุยกับผู้พิพากษาที่สถานีตำรวจได้เลยครับ" เว่ยหลางเอ่ยน้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจจนเจี้ยนฮ่าวทรุดฮวบคุกเข่าลงกับพื้นทันที
แม่เฒ่าจางที่ยืนอ้าปากค้างอยู่หน้าประตู ส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมาด้วยความตกใจและรับไม่ได้ นางพยายามจะพุ่งเข้ามาทุบตีฟางเซียนเหมือนเช่นเคย แต่ถูกทหารติดตามสองนายล็อคตัวไว้ได้อย่างทันท่วงที
"นังตัวดี! แกมันปีศาจ! แกทำลายครอบครัวเราทำไม!" แม่เฒ่าจางแผดเสียงแหลมสูงจนเส้นเลือดที่คอปูดโปน
ฟางเซียนหันไปมองแม่สามีผู้เคยจิกหัวใช้เธอสารพัดในชาติก่อนด้วยแววตาที่ว่างเปล่าไร้ซึ่งความอาฆาตแค้น แต่มันคือความเยือกเย็นของคนที่มองดูแมลงตัวหนึ่งกำลังดิ้นรนอยู่ในกองเพลิง
"ปีศาจงั้นหรือคะ... ฉันแค่ทวงคืนทุกสิ่งที่พวกท่านเคยปล้นไปจากฉันก็เท่านั้น และนี่เป็นแค่จุดเริ่มต้นของบทลงโทษ... พวกคุณยังต้องชดใช้ให้สาสกว่านี้อีกมาก"
หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัวเจี้ยนฮ่าวและแม่เฒ่าจางออกไปจนพ้นรั้วบ้าน บรรยากาศรอบตัวก็กลับคืนสู่ความสงบอีกครั้ง ทว่าความอบอุ่นและความหอมกรุ่นบางอย่างกำลังลอยอบอวลมาจากห้องครัวหลังบ้าน
เว่ยหลางถอดหมวกทหารออก วางพาดไว้บนเก้าอี้ ก่อนจะเดินเข้ามาสวมกอดเอวบางของภรรยาจากด้านหลังอย่างคุ้นเคย ใบหน้าคมคายซบลงที่ลาดไหล่ของเธออย่างออดอ้อน ผิดลุคท่านรองผู้บังคับการกองพันผู้เกรียงไกรโดยสิ้นเชิง
"ภรรยาของผมเก่งกาจถึงเพียงนี้... คืนนี้ต้องมีรางวัลชิ้นใหญ่ให้ผมเสียแล้วกระมังครับ" เสียงทุบเบาๆ ที่ออดอ้อนดังชิดริมหู
ฟางเซียนอมยิ้มเล็กน้อย เธอหันกลับมาใช้นิ้วเรียวยาวจิ้มหน้าผากสามีหนุ่มเบาๆ "รางวัลอะไรกันคะ คุณสามี... ว่าแต่ ได้กลิ่นอะไรไหมคะ?"
เว่ยหลางทำจมูกฟุดฟิด ดวงตาคมกริบเป็นประกายทันทีเมื่อกลิ่นหอมหววนของ "ซี่โครงหมูตุ๋นน้ำแดงซอสมะขามสูตรโบราณ" ที่เคี่ยวจนเปื่อยนุ่มกำลังส่งกลิ่นเย้ายวนลอยอบอวลไปทั่วทั้งห้องครัวและระเบียงบ้าน ตัดกับความหนาแน่นของไอน้ำร้อนๆ ที่พวยพุ่งขึ้นมาจากหม้อดินเผาใบใหญ่
น้ำซุปสีอำพันเข้มข้นเคลือบเนื้อหมูสีแดงฉ่ำ โรยด้วยงาคั่วหอมกรุ่นและผักชีสดสีเขียวขจี เป็นเมนูโปรดที่เว่ยหลางโปรดปรานที่สุด และฟางเซียนตั้งใจทำมันเพื่อฉลองชัยชนะในวันนี้โดยเฉพาะ
หญิงสาวตักซี่โครงหมูชิ้นโตที่ตุ๋นจนเนื้อร่อนออกจากกระดูกวางลงบนจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามอย่างประณีต ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเตะจมูกจนชายหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออย่างลืมตัว
ทว่า ในขณะที่เว่ยหลางกำลังจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียบเพื่อลิ้มลองรสชาติฝีมือภรรยา เสียงเคาะประตูกระจกหน้าบ้านก็ดังขึ้นสามครั้งติดๆ กันอย่างกระชั้นชิด...
ปัง! ปัง! ปัง!
ทั้งสองชะงักมือพร้อมกัน ฟางเซียนขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเงาร่างของใครบางคนทาบทับอยู่หลังม่านบังตา พร้อมกับเสียงตะโกนแหบพร่าด้วยความตื่นตระหนกที่ดังลอดเข้ามา
"คุณ... คุณฟางเซียนครับ! แย่แล้วครับ! หุ้นล็อตสุดท้ายที่โกดังสินค้าใหญ่ถูก... ถูกหน่วยตรวจสอบภาษีบุกอายัดกลางดึกแบบฉุกเฉินแล้วครับ!"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมด้วยดีเสมอมานะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนถัดไปครับผม!
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 32
การแก้แค้นที่เจ็บแสบที่สุด
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!