พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน•ตอนที่ 13

ขยายอาณาจักรสู่ในเมือง

ผลงานโดย เซียนหุ้นย้อนเวลา
"ถ้าพวกคุณยังกล้าก้าวเท้าล้ำเข้ามาในเขตบ้านหลังนี้อีกแม้แต่ก้าวเดียว เอกสารสิทธิ์การถือครองที่ดินและสัญญาเงินกู้ค้ำประกันฉบับนี้ จะถูกส่งตรงไปยังกองบัญชาการทหารและสถานีตำรวจอำเภอภายในเวลาไม่ถึงสิบห้านาทีแน่นอนครับ!" เสียงทุ้มต่ำของพันจ่าเว่ยหลางดังขึ้นก้องกังวาน ทรงพลังเสียจนผู้บุกรุกหน้าถอดสี ถอยร่นกรูดลงจากชานเรือนแทบไม่ทัน ร่างสูงใหญ่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศยืนตระหง่านเป็นโล่กำบังอันแข็งแกร่ง ดวงตาคมกริบทอดมองบรรดาญาติสนิทมิตรสหายจอมปลอมที่เคยมาสูบเลือดสูบเนื้อด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์ ฟางเซียนยืนมองภาพนั้นเงียบๆ มุมปากบางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยอย่างพึงพอใจ เธอกดกระดาษแผ่นสำคัญลงในลิ้นชักไม้เนื้อแข็งอย่างเบามือ การจัดการกับพวกเหลือขอในครอบครัวเดิมเป็นเพียงบันไดขั้นแรกเท่านั้น เป้าหมายที่แท้จริงของเธอกำลังจะเริ่มต้นขึ้นในวันนี้—การขยายอาณาจักรการค้าสู่ใจกลางอำเภอ และการสร้าง "ซูเปอร์มาร์เก็ตแห่งแรกของยุค 70" ให้สะเทือนเลื่อนลั่น "พวกเขาไปแล้วครับ เมียจ๋า..." เว่ยหลางหันกลับมา สีหน้าดุดันเมื่อครู่พลันมลายหายไปสิ้น กลายร่างเป็นสามีสายเปย์ผู้คลั่งรักที่ส่งสายตาออดอ้อนมาให้ทันที "ว่าแต่... เอกสารในลิ้นชักนั่น มันคืออะไรหรือครับ ทำไมถึงทำให้ป้าสะใภ้กับคนพวกนั้นวิ่งหนีหางจุกตูดได้ขนาดนั้น" ฟางเซียนหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เธอเดินเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปจัดปกเสื้อเครื่องแบบให้สามีอย่างเบามือ "มันคือหลักฐานการกู้ยืมเงินนอกระบบที่ป้าสะใภ้เอาโฉนดที่ดินเก่าของบ้านเราไปจำนองไว้เมื่อหลายปีก่อนโดยที่แม่สามีรู้เห็นเป็นใจไงครับ ถ้าฉันไม่เก็บบันทึกนี้เอาไว้จากมิติลับ ป่านนี้พวกเราคงไม่มีแม้แต่แผ่นกระดานซุกหัวนอนแล้ว" เว่ยหลางคว้ามือเรียวบางมาจับไว้แน่น สัมผัสอุ่นซ่านส่งผ่านจากฝ่ามือหนา "ไม่ว่าคุณจะทำอะไร ผมสนับสนุนร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ เงินเดือนของผม ก้อนทองคำในมิติลับของคุณ หรือแม้แต่ชีวิตของผม... ทุกอย่างยกให้คุณหมดแล้ว" "ปากหวานเสียจริงนะคะ... เอ่อ ปากหวานเสียจริงนะครับ" ฟางเซียนเกือบเผลอหลุดสำนวนเดิมออกไป รีบแก้คำลงท้ายให้เป็นสุภาพบุรุษตามอัตลักษณ์ "แต่ถ้าพูดถึงเรื่องเงินทุน