พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 35

ข่าวใหญ่จากเมืองหลวง

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ตราประทับนี้... ใต้เท้า ท่านนำมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร!" เสียงอุทานด้วยความตกใจขีดสุดของแม่เฒ่าจางดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง จนทำให้บานหน้าต่างไม้เก่าๆ สั่นไหว หญิงชราผู้เคยหยิ่งผยองและหมายมั่นปั้นมือจะมาประกาศศักดา กดขี่ลูกสะใภ้ บัดนี้ร่างทั้งร่างกลับสั่นเทา ไล่ตั้งแต่ปลายนิ้วจรดถึงหัวเข่า สายตาที่เคยจ้องมองหลินฟางเซียนด้วยความริษยาและเกลียดชัง หันขวับไปจ้องมองเจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สินจากเมืองหลวงผู้นั้นราวกับเห็นผีสางในเวลากลางวัน รอยยิ้มเยาะหยันที่เคยประดับอยู่บนมุมปากของแม่เฒ่าจางแข็งค้าง กลายเป็นรอยยิศเบี้ยวบิดน่าเกลียด หลินฟางเซียนยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ไม้เนื้อดี ใบหน้างามสงบเยือกเย็นราวน้ำในบึงใหญ่ มือเรียวบางยกถ้วยชาเคลือบกระเบื้องลายครามขึ้นจิบช้าๆ กลิ่นหอมกรุ่นของใบชาอู่หลงชั้นดีลอยกรุ่นตัดกับบรรยากาศตึงเครียดภายในห้อง นางไม่ได้กล่าววาจาใดๆ ปล่อยให้ความเงียบงันและเงาของพันจ่าเว่ยหลางที่ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่กดดันจิตวิทยาของคู่สนทนาอย่างแยบคาย "เจ้า... เจ้าเด็กเหลือขอ! แกกล้าดียังไงถึงไปฟ้องร้องทางการ!" แม่เฒ่าจางแผדเสียงกรีดร้องออกมาด้วยความจนตรอก เมื่อเห็นว่าสถานการณ์พลิกผันเกินกว่าจะควบคุม นางพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปตบตีหลินฟางเซียนตามสันดานเดิมที่เคยทำมาตลอดหลายปี ทว่า... มีหรือที่เว่ยหลางจะยอมให้เกิดขึ้น เพียงแค่ชายหนุ่มขยับกายก้าวมาบังหน้าภรรยาเพียงครึ่งก้าว รังสีอำมหิตของนายทหารผ่านศึกที่ผ่านสนามรบมาโชกโชนก็แผ่ซ่านออกมาราวกับคลื่นกระแทก แม่เฒ่าจางถึงกับผงถอยหลังก้นกระแทกพื้นเรือนอย่างไม่เป็นท่า ลมหายใจสะดุดติดขัดด้วยความหวาดกลัวจนหน้าเขียวคล้ำ "การร้องเรียนเรื่องการทุจริตและยักยอกทรัพย์สินโดยมิชอบ ไม่ถือเป็นการฟ้องร้องด้วยความแค้นส่วนตัวครับคุณแม่..." เจ้าหน้าที่จากเมืองหลวงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความเกรงใจเช่นในอดีต ใบหน้าของเขาซีดเผือดเพราะรู้ดีว่าเอกสารในมือมีความหมายถึงจุดจบของอนาคตราชการและอิสรภาพของตนเอง "และเอกสารฉบับนี้ ก็ไม่ได้มีไว้เพื่อข่มขู่ใคร... แต่มีไว้เพื่อยืนยันว่า ที่ดินทุกตารางนิ้วและกิจการโรงงานแปรรูปสมุนไพรของตระกูลหลิน ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายสูงสุดจากส่วนกลางแล้วครับ" คำว่า "จากส่วนกลาง" ราวกับสายฟ้าฟาดลงกลางกระหม่อมของแม่เฒ่าจาง นางรู้ดีว่าอำนาจของข้าราชการระดับท้องถิ่นที่นางเคยติดสินบนด้วยเงินก้อนโตนั้น ไร้ค่าทันทีเมื่อเทียบกับอำนาจตรวจสอบจากเมืองหลวง ดวงตาฝ้าฟางเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวัง สมองที่เคยเจ้าเล่ห์เพทุบายคิดหาทางเอาเปรียบผู้อื่นมาตลอดชีวิต บัดนี้กลับว่างเปล่า ขาทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงจะลุกขึ้นยืน ฟางเซียนวางถ้วยชาลงบนโต๊ะเบาๆ เสียงกระทบกันของกระเบื้องดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ นางช้อนสายตาขึ้นมองแม่สามีด้วยแววตาที่ลุ่มลึกยากจะหยั่งถึง "ท่านแม่... เงินทองที่ท่านเคยขูดรีดจากสามีของฉัน หรือแม้แต่ที่ดินที่ท่านพยายามจะฮุบเอาไปขายเพื่อความสุขสบายของพี่ใหญ่... นับจากวันนี้ เกรงว่าคงต้องชี้แจงกับทางการให้ละเอียดแล้วกระมังครับ เอ๊ย... ให้ชัดเจนแล้วล่ะค่ะ... อภัยด้วย ฉันติดปากพูดตามประสาชาวบ้านไปหน่อย" ฟางเซียนจงใจแกล้งเอ่ยแซวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน ทว่ากลับเชือดเฉือนหัวใจคนฟังจนแทบกระอักเลือด การที่ธุรกิจการค้าของหลินฟางเซียนเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนกระทั่งผลิตภัณฑ์แปรรูปสมุนไพรและสินค้าเกษตรแปรรูปในมิติลับของนาง เริ่มดึงดูดสายตาของ "กลุ่มทุนระดับประเทศ" จากเมืองหลวงให้เข้ามาเจรจาลงทุน นั้นหมายความว่า นางไม่ได้เป็นเพียงแค่หญิงสาวชาวบ้านที่ใครจะมารังแกได้อีกต่อไปแล้ว เกราะป้องกันของนางในตอนนี้หนาแน่นและทรงพลังเกินกว่าที่คนตระกูลจางจะจินตนาการถึง และนั่นคือเหตุผลที่เว่ยหลางต้องเร่งจัดการเคลียร์ปัญหาเรื้อรังเหล่านี้ให้เด็ดขาด เพื่อไม่ให้มีเศษสวะคอยมาขัดขวางเส้นทางความรุ่งโรจน์ของภรรยาอันเป็นที่รัก ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องโถงกำลังตึงเครียดถึงขีดสุด เสียงฝีเท้าหนักแน่นผสมผสานกับเสียงล้อเกวียนม้าที่วิ่งเข้ามาจอดเทียบหน้าบ้าน ก็ดึงความสนใจของทุกคนให้หันไปมอง พ่อบ้านแต่งกายด้วยชุดสูทสากลแบบชาวเมืองหลวง ก้าวเข้ามาพร้อมกับโค้งคำนับให้ฟางเซียนอย่างนอบน้อม "เรียนคุณหนูหลิน... ท่านประธานสมาคมนักลงทุนแห่งมหานครหลวง ได้ส่งโทรเลขด่วนที่สุดมาถึงท่านแล้วครับ..." พ่อบ้านยื่นซองจดหมายสีขาวประทับตราครั่งสีแดงเพลิงให้ด้วยความเคารพ "ท่านต้องการนัดหมายเข้าพบเป็นการส่วนตัว เพื่อเจรจาซื้อลิขสิทธิ์สูตรผลิตภัณฑ์สมุนไพรล็อตใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การค้าภาคเหนือครับ!" สิ้นเสียงของพ่อบ้าน แม่เฒ่าจางที่นั่งกองอยู่กับพื้นถึงกับเป็นลมหมดสติไปทันทีอย่างไร้การเยียวยา ฟางเซียนรับซองจดหมายมาเปิดอ่านด้วยรอยยิ้มมุมปากที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ นางหันไปสบตากับเว่ยหลางผู้เป็นสามี ซึ่งกำลังส่งยิ้มอบอุ่นและสายตาที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจมาให้ ทว่า... ในวินาทีที่สายตาของฟางเซียนกวาดอ่านบรรทัดสุดท้ายของโทรเลขฉบับนั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของนางก็ต้องชะงักกึก รายชื่อของ "ผู้ร่วมลงทุนรายใหญ่" ที่เดินทางมาพร้อมกับคณะจากเมืองหลวง หาใช่ใครอื่น... แต่กลับเป็นชื่อของชายหนุ่มในอดีตผู้เป็นรักแรกที่หักหลังนางอย่างเลือดเย็น และเป็นคนที่นางสาบานไว้ว่าจะเหยียบย่ำให้จมดิน! ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของผมมาโดยตลอดนะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%