เปรี้ยง!
อสุนีบาตฟาดผ่านนภากาศ ฉีกทึ้งความมืดมิดของรัตติกาลให้สว่างวาบดั่งผืนผ้าใบถูกสาดด้วยหมึกสีชาด ร่างของเหล่ามือสังหารชุดดำนับสิบชีวิตที่รายล้อมโรงเตี๊ยมรกร้าง ต่างพากันชะงักง้างด้วยความตื่นตระหนก ไอสังหารแผ่ซ่านจนอุณหภูมิรอบกายลดฮวบลงอย่างฉับพลันราวกับตกลงสู่ขุมนรกน้ำแข็ง
แต่ทว่า... ความตายไม่ได้มาจากสายฟ้าบนฟากฟ้า หากแต่มันพุ่งแหวกอากาศมาจากความว่างเปล่าเบื้องหลังพวกมันเอง!
*ฉับ!*
เสียงเนื้อและกระดูกถูกตัดขาดดังขึ้นพร้อมกันอย่างพร้อมเพรียงราวกับเสียงดนตรีแห่งความพินาศ ศีรษะของมือสังหารสามคนแรกหลุดลอยกระเด็นขึ้นสู่กลางอากาศ เลือดสีดำพวยพุ่งฉีดสาดราวกับน้ำพุ ย้อมพื้นไม้เก่าคร่ำคร่าให้กลายเป็นสีชาดในพริบตา พวกมันยังไม่ทันแม้แต่จะหันกลับไปมองว่าคมกระบี่นั้นมาจากทิศทางใด ร่างไร้หัวทั้งสามก็ทรุดฮวบลงกระแทกพื้น เสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหว
หลี่เฟยเทียนที่ยังคงนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ยกไหสุราขึ้นจิบอย่างไม่สะทกสะท้าน ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อยด้วยความสนใจ เขามองลอดผ่านคราบไอน้ำแข็งที่เกาะกุมตามกรอบหน้าต่างออกไป
ที่ตรงนั้น... ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมาอย่างบ้าคลั่ง เงาร่างหนึ่งในชุดขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะแรกฤดูยืนหยัดอยู่อย่างสง่างามบนหลังคารั่วไหลของโรงเตี๊ยม เส้นผมสีดำสนิทปลิวสยายตามแรงลม มือบางข้างหนึ่งถือกระบี่ที่ยังคงหยดหยาดโลหิตสีแดงฉานตัดกับความขาวโพลนของชุดยุทธ์ รัศมีลมปราณเย็นยะเยือกแผ่ขยายออกไปรอบรัศมีสิบวา จนหยดน้ำฝนกลางอากาศแข็งตัวกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งร่วงหล่นลงสู่พื้นราวกับหิมะโปรย
"มู่หรง... เสวี่ย"
หลี่เฟยเทียนพึมพำกับตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปาก น้ำเสียงเจือความหยอกเย้าตามนิสัยเดิม "แม่นางน้อยผู้นี้... เปิดตัวได้เร้าใจไม่เบานี่นา ถึงจะชอบทำหน้าบึ้งตึงเหมือนคนอมขี้เถ้าก็เถอะ"
"สารเลวที่ไหนกล้าสอดมือเข้ามายุ่งเรื่องของพรรคโลหิตทมิฬ!" หัวหน้ามือสังหาร ร่างกายกำยำสวมหน้ากากยักษ์ คำรามลั่นด้วยความโกรธเกรี้ยว มันตวัดดาบใหญ่ในมือที่เคลือบด้วยปราณสีม่วงคล้ำ พุ่งทะยานขึ้นไปหมายจะผ่าร่างของสตรีชุดขาวให้ขาดเป็นสองท่อน
มู่หรงเสวี่ยไม่แม้แต่จะชายตามอง ดวงตาดุจนกกระเรียนเหมันต์ราบเรียบดั่งผิวน้ำในฤดูหนาว นิ้วเรียวยาววาดกระบี่ในมือเป็นวงโค้ง อากาศรอบตัวพลันบิดเบี้ยว เคล็ดกระบี่เหมันต์ไร้ลักษณ์ถูกปลดปล่อยออกไปในพริบตา!