วันนี้เราต้องเข้าไปในตัวอำเภอครับ ตึกแถวสองชั้นหัวมุมถนนสายหลักที่ฉันเล็งไว้ สัญญาเช่าระยะยาวสามสิบปีถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้วด้วยเงินจากการขายสมุนไพรในตลาดมืดเมื่อวานนี้" ตึกแถวโบราณอายุหลายสิบปีตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางย่านการค้า แม้ภายนอกจะดูทรุดโทรมตามกาลเวลา แต่โครงสร้างอิฐและไม้สักทองกลับแข็งแรงทนทานอย่างยิ่ง ฟางเซียนยืนกอดอกพิจารณาโครงสร้างภายในด้วยสายตาของนักลงทุนมือฉกาจ สมองของอดีตเซียนหุ้นกำลังคำนวณกราฟกระแสเงินสดและพฤติกรรมผู้บริโภคในยุค พ.ศ. 2519 อย่างรวดเร็ว "เว่ยหลางครับ ช่วยรื้อผนังไม้กั้นตรงกลางออก เพื่อให้พื้นที่ชั้นล่างโล่งกว้างที่สุด ส่วนชั้นบนเราจะทำเป็นโกดังเก็บสินค้าและห้องพักผ่อน" สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด "รับทราบครับท่านผู้บัญชาการ!" เว่ยหลางยิ้มกริ่ม ขยับแขนเสื้อเตรียมลงมือด้วยพละกำลังมหาศาลของนายทหารหนุ่ม การรีโนเวทใช้เวลาเพียงสามวันด้วยแรงงานของเว่ยหลางและสหายทหารอีกสองคนที่ถูกดึงมาช่วย (แลกกับอาหารฝีมือฟางเซียน) ภายในตึกแถวถูกเนรมิตใหม่จนผิดหูผิดตา ผนังถูกทาด้วยสีขาวสะอาดตา ชั้นวางสินค้าไม้สนที่สั่งทำพิเศษถูกจัดเรียงเป็นระเบียบตามหลักจิตวิทยาการซื้อสินค้า (Merchandising) ที่ไม่มีใครในยุคนี้เคยรู้จักมาก่อน ฟางเซียนก้าวเดินสำรวจผลงานด้วยความภาคภูมิใจ บนชั้นวางไม่ได้มีเพียงแค่น้ำตาล เกลือ หรือผ้าดิบเหมือนร้านโชห่วยทั่วไป แต่เธอนำสินค้าพรีเมียมจากมิติลับออกมาวางจำหน่าย—สบู่สมุนไพรกลิ่นหอมละมุนที่ผลิตเอง, แชมพูสมุนไพรขวดแก้วใส, น้ำปลาแท้เกรดพรีเมียมที่หอมฟุ้ง, ขนมขบเคี้ยวห่อกระดาษไขพิมพ์ลายสวยงาม และที่สำคัญที่สุดคือ "แป้งสาลีขัดขาวพิเศษ" และ "น้ำตาลทรายแดงบริสุทธิ์" ที่หาไม่ได้จากสหกรณ์รัฐ "ฟางเซียนครับ... ของพวกนี้ ถ้าชาวบ้านเห็น เขาจะไม่ตกใจหรือครับว่าเราเอามาจากไหน?" เว่ยหลางเอ่ยถามด้วยความกังวลเล็กน้อย แม้เขาจะเชื่อใจภรรยาแค่ไหน แต่สายตาของคนในอำเภอไม่ใช่เรื่องล้อเล่น "ไม่ต้องห่วงครับ..." ฟางเซียนยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ "ฉันมีใบอนุญาตการค้าปลีกที่ถูกต้องทุกประการ และอ้างได้ว่าเป็นสินค้านำเขาลับเฉพาะจากญาติทางใต้ที่ทำการค้าใหญ่โต ไม่มีใครสาวมาถึงตัวเราได้หรอกครับ" เช้าวันรุ่งขึ้น ป้ายร้านไม้สักแกะสลักตัวอักษรสีทองหรูหราว่า **"ห้างร้านฟางซิน (Fang Xin General Store)"** ถูกยกขึ้นแขวนเหนือประตูทางเข้า บรรยากาศรอบตัวตึกเริ่มมีผู้คนเดินผ่านไปมา