พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 30

วิกฤตเศรษฐกิจเล็กน้อย

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ถอยรถออกไปให้หมด! ใครกล้าขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ถือว่ามีความผิดฐานสมรู้ร่วมคิด!" เสียงตะคอกก้องกังวานของสารวัตรสถานีตำรวจอำเภอ ดังแข่งกับเสียงเครื่องยนต์รถกระบะและมอเตอร์ไซค์นับสิบคันที่บุกเข้ามาปิดปากทางเข้าหุบเขาตระกูลจางอย่างเบ็ดเสร็จ ฝุ่นตลบอบอวลจนทัศนียภาพรอบด้านขมุกขมัว ชาวบ้านที่มุงดูเหตุการณ์ต่างส่งเสียงฮือฮาด้วยความตื่นตระหนก บางคนถึงกับถอยร่นกรูดด้วยความกลัวอำนาจรัฐ ทว่า ท่ามกลางความโกลาหลนั้น หลินฟางเซียนกลับยืนนิ่งสงบราวกับภูเขาหิน ดวงตากลมโตภายใต้แพขนตายาวกวาดตามองความวุ่นวายเบื้องหน้าอย่างเยือกเย็น เธอไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย สมองอันรวดเร็วดั่งเซียนหุ้นผู้ผ่านวิกฤตตลาดหุ้นมานับครั้งไม่ถ้วนกำลังประมวลผลสถานการณ์ในเสี้ยววินาที นี่ไม่ใช่การตรวจค้นปกติ... นี่คือการ "จัดฉาก" รอยยิ้มเยาะหยันผุดขึ้นที่มุมปากของฟางเซียนแวบหนึ่ง ก่อนที่เธอจะปรับสีหน้าให้เรียบเฉย หันไปมองแม่เฒ่าจางที่กำลังยืนยิ้มเยาะหน้าบานด้วยความสะใจอยู่ข้างกองฟืน นางแก่คนนั้นคงคิดว่าการแจ้งเบาะแเท็จเรื่องสินค้าเถื่อนจะสามารถพังธุรกิจที่เธอกำลังสร้างขึ้นมาได้ "ฟางเซียน! นังตัวดี! ทีนี้แกจะแก้ตัวว่าอย่างไร สินค้าในโกดังของแกมีทั้งแป้งสาลีชั้นดี น้ำมันพืช และเนื้อสัตว์ปริมาณมหาศาลในช่วงเวลาที่ข้า้าวยากหมากแพงเช่นนี้ แกไปเอาของพวกนี้มาจากไหน ถ้าไม่ใช่การกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรและลักลอบค้าขายผิดกฎหมาย!" แม่เฒ่าจางแผดเสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหู หวังให้ชาวบ้านรุมประณาม สารวัตรก้าวเท้าเข้ามาพร้อมสมุดบันทึกในมือ สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง "คุณหลินฟางเซียน ทางเราได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการกักตุนสินค้าและลักลอบจำหน่ายสินค้าควบคุมในยามวิกฤตเศรษฐกิจ ขอให้คุณเปิดโกดังให้เราตรวจสอบโดยดี มิฉะนั้นเราจำเป็นต้องใช้อำนาจตามกฎหมายเข้ายึดอายัดสินค้าทั้งหมดทันที" ท่ามกลางความกดดันที่ถาโถมเข้ามา พันจ่าเว่ยหลางก้าวออกมาข้างหน้า ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารแผ่รังสีความกดดันอันน่าเกรงขามออกมาจนเจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายถึงกับชะงัก เขายกมือขึ้นแตะด้ามปืนพกข้างเอวเบาๆ สายตาดุดันคมกริบกวาดมองสารวัตร "สารวัตรเฉิน กฎหมายข้อไหนที่บอกว่าการมีสินค้าสำรองไว้ในยามวิกฤตคือความผิด หรือคุณแค่อ่านกฎหมายไม่จบมาตรากันแน่?" สารวัตรเฉินหน้าเสียไปชั่วขณะเมื่อเจอสายตาและแรงกดดันจากนายทหารระดับผู้กอง แต่เมื่อนึกถึงซองเงินหนาตุงที่ซุกอยู่ในกระเป๋าเสื้อและคำสั่งลับจากเบื้องบน