*วูบ!*
ประกายกระบี่สีฟ้าครามสว่างวาบดั่งดาราดับแสง ร่างของหัวหน้ามือสังหารที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศแข็งค้างในท่าเดิม ทันใดนั้น รอยร้าวสีน้ำเงินเข้มก็ปรากฏขึ้นทั่วทั้งร่างของมัน ก่อนที่ร่างนั้นจะแตกสลายกลายเป็นละอองน้ำแข็งละเอียดปลิวไปตามสายลม ไร้ซึ่งเสียงกรีดร้อง ไร้ซึ่งความปรานี!
เหล่ามือสังหารที่เหลือต่างหน้าถอดสี ขาของพวกมันสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนแล้ว นางคือปีศาจจำแลงกายมาจากแดนน้ำแข็งนิรันดร์ชัดๆ!
"ถอย! ถอยเร็วเข้า!" หนึ่งในพวกมันส่งเสียงกรีดร้องด้วยความตื่นตระหนก แต่สายเกินไปเสียแล้ว
มู่หรงเสวี่ยขยับกายวูบเดียว ร่างบางก็พุ่งทะยานลงมาสู่เบื้องล่าง กระบี่ในมือร่ายรำราวกับหงส์ร่อนมังกรทะยาน ทุกย่างก้าวที่นางผ่านพ้น ทิ้งรอยเท้าไว้เป็นน้ำแข็ง และทุกเงากระบี่ที่ตวัดออกไปคือลมหายใจที่ดับสูญ ภายในเวลาไม่ถึงลมหายใจเข้าออก มือสังหารนับสิบชีวิตต่างนอนแน่นิ่งจมกองเลือดและเกล็ดน้ำแข็งอย่างไร้เรี่ยวแรงจะต่อต้าน
โรงเตี๊ยมกลับคืนสู่ความเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงสายฝนที่ยังคงซัดสาดกระทบหลังคา
มู่หรงเสวี่ยยืนนิ่งอยู่กลางกองศพ ลมหายใจของนางเริ่มติดขัด หน้าอกกระเพื่อมไหวรุนแรง สีหน้าที่เคยขาวกระจ่างดั่งหยกขาว บัดนี้กลับปรากฏร่องรอยความซีดเซียวจนน่าตกใจ ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นจนแทบไร้สีเลือด หยดเหงื่อกาฬผุดพรายขึ้นตามขมับ แม้กระทั่งเส้นผมสีดำสนิทบริเวณปลายผมเริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะกุมลามขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"แย่แล้ว..." นางพึมพำกับตัวเองเบาๆ ร่างบางเซถลาไปข้างหน้าเล็กน้อย เกือบจะล้มลงไปกองกับพื้น หากไม่ใช้ปลายกระบี่ค้ำยันเอาไว้
พิษมารโลหิตสวรรค์... ที่นางพลาดท่าโดนขณะบุกรุกเข้าค่ายกลของพวกมันเมื่อสามวันก่อน บัดนี้มันกำลังไหลเวียนเข้าสู่จุดชีพจรหัวใจ!
หลี่เฟยเทียนที่นั่งมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดมาโดยตลอด หุบรอยยิ้มกวนประสาทบนใบหน้าลงในทันที แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวป่าพินิจพิจารณาร่างของนางที่กำลังสั่นสะท้าน เขาลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ ก้าวเท้าเดินผ่านซากศพตรงไปยังประตูโรงเตี๊ยม
"แม่นางมู่หรง..." หลี่เฟยเทียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือความจริงจังขึ้นมาบ้างเล็กน้อย แม้แววตายังคงมีความพินิจพิเคราะห์อยู่ "ดูท่าทางท่านจะเก๊กขรึมได้ไม่นานเท่าไหร่สินะ ถึงได้ปล่อยให้พิษมารมันกัดกินเส้นชีพจรจนถึงขั้นนี้แล้ว"
มู่หรงเสวี่ยตวัดสายตาดุดันมามองเขา แม้จะอยู่ในสภาพใกล้หมดสติ แต่นัยน์ตาคู่นั้นยังคงมีความเย่อหยิ่งทระนงตนตามวิถีแห่งเซียน "อย่า... เข้ามา... เจ้าคนสำมะเลเทเมา..."
