"ถ้าพวกท่านยังกล้าพูดจาเลอะเทอะเอาดีเข้าตัวเอาชั่วให้คนอื่นอีกแม้แต่คำเดียว บัญชีเงินฝากสหกรณ์ทหารกองประจำการเล่มนี้ พร้อมกับเอกสารรับรองเงินเดือนย้อนหลังสามปีที่ถูกเบิกออกไปโดยไม่มีลายเซ็นยินยอม จะไปปรากฏอยู่บนโต๊ะของผู้บังคับกองร้อยในอีกสิบนาทีข้างหน้าอย่างแน่นอนครับ"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงพลังราวกับเสียงคำรามของพญาเสือโคร่งกลางป่าใหญ่ ดังสะเทือนก้องไปทั่วลานหน้าบ้านตระกูลจาง ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมฉับพลันจนได้ยินแม้แต่เสียงลมหายใจของชาวบ้านนับสิบชีวิตที่มารุมล้อมมุงดูเหตุการณ์
พันจ่าเว่ยหลางก้าวเท้าฉับๆ ออกมาจากเงาไม้ ยืนตระหง่านบังร่างเพรียวบางของหลินฟางเซียนไว้ครึ่งตัว สันกรามคมสันขบเข้าหากันจนเป็นสันนูน ดวงตาคมกริบดุจใบมีดโกนกวาดมองกลุ่มญาติผู้ใหญ่ที่หน้าถอดสีทีละคนอย่างไม่ไว้หน้า
แม่เฒ่าจางที่กำลังยืนเท้าสะเอวพ่นน้ำลายด่าทอสะใภ้ด้วยถ้อยคำหยาบคายเมื่อครู่ ถึงกับสำลักน้ำลายตัวเอง หน้าตาที่เคยบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวแปรเปลี่ยนเป็นซีดเผือดริมฝีปากสั่นระริก แกيเหี่ยวย่นกระตุกเกร็ง นางไม่คาดคิดเลยว่าบุตรชายผู้เคยว่านอนสอนง่ายและส่งเงินให้ตามคำสั่งทุกบาททุกสตางค์ จะกล้าหันมาใช้สายตาแข็งกร้าวและงัดหลักฐานเด็ดมาหักหน้าตนต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
"ไอ้... ไอ้ลูกอกตัญญู! แกกล้าขู่แม่แท้ๆ ของตัวเองอย่างนั้นเรอะ!" แม่เฒ่าจางกรีดเสียงแหลมสูงพยายามกู้หน้า ทรรศนะและศักดิ์ศรีของผู้นำตระกูลกำลังจะป่นปี้ นางจึงรีบใช้ไม้ตายก้นกุฏิด้วยการทุบอกชกตัวร้องไห้โฮ ฟูมฟายเรียกคะแนนความน่าสงสารจากชาวบ้านรอบข้าง "พ่อแม่เลี้ยงแกมาจนเติบใหญ่ ส่งเสียให้เป็นทหารจนได้ดิบได้ดี แต่วันนี้แกกลับเข้าข้างอีตัวดี เมียเก็บที่ไม่ได้มีหัวนอนปลายเท้า มาไล่เบี้ยเอาความกับแม่ผู้ให้กำเนิด! ฟ้าดินคงจะผ่าหัวพวกอกตัญญูไม่ช้าก็เร็วนี่แหละ!"
ชาวบ้านที่มุงดูเริ่มส่งเสียงซุบซิบกันเบาๆ บางคนมองมาที่หลินฟางเซียนด้วยสายตากังขา ขณะที่บางคนก็เวทนาแม่เฒ่าจาง
ทว่า หลินฟางเซียนกลับไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ขยับตัวก้าวออกมาจากด้านหลังของสามี ใบหน้างามสงบเยือกเย็น ดวงตากลมโตคู่นั้นฉายแววเฉียบคมดุจนักลงทุนผู้กุมความลับของตลาดหุ้นล่วงหน้า รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างเหนือชั้น
"ท่านแม่พูดถูกแล้วครับ... เรื่องความกตัญญูเป็นสิ่งสำคัญ แต่ความถูกต้องและความจริงใจก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรถูกเหยียบย่ำเช่นกัน" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่ชัดถ้อยชัดคำ ก้องกังวานไปทั่วบริเวณ นางหยิบสมุดบัญชีเล่มเล็กที่ซ่อนไว้ในแขนเสื้อขึ้นมาโบกเบาๆ กลางอากาศ "ในเมื่อท่านแม่บอกว่าเงินทุกหยอดที่พี่เว่ยหลางส่งมา ถูกนำไปใช้เพื่อดูแลครอบครัวและเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านอย่างบริสุทธิ์ใจ งั้นเรามาลองเปิดสมุดบัญชีเล่มนี้เทียบกับรายจ่ายจริงที่ท่านแม่เคยแจ้งกับทางสหกรณ์ทหารดูดีไหมครับ ว่าตัวเลขส่วนต่างนับพันหยวนในช่วงสองปีที่ผ่านมา มันหายเข้าไปอยู่ในกระเป๋าของใคร หรือว่าถูกนำไปโปะหนี้การพนันให้ลูกชายคนโปรดของท่านกันแน่?"