กลิ่นหอมกรุ่นของเมล็ดกาแฟคั่วบดที่ฟางเซียนตั้งใจทดลองชงแจกฟรีหน้าร้าน เริ่มลอยละล่องไปทั่วตรอกซอกซอย ผ่านไปไม่ถึงสิบนาที หญิงวัยกลางคนแต่งกายภูมิฐานผู้เป็นภรรยาของนายอำเภอเดินผ่านมาพอดี นางชะงักฝีเท้าเมื่อได้กลิ่นหอมแปลกใหม่ ดวงตาเบิกกว้างเมื่อมองเข้าไปในร้านที่ตกแต่งอย่างสว่างไสว สะอาดสะอ้าน และแตกต่างจากร้านค้าของรัฐหรือตลาดสดอย่างสิ้นเชิง "นี่มันร้านอะไรกัน ทำไมถึงดูทันสมัยขนาดนี้?" ภรรยานายอำเภอพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะก้าวเท้าเดินเข้าไปในร้านโดยอัตโนมัติ ฟางเซียนแย้มรอยยิ้มต้อนรับอย่างเป็นกันเอง ทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและแนะนำสินค้าชิ้นแรกด้วยเทคนิคการขายแบบเหนือชั้น เพียงครึ่งชั่วโมงแรก สินค้าล็อตทดลองบนชั้นวางถูกกวาดซื้อเกลี้ยงเกลาจนกระบะเงินสดแน่นขนัดไปด้วยธนบัตร ทว่า ในขณะที่ยอดขายกำลังพุ่งทะยานอย่างไร้ขีดจำกัด เสียงเคาะประตูไม้ระรัวจากด้านหลังร้านก็ดังขึ้น พร้อมกับร่างเงาคุ้นเคยที่ก้าวเข้ามาด้วยสีหน้าบิดเบี้ยวด้วยความโกรธแค้น แม่เฒ่าจาง แม่สามีผู้เห็นแก่ตัว ยืนจังก้าอยู่กลางร้าน พร้อมกับชี้หน้าด่ากราดเสียงดังลั่น "นังสะดุดอัปมงคล! แกเอาเงินจากไหนมาเปิดร้านใหญ่โตขนาดนี้! แกแอบซ่อนเงินลูกชายฉันไว้ใช่ไหม คายออกมาเดี๋ยวนี้!" ลูกค้ารอบร้านต่างพากันฮือฮาและหันมามองเป็นตาเดียว เว่ยหลางขมวดคิ้วแน่น เตรียมจะก้าวเข้าไปจัดการ แต่ฟางเซียนกลับยกมือขึ้นห้ามสามีไว้เบาๆ เธอก้าวเดินออกมาจากเคาน์เตอร์ด้วยท่าทีเยือกเย็น รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏขึ้นที่มุมปากอย่างชัดเจน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้แม่สามีถึงกับหน้าซีดเผือด "เงินพวกนี้ไม่ได้มาจากลูกชายคุณหรอกครับแม่... แต่มาจาก **'สัญญาจำนองบ้านเก่าของตระกูลจาง'** ที่ฉันเพิ่งเซ็นอนุมัติยึดทรัพย์ไปเมื่อเช้าต่างหากล่ะครับ เชิญตรวจดูเอกสารได้เลยนะตั๊บ..." ฟางเซียนยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักแน่นจำนวนมากก็ดังขึ้นที่หน้าร้าน พร้อมกับร่างของชายในชุดนอกเครื่องแบบหลายคนก้าวเข้ามาพร้อมหมายศาลในมือ! --- *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* ขอบคุณที่ติดตามอ่านและร่วมเดินทางไปกับ "เซียนหุ้นย้อนเวลา" นะครับ
สารจากนักเขียน (เซียนหุ้นย้อนเวลา)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พลิกวิกฤตหุ้นพันล้าน ขยี้ญาติทรยศให้จมดิน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%