นางกัดฟันกรอด ฝืนรวมรวมลมปราณเฮือกสุดท้ายเพื่อกดขี่พิษร้าย แต่ยิ่งโคจรลมปราณมากเท่าไหร่ พิษมารสีดำสนิทก็ยิ่งตีกลับขึ้นมาที่ลำคอ จนกระทั่งมีโลหิตสีดำคล้ำไหลทะลักออกมาจากมุมปากของนาง หยดลงบนชุดขาวบริสุทธิ์ ราวกับกลีบกุหลาบน้ำแข็งที่ถูกย้อมด้วยหยาดโลหิตอันน่าเวทนา
"ดื้อด้านเสียจริง..." หลี่เฟยเทียนถอนหายใจยาวเหยียด เขาพุ่งตัวเข้าไปประคองร่างที่กำลังจะทรุดลงพื้นของนางได้อย่างทันท่วงที
สัมผัสแรกที่ปลายนิ้วแตะโดนผิวเนื้อของนาง คือความเย็นเยือกที่สะท้านไปถึงกระดูกดำ ไอพิษสีดำลอยฟุ้งออกมาจากตัวของมู่หรงเสวี่ยจนอากาศรอบข้างส่งเสียงซ่าราวกับถูกกรดกัดกร่อน หลี่เฟยเทียนขมวดคิ้วมุ่น เขารู้ดีว่าหากปล่อยไว้เช่นนี้อีกไม่เกินหนึ่งก้านธูป นางจะต้องธาตุไฟเข้าแทรกและกลายเป็นหุ่นเชิดโลหิตอย่างแน่นอน
"ถ้าท่านยังไม่อยากตายที่นี่... ก็หุบปากแล้วอยาขัดขืนซะ" หลี่เฟยเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่ทรงอำนาจอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน
เขาวางร่างของนางลงพิงกับเสาไม้ใกล้เตาผิงที่มอดดับ มือขวายกขึ้นปลดกระดุมเสื้อคลุมด้านนอกของนางออกเผยให้เห็นหัวใจที่กำลังเต้นระรัวด้วยพิษร้าย แต่มู่หรงเสวี่ยที่สติเลือนรางกลับใช้มือเรียวบางที่สั่นเทา คว้าจับคอเสื้อของเขาไว้แน่น ดวงตาส2ดุดันมองตรงมาที่ใบหน้าของเขาอย่างไม่ยอมแพ้
"เจ้า... จะทำอะไร..." เสียงของนางแหบพร่าและเบาหวิว
"ช่วยชีวิตท่านไงเล่า แม่นางผู้เย่อหยิ่ง..." หลี่เฟยเทียนยิ้มมุมปากเล็กน้อย แม้สถานการณ์จะคับขันเพียงใด เขาก็ยังไม่วายส่งสายตากรุ้มกริ่มไปให้ "แต่บอกไว้ก่อนนะว่า การรักษาของข้า... ต้องแลกมาด้วยการถ่ายทอดพลังหยาดหยดเลยทีเดียว ท่าน... จะยอมรับเงื่อนไขนี้ไหวหรือเปล่าล่ะ?"
ทว่า ก่อนที่มู่หรงเสวี่ยจะทันได้เอ่ยปากปฏิเสธหรือใช้กระบี่แทงอกเขา เสียงหัวเราะเยือกเย็นอันน่าสะพรึงกลัวก็ดังสะท้อนก้องมาจากความมืดเบื้องนอก พร้อมกับแรงกดดันมหาศาลที่กดทับลงมาจนหลังคาโรงเตี๊ยมพังครืนลงมาเป็นจุล!
"ฮ่าๆๆๆ... ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจเสียจริง จอมยุทธ์สุราไร้ลักษณ์กับแม่นางน้อยแห่งสำนักกระบี่เหมันต์... พวกเจ้าคิดจริงๆ หรือว่าจะหนีพ้นเงื้อมมือของข้าไปได้?"
เงาร่างมหึมาในชุดคลุมสีเลือดปรากฏขึ้นท่ามกลางเศษซากปรักหักพัง พร้อมกับกลิ่นอายพลังขอบเขตบูรพาขั้นสมบูรณ์ที่แผ่พุ่งออกมาจนหลี่เฟยเทียนต้องหรี่ตาลงอย่างระแวดระวัง...
ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามร่วมเดินทางในเส้นทางยุทธภพอันไร้จุดสิ้นสุดนี้ด้วยกันเสมอนะครับ
กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส•ตอนที่ 2
เมื่อกุหลาบน้ำแข็งเปื้อนเลือด
ผลงานโดย เซียนสุราเมามาย
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เซียนสุราเมามาย)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กระบี่เมามาย ทลายฟ้าตัดกิเลส นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!