เขาก็เชิดหน้าขึ้นฝืนสู้ "ท่านผู้กองเว่ย นี่ไม่ใช่เรื่องของกองทัพ แต่เป็นคดีทางอาญาเศรษฐกิจ โปรดอย่าขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ครับ ไม่อย่างนั้นท่านอาจจะพลอยเดือดร้อนไปด้วย" ฟางเซียนเอื้อมมือไปแตะแขนสามีเบาๆ เป็นสัญญาณให้เขาใจเย็นลง ดวงตาคู่สวยประกายแสงวาววับอย่างท้าทาย เธอก้าวออกไปข้างหน้าหนึ่งก้าว รอยยิ้มบางเบาที่ประดับอยู่บนใบหน้านั้นกลับทรงพลังจนทำให้สารวัตรเฉินรู้สึกหนสันหลังวาบอย่างประหลาด "เชิญตรวจสอบตามสบายเลยค่ะ สารวัตรเฉิน" ฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่หนักแน่นกังวาน "แต่ก่อนจะเปิดโกดัง ดิฉันขอเตือนด้วยความหวังดีในฐานะพลเมืองดีว่า... เอกสารสิทธิ์และการสำรองสินค้าล็อตนี้ ดิฉันได้ทำเรื่องขออนุญาตและยื่นจดแจ้งต่อสำนักงานพาณิชย์จังหวัดและกระทรวงเศรษฐกิจล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อน" สิ้นคำพูดของฟางเซียน รอยยิ้มบนใบหน้าของแม่เฒ่าจางก็แข็งค้างทันที สารวัตรเฉินเองก็ชะงัก ขมวดคิ้วแน่นด้วยความไม่เชื่อ "เป็นไปไม่ได้! สินค้าจำนวนมากขนาดนั้น ทางการเพิ่งประกาศมาตรการควบคุมเมื่อวานนี้เอง แกจะไปรู้ล่วงหน้าได้อย่างไร!" ฟางเซียนหัวسเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อความไร้เดียงสาทางเศรษฐกิจของคนยุคนี้ "โลกนี้น่ะสารวัตร... คนที่มองไม่เห็นทิศทางลม มักจะคิดว่าพายุมาแบบกะทันหันเสมอ แต่สำหรับคนที่อ่านกราฟเศรษฐกิจและวิเคราะห์ท่าทีของรัฐบาลออก การขยับตัวก่อนย่อมไม่ใช่เรื่องแปลก" ฟางเซียนสะบัดมือเรียกอาเฉิน เด็กหนุ่มผู้ช่วยมือขวาให้นำแฟ้มเอกสารตัวจริงที่มีตราประทับสีแดงสดของทางราชการออกมาแสดงต่อหน้าทุกคน เธอจำกราฟราคาและประกาศควบคุมสินค้าของรัฐบาลในอีกสามเดือนข้างหน้าของอนาคตได้ขึ้นใจ การกักตุนแบบถูกกฎหมายและการกระจายสินค้าผ่านเครือข่ายที่เธอวางแผนไว้ล่วงหน้า ทำให้สินค้าในมือของเธอไม่ใช่ "ของเถื่อน" แต่เป็น "สินค้าสำรองฉุกเฉินตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น" ที่เธอจดทะเบียนถูกต้องทุกประการ! สารวัตรเฉินรับแฟ้มเอกสารมาเปิดดู ไล่สายตาอ่านตราประทับและลายมือชื่อของท่านอธิบดีกรมการค้าภายในที่ปรากฏอยู่ เหงื่อกาฬเริ่มผุดซึมเต็มกรอบหน้า เอกสารนี้ของจริงแท้แน่นอน ไม่มีช่องโหว่ทางกฎหมายแม้แต่นิดเดียว! "อะ...เอ่อ..." สารวัตรเฉินอ่างและพูดไม่ออก บรรยากาศรอบตัวเงียบกริบจนได้ยินเสียงลมพัดผ่านหุบเขา แม่เฒ่าจางหน้าซีดเผือด เข่าทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ปากสั่นระริกพึมพำด้วยความไม่อยากเชื่อ "เป็นไปได้ยังไง... นังเด็กนี่มัน... มันทำได้อย่างไร..." ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้สารวัตรเฉิน กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่ทรงพลังบาดลึก "ถ้าสารวัตรยังดันทุรังจะยึดสินค้าของดิฉันต่อ เกรงว่าพรุ่งนี้เช้า... ชื่อของคุณคงไปปรากฏอยู่บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์รายวันในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจมิชอบกลั่นแกล้งผู้ประกอบการสุจริตแน่ๆ ครับ... เอ๊ย... ค่ะ" เธอยิ้มเยาะเมื่อเกือบหลุดปากคำพูดตามนิสัยเดิม สารวัตรเฉินรีบปิดแฟ้มเอกสารส่งคืนทันที ใบซีดเซียวเหงื่อท่วมหลัง "ฮ่าๆๆ... คุณหลินช่างรอบคอบยิ่งนัก ทางเราแค่มาตรวจสอบตามหน้าที่เฉยๆ ไม่มีอะไรผิดปกติ... แยกย้าย! กลับโรงพัก!" เขาโบกมือัลลอว์ลูกน้องให้ถอนกำลังออกไปอย่างลนลาน ไม่อยากเอาอนาคตราชการมาทิ้งไว้ที่นี่ เมื่อกลุ่มรถตำรวจขับลับสายตาไป ชาวบ้านต่างส่งเสียงเฮลั่นด้วยความสะใจ หลายคนมองฟางเซียนด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป จากความสงสัยกลายเป็นความเลื่อมใสศรัทธาอย่างแท้จริง ผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แค่ค้าขายเก่ง แต่เธอยังฉลาดเฉลียวจนสามารถเอาชนะเจ้าหน้าที่รัฐได้อย่างสง่างาม เว่ยหลางมองภรรยาด้วยแววตาที่เปี่ยมล้นด้วยความรักและความภูมิใจ เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูเธอด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มชวนใจสั่น "ภรรยาผมเก่งกาจขนาดนี้ เห็นทีผมต้องหาของขวัญชิ้นใหญ่มาตอบแทนเสียแล้วกระมังครับ" ฟางเซียนค้อนใส่สามีหนุ่มหนึ่งวงด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะยิ้มหวานแล้วหันไปสั่งการเด็กในร้าน "ทุกคน! เก็บกวาดข้าวของให้เรียบร้อย บ่ายนี้เราจะเปิดขายแป้งสาลีและน้ำมันพืชล็อตใหม่ในราคายุติธรรมช่วยเหลือชาวบ้าน!" บรรยากาศความตึงเครียดมลายหายไปในพริบตา แทนที่ด้วยความคึกคักและกลิ่นหอมกรุ่นของอาหารที่ลอยอบอวลมาจากห้องครัวหลังบ้าน ฟางเซียนตั้งใจจะทำเมนูเด็ดเพื่อฉลองชัยชนะในวันนี้ กลิ่นหอมหวานของ "หมูตุ๋นน้ำแดงซีอิ๊วดำโบราณ" ที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนๆ จนเนื้อนุ่มละลายในปาก ผสมผสานกับกลิ่นหอมกรุ่นของเครื่องเทศจีนและน้ำตาลเคี่ยวจนเหนียวข้น ส่งกลิ่นกำจายกระจายไปทั่วทั้งหุบเขาตระกูลจาง เรียกร้องน้ำย่อยจากทุกคนที่ได้กลิ่น ทว่า ในขณะที่ทุกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับมื้ออาหารอันแสนอบอุ่นและเสียงหัวเราะกำลังครื้นเครง เสียงเคาะประตูกลับดังขึ้นอย่างหนักหน่วงสามครั้งที่หน้าบ้าน... เมื่อฟางเซียนเดินไปเปิดประตู ปรากฏร่างของชายสูงวัยแต่งกายภูมิฐาน สวมสูทสากลเนื้อดีที่หาดูได้ยากยิ่งในชนบทแห่งนี้ เขายื่นนามบัตรสีทองประทับลายน้ำรูปมังกรให้เธอ พร้อมกับรอยยิ้มลึกลับที่ซ่อนความนัยบางอย่างไว้ "คุณหลินฟางเซียน... นายใหญ่ของเราที่เมืองหลวง สนใจอยากร่วมลงทุนในธุรกิจเก็งกำไรสินค้าเกษตรของคุณ... ด้วยวงเงินเริ่มต้นห้าสิบล้านหยวนครับ" ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "เซียนหุ้นย้อนเวลา" เสมอมานะครับ!
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%