คำว่า "หนี้การพนัน" หลุดออกมาจากปากของหลินฟางเซียนราวกับสายฟ้าฟาดกลางวันแสกๆ
ใบของจางเป่าหยู น้องสามีตัวแสบที่แอบยืนหลบอยู่หลังกลุ่มชาวบ้าน ถึงกับเผือดสีเขียวคล้ำจนแทบไม่มีเลือดหล่อเลี้ยง เขาละลล้าละลั่กโผล่พรวดออกมาทันที "น... นางพี่สะใภ้สารเลว! อย่ามาใส่ร้ายป้ายสีกันนะ! แกมีหลักฐานอะไร ถึงกล้าพูดจาพล่อยๆ แบบนี้!"
"ถ้าไม่มีหลักฐาน ฉันจะกล้าเอาอนาคตทางการทหารของสามีมาเดิมพันหรือครับ คุณน้องสาม" หลินฟางเซียนปรายตามองด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ นางหันไปพยักหน้าให้กับเว่ยหลาง สามีหนุ่มรู้ใจจึงดึงกระดาษปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อเครื่องแบบ ชูขึ้นให้ทุกคนได้เห็นตราประทับอย่างเป็นทางการของธนาคารและสหกรณ์
บรรยากาศรอบลานบ้านพลันเงียบกริบลงทันที ทุกสายตาจ้องมองเอกสารในมือของนายทหารหนุ่มด้วยความตกตะลึง
"เอกสารฉบับนี้ระบุชัดเจนว่า ตลอดสองปีที่ผ่านมา มีการเบิกถอนเงินเดือนล่วงหน้าผ่านลายมือชื่อปลอมของผมไปถึงสี่ครั้ง" เว่ยหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงทรงพลัง ดังก้องกังวานไร้ซึ่งความลังเล "และบัญชีปลายทางที่รับเงินโอนออกไป ไม่ใช่บัญชีค่าใช้จ่ายในครัวเรือน แต่เป็นบัญชีส่วนตัวของบ่อนการพนันเถื่อนในอำเภอข้างเคียง... ท่านแม่ครับ ท่านจะอธิบายเรื่องนี้ให้ชาวบ้านและผมฟังว่าอย่างไรดีครับ?"
แม่เฒ่าจางเข่าอ่อนยวบลงไปกองกับพื้นทันที สีหน้าของนางบิดเบี้ยวด้วยความตกใจและโกรธแค้นจนพูดไม่ออก นางหันไปมองบุตรชายคนเล็กที่ตอนนี้ยืนตัวสั่นเป็นลูกนกตกน้ำ ยิ่งตอกย้ำความจริงที่ว่าทุกสิ่งที่หลินฟางเซียนพูดนั้นคือความจริงแท้แน่นอน
"นี่หรือครับ... ครอบครัวที่คอยเอาเปรียบและสูบเลือดสูบเนื้อพวกเรามาตลอด? นี่หรือครับ... ความกตัญญูที่ท่านแม่พร่ำบอกให้พวกเราแบกรับไว้คนเดียว?" หลินฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้แม่เฒ่าจางที่นั่งหมดสภาพอยู่บนพื้น นางก้มตัวลงเล็กน้อย กระซิบด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่เชือดเฉือนลึกถึงขั้วหัวใจ "เงินทุกหยวนที่พวกท่านโกงไป ต้องเอามาคืนพร้อมดอกเบี้ยภายในสามวัน ไม่เช่นนั้น... เอกสารทั้งหมดนี้จะไม่เพียงแค่อยู่บนโต๊ะผู้บังคับกองร้อย แต่อาจจะไปนอนแอ้งแม้งอยู่บนโต๊ะพนักงานสอบสวนประจำสถานีตำรวจอำเภอด้วยเช่นกันครับ"
ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ จนไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
ทันใดนั้นเอง ท่ามกลางความตึงเครียดที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ลมพัดโชยเอื่อยพากลิ่นหอมกรุ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องเทศตุ๋นซีอิ๊วดำและเนื้อหมูสามชั้นเคี่ยวไฟอ่อนจนเปื่อยนุ่ม ลอยอบอวลตลบอบอวลไปทั่วทั้งหมู่บ้าน จนทุกคนต้องสูดจมูกด้วยความมึนงง
กลิ่นหอมนี้มาจากห้องครัวหลังบ้าน... ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่มิติลับของฟางเซียนปลดล็อกวัตถุดิบระดับตำนานล็อตใหม่เสร็จสิ้นพอดี!
เซียนหุ้นย้อนเวลาขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านช่วงเวลาที่ระทึกใจนี้ไปพร้อมกับผมนะครับ!
พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 10
จัดระเบียบตระกูลที่ชอบเอาเปรียบ
ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!